มาตรา ๖
พระราชกฤษฎีกานี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง
ในท้องที่อำเภอรือเสาะ อำเภอระแงะ และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พ.ศ. ๒๕๑๗
มาตร ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์
ในท้องที่อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส และในท้องที่อำเภอสุคิริน
อำเภอจะแนะ อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พ.ศ. ๒๕๓๕
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากในนิคมสร้างตนเอง
ตามที่ได้กำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ในท้องที่อำเภอรือเสาะ
อำเภอระแงะ และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พ.ศ. ๒๕๑๗
มีพื้นที่ป่าไม้บางส่วนเนื้อที่ประมาณ ๙๘,๕๘๒ ไร่ ซึ่งมิได้ใช้ประโยชน์
ประกอบกับนิคมสร้างตนเองมีพื้นที่กว้างขวางและไม่สะดวกแก่การบริหารงานของเจ้าหน้าที่
สมควรกันพื้นที่ป่าไม้ดังกล่าวคืนให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เพื่อรักษาไว้เป็นป่าที่สมบูรณ์ต่อไป
พร้อมกับแยกการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองนี้เสียใหม่เป็นสองนิคม
และเนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อและเขตของอำเภอในพื้นที่เขตนิคมสร้างตนเองนี้โดยได้มีการแบ่งท้องที่
อำเภอรือเสาะ ตั้งเป็น กิ่งอำเภอศรีสาคร
อำเภอรือเสาะ
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ แบ่งท้องที่ อำเภอแว้ง ตั้งเป็น กิ่งอำเภอสุคิริน
อำเภอแว้ง
เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๐ แบ่งท้องที่ อำเภอระแงะ ตั้งเป็น กิ่งอำเภอจะแนะ
อำเภอระแงะ
เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๖ และต่อมาก็ได้มีการยกฐานะกิ่งอำเภอดังกล่าวข้างต้นขึ้นเป็น อำเภอศรีสาคร อำเภอสุคิริน และ อำเภอจะแนะ เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๒
พ.ศ. ๒๕๒๙ และพ.ศ. ๒๕๓๑ ตามลำดับ
ภายหลังจากที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ในท้องที่อำเภอรือเสาะ
อำเภอระแงะ และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พ.ศ. ๒๕๑๗ แล้ว
สมควรแก้ไขชื่อและเขตท้องที่ให้ถูกต้องเสียในคราวเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ศิรวัชร์/จัดทำ
๒๕
พฤษภาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๒/หน้า ๑๔/๒๔ กันยายน ๒๕๓๕