ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ดำเนินการเก็บขน
และกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือขยะมูลฝอย
โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ
ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขดังนี้
(๑)
กิจการเก็บขน และกำจัดสิ่งปฏิกูล
(๑.๑)
รถขนถ่ายสิ่งปฏิกูลต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก
(๑.๒)
รถขนถ่ายสิ่งปฏิกูลต้องมีลักษณะดังนี้
(๑.๒.๑)
ส่วนของรถที่ใช้บรรจุสิ่งปฏิกูลต้องปกปิดมิดชิดสามารถป้องกันกลิ่น
และสัตว์แมลงนำโรคได้และมีฝาปิดอยู่ด้านบน
(๑.๒.๒)
ท่อหรือสายที่ใช้ดูดสิ่งปฏิกูลควรอยู่ในสภาพดีไม่รั่วซึม
(๑.๒.๓)
มีปั๊มดูดสิ่งปฏิกูลที่มีการติดตั้งมาตรวัดปริมาณของสิ่งปฏิกูลที่ใช้การได้ดี
และมองเห็นระดับได้อย่างชัดเจน
(๑.๓)
รถขนถ่ายสิ่งปฏิกูลต้องมีข้อความติดด้านข้าง และด้านหลังรถดังนี้
รถขนถ่ายสิ่งปฏิกูล
ปริมาตรบรรจุ
..ลูกบาศก์เมตร
ได้รับอนุญาตจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง
ใบอนุญาตเลขที่
../
ชื่อบริษัทหรือเจ้าของกิจการพร้อมหมายเลขโทรศัพท์
(ด้วยตัวหนังสือขนาดที่ชัดเจน)
(๑.๔)
มีอุปกรณ์ทำความสะอาดประจำรถ เช่น ถังตักน้ำ ไม้กวาด น้ำยา
ฆ่าเชื้อโรคที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
(๑.๕)
ในกรณีกำจัดสิ่งปฏิกูลเอง ต้องมีระบบบำบัดที่ถูกหลักสุขาภิบาล
โดยที่แหล่งกำจัดนั้นจะต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ
และไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
(๑.๖)
มีเสื้อคลุมถุงมือยางรองเท้ายางสำหรับผู้ปฏิบัติงาน
(๑.๗)
ขณะทำการดูดสิ่งปฏิกูลผู้ปฏิบัติต้องสวมเสื้อคลุม ถุงมือยาง รองเท้ายาง
(๑.๘)
ทำความสะอาดท่อหรือสายที่ใช้ดูดสิ่งปฏิกูล โดยหลังดูดสิ่งปฏิกูลเสร็จแล้ว
ให้ทำความสะอาด โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
(๑.๙)
ทำความสะอาดรถอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง หลังจากที่ออกปฏิบัติงาน ขนถ่ายสิ่งปฏิกูลแล้ว
และน้ำเสียที่เกิดจากการล้าง ต้องได้รับการบำบัดที่ถูกหลักสุขาภิบาล
(๑.๑๐)
การบำบัดน้ำทิ้ง
โดยใช้ลานทรายซึมหรือร่องซึมจะต้องห่างจากแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร
(๑.๑๑)
กรณีมีสิ่งปฏิกูลเรี่ยราดให้ทำการฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
และสิ่งแวดล้อมแล้วทำการฆ่าเชื้อ
(๑.๑๒)
ทำความสะอาดเสื้อคลุมถุงมือยาง รองเท้ายางทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(๑.๑๓)
มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
(๑.๑๔)
ผู้ดำเนินการขนถ่ายสิ่งปฏิกูลจะคิดค่าบริการได้ไม่เกินอัตราที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงกำหนด
(๒)
กิจการเก็บขยะมูลฝอย
(๒.๑)
รถเก็บขยะมูลฝอยทุกคันต้องได้รับการออกแบบประกอบ
และสร้างให้มีลักษณะถูกต้องตามกฎหมายขนส่งทางบก และกฎหมายอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องสามารถป้องกันการปลิว ตกหล่นของขยะมูลฝอย
และการรั่วไหลของน้ำเสียจากขยะมูลฝอยในขณะทำการเก็บ
และขนย้ายขยะมูลฝอยไปยังสถานที่กำจัด
(๒.๒)
รถเก็บขนขยะมูลฝอยทุกคันต้องมีข้อความติดด้านข้าง และด้านหลังรถดังนี้
รถเก็บขนขยะมูลฝอย
ได้รับอนุญาตจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง
ใบอนุญาตเลขที่
./
.
ชื่อบริษัทหรือเจ้าของกิจการพร้อมหมายเลขโทรศัพท์
(ด้วยตัวหนังสือขนาดที่เห็นชัด)
(๒.๓)
ผู้รับจ้างจัดให้มีพนักงานขับรถพนักงานเก็บขนขยะมูลฝอยตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ประกอบการบริการเก็บขนขยะมูลฝอยอย่างเพียงพอ
และเหมาะสมต่อการปฏิบัติงานเก็บขนขยะมูลฝอยประจำวัน
(๒.๔)
ผู้รับจ้างต้องจัดหาภาชนะรองรับขยะมูลฝอยสำหรับผู้สัญจรทางเท้า ริมถนน และภาชนะรองรับขยะมูลฝอย
รวมในเขตพื้นที่ให้บริการตามรูป ชนิด
และตำแหน่งที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงกำหนด
(๒.๕)
ผู้รับจ้างจะต้องทำการเก็บขนขยะมูลฝอยที่ทำการจัดเก็บแล้วนั้นไปยังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงกำหนด
(๒.๖) ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสถานที่ทำการถาวรในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง หรือสถานที่ซึ่งสามารถติดต่อได้สะดวก
โดยจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมตลอดเวลาทำการปกติและสถานที่ทำการจะต้องเปิดให้ประชาชนเข้ามาติดต่อขอรับบริการหรือร้องเรียนได้ในระหว่างเวลาทำงานได้โดยสะดวก
(๒.๗)
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีลานจอดรถหรืออาคารจอดรถสำหรับรถเก็บขนขยะมูลฝอยทุกคันที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
และต้องดูแลรักษาให้สถานที่ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่ดี และถูกสุขลักษณะตลอดเวลา
(๒.๘)
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการล้างทำความสะอาดรถอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง
หลังจากที่ออกปฏิบัติงานเก็บขนขยะมูลฝอย และน้ำเสียที่เกิดจากการล้างต้องได้รับการบำบัดที่ถูกหลักสุขาภิบาล
(๒.๙)
ในระหว่างการปฏิบัติงานพนักงานทุกคนของผู้รับจ้างจะต้องสวมใส่ชุดเครื่องแบบที่มีชื่อ
นามสกุล ตามที่ผู้รับจ้างตกลงไว้กับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง
(๒.๑๐)
ในการปฏิบัติงานผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลมิให้มีการดำเนินการเก็บขนขยะมูลฝอยในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยต่อการทำงานหรือทำให้เกิดการละเมิดต่อผู้อื่น
(๒.๑๑)
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
(๓)
กิจการกำจัดขยะมูลฝอย ผู้รับจ้างกำจัดขยะมูลฝอย
ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขและหรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น