法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๑)

แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

คำขอจดทะเบียนดังต่อไปนี้ ให้ใช้แบบพิมพ์ที่นายทะเบียนจัดพิมพ์ขึ้นตามที่รัฐมนตรีกำหนด

(๑)

คำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิตามมาตรา

๑๙ และมาตรา ๒๐ (๓)

(๒)

คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทตามมาตรา ๓๑

(๓) คำขอจดทะเบียนบริษัทตามมาตรา ๓๙

(๔) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการตามมาตรา ๔๐

(๕) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งหรือเลิกสำนักงานสาขาตามมาตรา ๔๘

(๖) คำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนตามมาตรา ๑๓๖

(๗) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วตามมาตรา ๑๓๘

(๘) คำขอจดทะเบียนมติลดทุนตามมาตรา ๑๓๙

(๙) คำขอจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนที่จำหน่ายไม่ได้หรือที่ยังมิได้นำออกจำหน่ายตามมาตรา

๑๔๐

(๑๐) คำขอจดทะเบียนลดทุนตามมาตรา ๑๔๒

(๑๑) คำขอจดทะเบียนการควบบริษัทตามมาตรา ๑๕๑

(๑๒) คำขอจดทะเบียนเป็นผู้ชำระบัญชีและเลิกบริษัทตามมาตรา

๑๖๑

(๑๓) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๓

(๑๔) คำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีตามมาตรา ๑๗๖

(๑๕) คำขอจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนตามมาตรา ๑๘๓

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

คำขอจดทะเบียนตามข้อ ๑ ต้อง

(๑) มีข้อความถูกต้องและครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแบบพิมพ์

(๒) ข้อความตาม (๑) ต้องดีดพิมพ์หรือตีพิมพ์เป็นภาษาไทย

(๓) มีหนังสือหรือเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน

(๔) มีลายมือชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท

ผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท หรือผู้ชำระบัญชี แล้วแต่กรณี

อย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ขอจดทะเบียน

(๕) มีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อของผู้ขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒] ผู้ซึ่งต้องลงลายมือชื่อในรายการต่าง

ๆ ในคำขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ไม่ว่าด้วยประการใด

ๆ ผู้นั้นต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย

เว้นแต่กรณีตาม (๒) ให้ผู้รับรองลงลายมือชื่อรับรองไว้ในคำขอจดทะเบียน

(๑) นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต

ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป

ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่

(๒) ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อไว้กับนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด

(๓) หัวหน้าคณะผู้แทนทางทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล

หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น

หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ

(๔)

บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใด

ๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้

โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม (๓) รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อดังกล่าวด้วย

หนังสือรับรองลายมือชื่อของบุคคลตาม (๑)

ต้องทำตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔[๓]

การยื่นคำขอจดทะเบียนให้ยื่นต่อนายทะเบียนหรือส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงนายทะเบียน

ณ กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือยื่นต่อนายทะเบียนในจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

หนังสือบริคณห์สนธิและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ให้ทำตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับของบริษัท และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนต้อง

(๑) ดีดพิมพ์หรือตีพิมพ์เป็นภาษาไทย

(๒) ใช้กระดาษหน้าเดียว

(๓) มีหมายเลขประจำหน้าและจำนวนหน้าทั้งหมดของหนังสือและเอกสารแต่ละเรื่องไว้ที่มุมขวาด้านบนของทุกหน้า

(๔) ในกรณีที่มีการส่งสำเนาเอกสาร

ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารนั้นด้วย

ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากนายทะเบียนในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามวรรคหนึ่งได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิตามมาตรา ๑๙ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบหนังสือบริคณห์สนธิไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๔]

การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการขอจดทะเบียนเป็นบริษัทตามมาตรา

๑๙ วรรคสอง และมาตรา ๒๐ (๓) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบหนังสือยินยอมของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนที่ให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธินั้นไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๕]

การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทตามมาตรา ๓๑ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบข้อบังคับของบริษัทฉบับที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วซึ่งจัดทำขึ้นใหม่ทั้งหมดไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๖]

การขอจดทะเบียนบริษัทตามมาตรา ๓๙ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

(๑) ข้อบังคับของบริษัท

(๒) สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท

(๓) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวนเงินที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น

ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก

(๔) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๗]

การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการตามมาตรา ๔๐ เกี่ยวกับทุนชำระแล้วหรือจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้

ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

(๑)

หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวนเงินที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น

ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก

(๒) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๘] (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การขอจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนตามมาตรา

๑๓๖ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วตามมาตรา ๑๓๘ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

(๑) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น

โดยระบุจำนวนเงินที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก

(๒)

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทเฉพาะผู้ซื้อหุ้นที่เพิ่ม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การขอจดทะเบียนมติลดทุนตามมาตรา ๑๓๙ และจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนที่จำหน่ายไม่ได้หรือยังไม่ได้นำออกจำหน่ายตามมาตรา

๑๔๐ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่ลงมติให้ลดทุนจดทะเบียนไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๙]

การขอจดทะเบียนลดทุนตามมาตรา ๑๔๒ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

(๑)

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

(๒)

หนังสือรับรองว่าได้มีการส่งหนังสือแจ้งมติการลดทุนไปยังเจ้าหนี้บริษัท

(๓)

หนังสือรับรองว่าได้มีการลงโฆษณามติการลดทุนของบริษัทในหนังสือพิมพ์โดยระบุฉบับและวันที่ลงไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๑๐]

การขอจดทะเบียนควบบริษัทตามมาตรา ๑๕๑ ผู้ขดจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

(๑) หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทที่ควบกันแล้ว

(๒)

สำเนารายงานการประชุมร่วมกันของผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ควบกัน

(๓) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

(๔) หนังสือรับรองว่าได้มีการส่งหนังสือแจ้งมติการควบบริษัทไปยังเจ้าหนี้ของบริษัท

(๕)

หนังสือรับรองว่าได้มีการลงโฆษณามติให้ควบบริษัทของแต่ละบริษัทในหนังสือพิมพ์โดยระบุฉบับและวันที่ลงไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๑๑]

การขอจดทะเบียนเป็นผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๑ (๑) หรือขอจดทะเบียนเลิกบริษัทตามมาตรา

๑๖๑ (๒) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

หรือคำสั่งของศาลที่แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีหรือที่ให้เลิกบริษัท แล้วแต่กรณี

ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙[๑๒]

การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๓ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีหรือคำสั่งของศาลที่แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่

แล้วแต่กรณี ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีตามมาตรา

๑๗๖ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

(๑) รายงานผลการชำระบัญชีพร้อมด้วยบัญชีรับจ่ายที่เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น

(๒) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติรายงานผลการชำระบัญชีและบัญชีรับจ่าย

(๓)

รายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนพร้อมกับบัญชีรับจ่ายในการชำระบัญชีฉบับสุดท้าย

(๔) รายละเอียดสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีของบริษัท

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑[๑๓]

การขอจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนตามมาตรา ๑๘๓ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน

(๑) หนังสือบริคณห์สนธิ เฉพาะรายการตามมาตรา ๑๘ (๑) ถึง (๕)

และข้อบังคับของบริษัท

(๒) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติพิเศษให้แปรสภาพบริษัทเอกชน

(๓) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมต่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนให้ชำระค่าธรรมเนียม

หากไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนจำหน่ายคำขอจดทะเบียนนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท เปลี่ยนชื่อบริษัท ควบบริษัทหรือแปรสภาพบริษัทเอกชน

และบริษัทได้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนนั้นแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่บริษัท

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔[๑๔] ในกรณีที่ต้องมีการส่งเอกสารเพื่อประกอบคำขอจดทะเบียนตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

อธิบดีกรมทะเบียนการค้าอาจกำหนดให้ส่งเป็นข้อมูลในรูปแบบอื่นได้ ทั้งนี้

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ากำหนดและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕

อมเรศ ศิลาอ่อน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่มาตรา ๑๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕

บัญญัติให้การขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนเกี่ยวกับบริษัทมหาชนจำกัด

ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนดังกล่าว

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕[๑๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากการยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด

ในปัจจุบันมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอจดทะเบียน

จึงได้ปรับปรุงแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนขึ้นใหม่

ซึ่งจะทำให้ผู้ขอจดทะเบียนสามารถลงรายละเอียดตามรายการที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาคำขอจดทะเบียนได้โดยง่าย

และส่งผลทำให้เอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนบางรายการไม่มีความจำเป็นต่อการพิจารณาของทางราชการอีกต่อไป

จึงสมควรยกเลิกรายการเอกสารดังกล่าวนั้นเสีย

ซึ่งจะเป็นการลดภาระแก่ผู้ขอจดทะเบียนในการจัดทำเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน

และสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดให้ต้องแนบเอกสารบางอย่างที่เห็นว่าจำเป็นต้องใช้เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอจดทะเบียนจริง

ๆ และไม่เป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้จดทะเบียนและเจ้าหน้าที่ในการเก็บรักษาเอกสารดังกล่าว

นอกจากนั้น ได้กำหนดให้อธิบดีกรมทะเบียนการค้ามีอำนาจกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนสามารถเลือกส่งเอกสารเพื่อประกอบคำขอจดทะเบียนในรูปแบบอื่นได้เพิ่มขึ้น

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอจดทะเบียนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปิยะธิดา/ปรับปรุง

๓๐ เมษายน ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๙๓/หน้า ๑/๑๑ กันยายน ๒๕๓๕

[๒] ข้อ ๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๓] ข้อ ๔

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๔] ข้อ ๘

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๕] ข้อ ๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๖] ข้อ ๑๐

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๗] ข้อ ๑๑

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๘] ข้อ ๑๒

ยกเลิกโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๙] ข้อ ๑๖

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๑๐] ข้อ ๑๗

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๑๑] ข้อ ๑๘

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๑๒] ข้อ ๑๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๑๓] ข้อ ๒๑

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๑๔] ข้อ ๒๔

เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

พ.ศ. ๒๕๓๕

[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๕๑ ก/หน้า ๓/๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๙

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5bce450f5284d920

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com