法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
67
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

พ.ศ. 2557

เนื่องจากมาตรา 113 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และมาตรา 68 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 บัญญัติให้นํา บทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ยอมชําระค่าปรับทางปกครองและโดยที่มาตรา 6 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. 2539 กําหนดให้ผู้บริหารกิจการของหน่วยงานของรัฐเป็นผู้มีอํานาจในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด หรืออายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับ คําสั่งทางปกครองที่ให้ชําระเงินแก่หน่วยงานของรัฐ ดังนั้น เพื่อให้การใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ สํานักงานจึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2557 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามระเบียบนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) การบังคับทางปกครองกับผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองให้เป็นไปตามหมวด 2

(2) การยึดทรัพย์สินให้เป็นไปตามหมวด 3

(3) การอายัดทรัพย์สินให้เป็นไปตามหมวด 4

(4) การขายทอดตลาดทรัพย์สินให้เป็นไปตามหมวด 5

(5) การถอนการบังคับทางปกครองให้เป็นไปตามหมวด 6

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกรณีที่ไม่มีข้อกําหนดในระเบียบนี้ว่าด้วยวิธีการยึด การอายัดและการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่สามารถนํามาปฏิบัติได้ ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยอนุโลม และ ให้คําวินิจฉัยชี้ขาดของเลขาธิการเป็นที่สุดหากเกิดปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“การบังคับทางปกครอง” หมายความว่า การดําเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้รับชําระเงิน ตามคําสั่งทางปกครอง เช่น การยึด การอายัด หรือการขายทอดตลาด

“ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครอง” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับมอบหมาย จากเลขาธิการให้ดําเนินการบังคับทางปกครองกับผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

“ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งถูกลงโทษปรับทางปกครองตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 หรือ พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550

"ยึด” หมายความว่า การกระทําใด ๆ ต่อทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่ง ทางปกครอง เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นเข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของผู้ดําเนินการบังคับทางปกครอง

“อายัด” หมายความว่า การสั่งให้ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองหรือบุคคลภายนอก มิให้จําหน่าย จ่าย โอน หรือกระทํานิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมตลอดถึงการสั่งบุคคลภายนอกมิให้นําส่งทรัพย์สินหรือชําระหนี้แก่ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง แต่ให้ส่งมอบหรือชําระหนี้ต่อสํานักงาน

“การขายทอดตลาด” หมายความว่า การนําเอาทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่ง ทางปกครองออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เลขาธิการเป็นผู้มีอํานาจสั่งหรือออกประกาศให้ดําเนินการบังคับทางปกครอง ตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ คําสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ประกาศให้ยึดทรัพย์สิน คําสั่งให้อายัดทรัพย์สิน คําสั่งให้ ขายทอดตลาดทรัพย์สิน และประกาศให้ขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ใช้ตามแบบที่กําหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การส่งหนังสือหรือการแจ้งคําสั่งตามระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามหมวด 4 การแจ้งแห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อมีคําสั่งเรียกให้ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองชําระเงิน หากถึงกําหนดชําระ แล้วไม่มีการชําระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้สํานักงานมีหนังสือเตือนให้ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง ชําระเงินภายในระยะเวลาที่กําหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยให้ระบุด้วยว่าถ้าไม่มีการปฏิบัติ ตามหนังสือเตือนดังกล่าวสํานักงานมีอํานาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองเพื่อชําระเงินให้ถูกต้องครบถ้วนได้

การใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามวรรคหนึ่งสามารถดําเนินการได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สํานักงานรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง หรือภายในสิบปี นับแต่วันที่สํานักงานออกคําสั่งให้ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองชําระเงิน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองให้ดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบบัญชีเงินฝาก หลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นใดในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ

(2) ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุม ดูแล หรือเก็บรักษาหลักทรัพย์สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตราสารทางการเงินอื่นใด เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าวที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง รวมทั้งขอความร่วมมือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อตรวจสอบหุ้นที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

(3) ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองโดยประสานงานกับหน่วยงานที่จัดทําทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

(4) ประสานงานกับกรมที่ดินเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง ครอบครัวของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเรียกร้องซึ่งอาจยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดเพื่อชําระหนี้ได้ โดยให้ตรวจสอบตามภูมิลําเนาของบุคคลดังกล่าว

(5) สืบหาทรัพย์สินอื่นของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองในสถานที่ประกอบกิจการ บ้านที่อยู่อาศัย คลังสินค้า โรงงาน หรือร้านค้าขายของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง หรือของครอบครัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองไว้ในความครอบครอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองให้ดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบบัญชีเงินฝาก หลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นใดในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ

(2) ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุม ดูแล หรือเก็บรักษาหลักทรัพย์สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตราสารทางการเงินอื่นใด เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าวที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง รวมทั้งขอความร่วมมือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อตรวจสอบหุ้นที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

(3) ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองโดยประสานงานกับหน่วยงานที่จัดทําทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

(4) ประสานงานกับกรมที่ดินเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง ครอบครัวของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเรียกร้องซึ่งอาจยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดเพื่อชําระหนี้ได้ โดยให้ตรวจสอบตามภูมิลําเนาของบุคคลดังกล่าว

(5) สืบหาทรัพย์สินอื่นของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองในสถานที่ประกอบกิจการ บ้านที่อยู่อาศัย คลังสินค้า โรงงาน หรือร้านค้าขายของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง หรือของครอบครัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองไว้ในความครอบครอง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองดําเนินการสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับ คําสั่งทางปกครองและประเมินราคาทรัพย์สินนั้นตามที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 2 วิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน ของหมวด 3 การยึดทรัพย์สิน

ในการสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง เลขาธิการอาจแต่งตั้ง บุคคลอื่นที่มิใช่พนักงานของสํานักงาน ให้เป็นผู้ร่วมดําเนินการหรือเป็นผู้ดําเนินการสืบหาทรัพย์สิน ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การสืบหาทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองให้ดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบบัญชีเงินฝาก หลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นใดในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ

(2) ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุม ดูแล หรือเก็บรักษาหลักทรัพย์สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตราสารทางการเงินอื่นใด เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าวที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง รวมทั้งขอความร่วมมือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อตรวจสอบหุ้นที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

(3) ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองโดยประสานงานกับหน่วยงานที่จัดทําทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

(4) ประสานงานกับกรมที่ดินเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง ครอบครัวของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเรียกร้องซึ่งอาจยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดเพื่อชําระหนี้ได้ โดยให้ตรวจสอบตามภูมิลําเนาของบุคคลดังกล่าว

(5) สืบหาทรัพย์สินอื่นของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองในสถานที่ประกอบกิจการ บ้านที่อยู่อาศัย คลังสินค้า โรงงาน หรือร้านค้าขายของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง หรือของครอบครัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองไว้ในความครอบครอง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองรายงานผลการสืบหาทรัพย์สินและผลการประเมินราคาทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองให้เลขาธิการทราบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อประโยชน์ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ทรัพย์สินที่เป็นของคู่สมรสหรือที่เป็นของบุตรผู้เยาว์ของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองซึ่งตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองหรือเป็นทรัพย์สินที่อาจบังคับชําระหนี้ได้ ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองอาจยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดตามระเบียบนี้ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองต้องไม่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานอื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

การบังคับทางปกครองกับผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองเพื่อการชําระค่าปรับทางปกครอง ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองดําเนินการบังคับกับทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายต่อสํานักงานน้อยที่สุดก่อน หรือดําเนินการตามที่กําหนดในข้อ 16

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองอาจดําเนินการบังคับทางปกครองกับทรัพย์สิน (ถ้ามี)

ตามลําดับต่อไปนี้ก็ได้

(1) เงินฝาก

(2) พันธบัตรหรือหลักทรัพย์

(3) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(4) ตราสารทางการเงินอื่นใด

(5) กรมธรรม์ประกันชีวิต

(6) ทรัพย์สินที่มีทะเบียน เช่น ที่ดิน สิทธิการเช่า รถยนต์ เป็นต้น

(7) ทรัพย์สินอื่นใดของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

การยึดทรัพย์สิน

ส่วน ๑

วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการดําเนินการยึดทรัพย์สิน ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองอาจดําเนินการ

ดังต่อไปนี้เท่าที่มีความจําเป็น

(1) ค้นสถานที่ใด ๆ อันเป็นของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองหรือได้ครอบครองอยู่ เช่น สถานที่ประกอบกิจการ บ้าน ที่อยู่อาศัย คลังสินค้า โรงงาน หรือร้านค้าขาย เป็นต้น

(2) ยึดและตรวจสมุดบัญชี เอกสารหรือแผ่นกระดาษ

(3) กระทําการใด ๆ เพื่อเปิดสถานที่ตาม (1) รวมทั้งตู้นิรภัย หรือที่เก็บของอื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองแต่เพียงพอกับค่าปรับทางปกครอง ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สินและขายทอดตลาดและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ถ้าผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองมีเพียงทรัพย์สินซึ่งไม่อาจแบ่งยึดได้ อันมีราคามากกว่าค่าปรับทางปกครอง ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สินและขายทอดตลาด และค่าใช้จ่ายอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาดทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ห้ามยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง ดังต่อไปนี้

(1) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน หรือเครื่องใช้ในครัวเรือน โดยประมาณราคารวมกันตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 285 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินกว่าที่กําหนดไว้ตามมาตรา 285 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งเลขาธิการเห็นควร

ให้เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในบังคับแห่งระเบียบนี้โดยคํานึงถึงความจําเป็นตามฐานะของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

(2) เครื่องมือหรือเครื่องใช้ในการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพ โดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินกว่าที่กําหนดไว้ในมาตรา 285 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินกว่าที่กําหนดไว้ตามมาตรา 285 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองมีคําขอโดยทําเป็นคําร้องต่อสํานักงานเพื่อขออนุญาตใช้ทรัพย์สินดังกล่าวและเลขาธิการเห็นควรให้เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในบังคับแห่งระเบียบนี้ โดยคํานึงถึงความจําเป็นตามฐานะของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

(3) วัตถุ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จําเป็นต้องใช้ทําหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง

(4) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสําหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมายหรือสมุดบัญชีต่าง ๆ นั้น อาจยึดมาตรวจดูเพื่อประโยชน์

แห่งการยึดทรัพย์สินได้ถ้าจําเป็น แต่ห้ามมิให้เอาออกขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ ย่อมครอบไปถึงดอกผล

แห่งทรัพย์สินนั้นด้วย เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองจะต้องดําเนินการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทําการปกติของสํานักงาน เว้นแต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่งจะทําการยึดทรัพย์สินในวันหยุดทําการของสํานักงานก็ได้ โดยได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่คําสั่งให้ยึดทรัพย์สินได้ระบุเฉพาะเจาะจงให้ยึดทรัพย์สินสิ่งใด ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองยึดแต่เฉพาะทรัพย์สินสิ่งนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ก่อนทําการยึดทรัพย์สิน ให้ผู้ดําเนินการบงคั ับทางปกครองดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะต้องยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองหรือไม่ และจํานวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด

(2) แสดงคําสั่งให้ยึดทรัพย์สินต่อผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง หรือบุคคลที่ระบุไว้ในคําสั่งให้ยึดทรัพย์สิน ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าวให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้นและปิดประกาศ

ยึดทรัพย์สินไว้ ณ สถานที่ที่ยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในการดําเนินการบังคับทางปกครอง ให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อร่วมไปดําเนินการยึดทรัพย์สินด้วย และให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองนําคําสั่งให้ยึดทรัพย์สินกับเครื่องมือไปพร้อมกับอุปกรณ์สําหรับการยึดทรัพย์สินด้วยเลขาธิการอาจกําหนดค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่ตํารวจที่ร่วมดําเนินการยึดทรัพย์สินกับผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพและระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จําเป็น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การยึดทรัพย์สินที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองแจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ถ้าจะยึดที่ดิน ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองดําเนินการให้ได้เอกสารสิทธิในที่ดินหรือสําเนาซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรอง เพื่อตรวจสอบจําลองแผนที่หลังโฉนดที่ดินว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่ หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว ให้บันทึกการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพ

และทําเลที่ตั้งของที่ดินในรายการยึดที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างของผู้อื่นปลูกอยู่ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองบันทึกถ้อยคําของเจ้าของสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร เช่น สิทธิเหนือพื้นดินหรือสิทธิตามสัญญาเช่า เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การยึดเรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองบันทึกการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพของสิ่งนั้น ๆ เช่น พื้น ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนและหลังคา ใช้วัสดุชนิดใด มีกี่ชั้น กี่ห้อง ขนาดกว้างยาวสูงเท่าใด เก่าหรือใหม่เพียงใด เลขทะเบียนเท่าไรถ้าเป็นสถานที่ให้เช่า ค่าเช่าเป็นจํานวนเท่าใด เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว เช่น

(1) การยึดสิ่งของ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายบนสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน ถ้าสามารถเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้ก็ให้รวมไว้ แล้วปิดหีบหรือตู้และปิดเครื่องหมายแสดงการยึด

(2) การยึดที่ดิน ห้องชุด เรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ให้ปิดประกาศหรือทําเครื่องหมายไว้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในการยึดทรัพย์สิน ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองจัดทําบันทึกรายงานการดําเนินการโดยสังเขป หากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก็ให้บันทึกไว้แล้วอ่านบันทึกนั้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครอง ผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลที่อยู่ ณ ที่ยึด ฟังแล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้ใดไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกว่าอ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ พร้อมกับลงลายมือชื่อผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองและพยานรับรองไว้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองจัดทําบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียดไว้เช่น ชื่อ ประเภท จํานวน ขนาด น้ําหนัก สภาพและราคาประเมินแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น ตามลําดับหมายเลข

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การจดบัญชีทรัพย์สิน ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้วจดเป็นเลขหมายเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อทําการยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองแล้ว ให้แจ้งรายการยึดและราคาประเมินให้ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองทราบ และถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้แจ้งการยึดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมทราบด้วย

หากไม่สามารถกระทําตามความในวรรคก่อนได้ ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดหรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าสามวัน

ถ้าทรัพย์สินที่ยึดเป็นที่ดินและห้องชุด ให้แจ้งการยึดนั้นให้เจ้าพนักงานที่ดินท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ทราบเพื่อบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ เมื่อดําเนินการตามข้อ 34 แล้วเสร็จ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองรายงานผลการยึดทรัพย์สินพร้อมบัญชีทรัพย์สินที่ยึดต่อเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ภายหลังมีประกาศหรือคําสั่งให้ยึดทรัพย์สินแล้ว แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองรายงานต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาสั่งงดการยึดทรัพย์สิน

เมื่อยึดทรัพย์สินแล้วปรากฏในภายหลังว่า ทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่น ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองแจ้งให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาดําเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์สินนั้น

ส่วน ๒

วิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การประเมินราคาทรัพย์สินบางประเภท หากมีความจําเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินราคา ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองเสนอเลขาธิการเพื่อแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การประเมินราคาที่ดินพึงพิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ประกอบกัน คือ

(1) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดโดยคํานึงถึงสภาพแห่งที่ดินนั้นว่าเป็นที่ดินประเภทใด เช่น ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน ที่ให้บริการหรือค้าขาย ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น และที่นั้นอยู่ในทําเลอย่างใดเช่น อยู่ในทําเลค้าขาย อยู่ติดถนนหรือแม่น้ําลําคลองหรือไม่ รถยนต์เข้าถึงหรือไม่ หากเป็นที่ให้เช่ามีผลประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด

(2) ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเคยมีการขายทอดตลาดไปแล้ว

(3) ราคาซื้อขาย หรือจํานอง หรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึด และที่ดินข้างเคียง

(4) ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การประเมินราคาทรัพย์สินนอกจากที่ดิน ให้ประเมินตามราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การประเมินราคาทรัพย์สินที่มีการจํานองหรือจํานําให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 38 และข้อ 39 แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าจํานองหรือจํานําเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ หากเลขาธิการเห็นว่าราคาทรัพย์สินที่ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองประเมินไม่เหมาะสม หรือผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินร้องขอโดยมีเหตุอันสมควร เลขาธิการอาจมีคําสั่งให้ทําการประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ก็ได้

กรณีประเมินราคาตามคําร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สิน ให้ผู้ร้องขอเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

ส่วน ๓

การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ถ้าบุคคลใดจะยื่นคําร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สิน โดยกล่าวอ้างว่าผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่ง ทางปกครองไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองได้ยึดไว้ ก่อนนําทรัพย์สินดังกล่าว ออกขายทอดตลาด บุคคลนั้นอาจยื่นคําร้องขอต่อเลขาธิการเพื่อให้มีคําสั่งปล่อยทรัพย์สินดังกล่าว ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองงดการขายทอดตลาดหรือจําหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวนั้นไว้ในระหว่างรอคําวินิจฉัยชี้ขาดของเลขาธิการ เว้นแต่

(1) หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคําร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า เลขาธิการอาจสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อสํานักงานในเวลาที่กําหนดตามจํานวนเงินที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคําร้องขอนั้น ถ้าผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามเช่นว่านั้น ให้เลขาธิการยกคําร้องขอนั้นเสีย

(2) ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่า คําร้องขอนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟัง หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้ เลขาธิการอาจสั่งให้ขายทอดตลาดหรือจําหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชักช้า

ส่วน ๔

การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึด

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ทรัพย์สินที่ยึดไว้แล้วให้นํามาเก็บรักษาไว้ที่สํานักงาน หรือ ณ สถานที่ที่เลขาธิการกําหนดแต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสิ่งของอื่นซึ่งลําบากต่อการขนย้ายให้มอบแก่บุคคลที่สมควรเป็นผู้ดูแลรักษาไว้

การมอบทรัพย์สินที่ยึดให้บุคคลอื่นดูแลรักษาให้ถือหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) ถ้าผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองยอมรับรักษาทรัพย์สินที่ยึด และผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นให้ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองเป็นผู้ดูแลรักษาก็ได้

(2) ถ้าผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ยึด เมื่อผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินไว้ในความดูแลของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้

(3) ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตาม (1) และ (2) ได้ ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองจะเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สินและจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองจดบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรักษาทรัพย์สินค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สิน และค่าจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินไว้ในรายการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองปฏิบัติตามวิธีการที่กําหนดไว้ในคําสั่งว่าด้วยการพัสดุของสํานักงาน ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่มีเหตุจําเป็นต้องมีการมอบทรัพย์สินที่ยึดไว้ในความดูแลของบุคคลอื่น

(2) กรณีที่มีการเช่าสถานที่เพื่อเก็บรักษาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในกรณีที่ผู้ใดทําให้เสียหาย ทําลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทําให้สูญหาย ทําให้เสื่อมค่าทําให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่ยึด ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองรายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดําเนินคดีแก่ผู้กระทําผิด

การอายัดทรัพย์สิน

ส่วน ๑

วิธีการอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เมื่อเลขาธิการมีคําสั่งให้อายัดทรัพย์สินแล้ว ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองแจ้งคําสั่งให้อายัดทรัพย์สินให้ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองและบุคคลภายนอกซึ่งต้องส่งมอบทรัพย์สินนั้นทราบ

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ในการอายัดทรัพย์สิน ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองต้องยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิแก่ผู้อยู่ใต้บังคับคําสั่งทางปกครองในอันที่จะได้รับมอบ หรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิหรือได้รับชําระเงิน

ให้นําความในส่วนที่ 1 วิธีการยึดทรัพย์สิน ของหมวด 3 การยึดทรัพย์สิน มาใช้กับวิธีการอายัดทรัพย์สินโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ถ้าจะอายัดหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นใดที่มีหลักฐานการแสดงสิทธิในหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินนั้น ให้ผู้ดําเนินการบังคับทางปกครองดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานการแสดงสิทธิดังกล่าว

67 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5b1480481d9e3e61

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com