法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 85/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (ฉบับ Update ณ วันที่ 19/08/2557)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๘๕/๒๕๕๗

เรื่อง

แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ[๑]

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศตามประกาศ

ฉบับที่ ๑/๒๕๕๗ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ นั้น

เพื่อให้การพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทย

เป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ ป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม

รวมทั้งป้องกันภัยพิบัติให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง จึงออกคำสั่ง ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ๓ ฉบับ

ได้แก่

๑.๑

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.

๒๕๕๔

๑.๒

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

พ.ศ. ๒๕๕๔

๑.๓

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕

แต่ให้คง สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.)

ให้เป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ทำหน้าที่ในการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลสภาพภูมิอากาศ

สภาพน้ำในลุ่มน้ำและเขื่อนหรือที่กักเก็บน้ำ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ประกอบด้วย

๒.๑ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ

รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ประธานกรรมการ

๒.๒ เลขาธิการคณะกรรมการ รองประธานกรรมการ

พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

๒.๓ พลโทศุภกร สงวนชาติศรไกร กรรมการ

๒.๔ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ

๒.๕ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ

๒.๖ ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ

๒.๗

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ

๒.๘

ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรรมการ

๒.๙ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กรรมการ

๒.๑๐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ

๒.๑๑ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ

๒.๑๒ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ

๒.๑๓

เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน กรรมการ

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

๒.๑๔ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ

๒.๑๕ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก กรรมการ

๒.๑๖ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กรรมการ

๒.๑๗ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กรรมการ

๒.๑๘ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรรมการ

๒.๑๙

ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรรมการ

และการเกษตร

๒.๒๐ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กรรมการ

ในพระบรมราชูปถัมภ์

๒.๒๑ เจ้ากรมการทหารช่าง กรรมการและเลขานุการ

๒.๒๒ อธิบดีกรมชลประทาน กรรมการ

และผู้ช่วยเลขานุการ

๒.๒๓ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กรรมการ

และผู้ช่วยเลขานุการ

๒.๒๔ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กรรมการ

และผู้ช่วยเลขานุการ

๒.๒๕ อธิบดีกรมเจ้าท่า กรรมการ

และผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการตามข้อ ๒ มีอำนาจหน้าที่

ดังนี้

๓.๑ กำหนดกรอบนโยบายและแผนงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

การป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย ภัยแล้งและคุณภาพน้ำของประเทศ

เพื่อให้การบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศเป็นไปอย่างมีเอกภาพและบูรณาการ

๓.๒ เสนอแผนงาน โครงการ

และมาตรการเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อให้เกิดการบูรณาการในการปฏิบัติต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

๓.๓ สนับสนุนการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

๓.๔ บูรณาการการสั่งงานด้านการบริหารจัดการน้ำ

โดยสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกฤติให้มีการประสานกับคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

(กปภช.) ซึ่งสามารถใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐

๓.๕ ติดตาม กำกับ ดูแลการปฏิบัติตามนโยบาย แผนงาน โครงการ

และมาตรการที่อนุมัติ

๓.๖ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะทำงาน และคณะที่ปรึกษา เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

๓.๗

เชิญบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริง

และความเห็น รวมทั้งส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการฯ

๓.๘

ดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

๓.๙ รายงานผลการดำเนินงาน

พร้อมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย

สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ

พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่น

ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ให้เบิกจ่ายตามระเบียบทางราชการ

โดยให้เบิกจ่ายจากสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ[๒]

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ

วันที่ ๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗

พลเอก

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗[๓]

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๓ กันยายน ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๓๐ ง/หน้า ๖/๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗

[๒] ข้อ ๓ วรรคสอง เพิ่มโดยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง

แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘๕/๒๕๕๗

[๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๕๗ ง/หน้า ๑/๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๗

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 85/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (ฉบับ Update ณ วันที่ 19/08/2557) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5a008491b61fc74c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com