กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๓๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๓๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
คำขอจดทะเบียนดังต่อไปนี้ ให้ใช้แบบพิมพ์ที่นายทะเบียนจัดพิมพ์ขึ้นตามที่รัฐมนตรีกำหนด
(๑)
คำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิตามมาตรา
๑๙ และมาตรา ๒๐ (๓)
(๒)
คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทตามมาตรา ๓๑
(๓) คำขอจดทะเบียนบริษัทตามมาตรา ๓๙
(๔) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการตามมาตรา ๔๐
(๕) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งหรือเลิกสำนักงานสาขาตามมาตรา ๔๘
(๖) คำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนตามมาตรา ๑๓๖
(๗) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วตามมาตรา ๑๓๘
(๘) คำขอจดทะเบียนมติลดทุนตามมาตรา ๑๓๙
(๙) คำขอจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนที่จำหน่ายไม่ได้หรือที่ยังมิได้นำออกจำหน่ายตามมาตรา
๑๔๐
(๑๐) คำขอจดทะเบียนลดทุนตามมาตรา ๑๔๒
(๑๑) คำขอจดทะเบียนการควบบริษัทตามมาตรา ๑๕๑
(๑๒) คำขอจดทะเบียนเป็นผู้ชำระบัญชีและเลิกบริษัทตามมาตรา
๑๖๑
(๑๓) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๓
(๑๔) คำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีตามมาตรา ๑๗๖
(๑๕) คำขอจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนตามมาตรา ๑๘๓
ข้อ ๒
คำขอจดทะเบียนตามข้อ ๑ ต้อง
(๑) มีข้อความถูกต้องและครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแบบพิมพ์
(๒) ข้อความตาม (๑) ต้องดีดพิมพ์หรือตีพิมพ์เป็นภาษาไทย
(๓) มีหนังสือหรือเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน
(๔) มีลายมือชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท
ผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท หรือผู้ชำระบัญชี แล้วแต่กรณี
อย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ขอจดทะเบียน
(๕) มีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อของผู้ขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร
ข้อ ๓[๒] ผู้ซึ่งต้องลงลายมือชื่อในรายการต่าง
ๆ ในคำขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ไม่ว่าด้วยประการใด
ๆ ผู้นั้นต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย
เว้นแต่กรณีตาม (๒) ให้ผู้รับรองลงลายมือชื่อรับรองไว้ในคำขอจดทะเบียน
(๑) นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต
ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป
ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่
(๒) ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อไว้กับนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด
(๓) หัวหน้าคณะผู้แทนทางทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล
หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น
หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ
(๔)
บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใด
ๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้
โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม (๓) รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อดังกล่าวด้วย
หนังสือรับรองลายมือชื่อของบุคคลตาม (๑)
ต้องทำตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด
ข้อ ๔[๓]
การยื่นคำขอจดทะเบียนให้ยื่นต่อนายทะเบียนหรือส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงนายทะเบียน
ณ กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือยื่นต่อนายทะเบียนในจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ก็ได้
ข้อ ๕
หนังสือบริคณห์สนธิและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ให้ทำตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
ข้อ ๖
หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับของบริษัท และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนต้อง
(๑) ดีดพิมพ์หรือตีพิมพ์เป็นภาษาไทย
(๒) ใช้กระดาษหน้าเดียว
(๓) มีหมายเลขประจำหน้าและจำนวนหน้าทั้งหมดของหนังสือและเอกสารแต่ละเรื่องไว้ที่มุมขวาด้านบนของทุกหน้า
(๔) ในกรณีที่มีการส่งสำเนาเอกสาร
ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารนั้นด้วย
ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากนายทะเบียนในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามวรรคหนึ่งได้
ข้อ ๗
การขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิตามมาตรา ๑๙ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบหนังสือบริคณห์สนธิไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนด้วย
ข้อ ๘[๔]
การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการขอจดทะเบียนเป็นบริษัทตามมาตรา
๑๙ วรรคสอง และมาตรา ๒๐ (๓) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบหนังสือยินยอมของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนที่ให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธินั้นไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๙[๕]
การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทตามมาตรา ๓๑ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบข้อบังคับของบริษัทฉบับที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วซึ่งจัดทำขึ้นใหม่ทั้งหมดไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๑๐[๖]
การขอจดทะเบียนบริษัทตามมาตรา ๓๙ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) ข้อบังคับของบริษัท
(๒) สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท
(๓) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวนเงินที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น
ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก
(๔) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
ข้อ ๑๑[๗]
การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการตามมาตรา ๔๐ เกี่ยวกับทุนชำระแล้วหรือจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้
ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑)
หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวนเงินที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น
ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก
(๒) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
ข้อ ๑๒[๘] (ยกเลิก)
ข้อ ๑๓ การขอจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนตามมาตรา
๑๓๖ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๑๔
การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วตามมาตรา ๑๓๘ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) หนังสือของสถาบันการเงินแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้น
โดยระบุจำนวนเงินที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก
(๒)
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทเฉพาะผู้ซื้อหุ้นที่เพิ่ม
ข้อ ๑๕
การขอจดทะเบียนมติลดทุนตามมาตรา ๑๓๙ และจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนที่จำหน่ายไม่ได้หรือยังไม่ได้นำออกจำหน่ายตามมาตรา
๑๔๐ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่ลงมติให้ลดทุนจดทะเบียนไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๑๖[๙]
การขอจดทะเบียนลดทุนตามมาตรา ๑๔๒ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑)
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
(๒)
หนังสือรับรองว่าได้มีการส่งหนังสือแจ้งมติการลดทุนไปยังเจ้าหนี้บริษัท
(๓)
หนังสือรับรองว่าได้มีการลงโฆษณามติการลดทุนของบริษัทในหนังสือพิมพ์โดยระบุฉบับและวันที่ลงไว้ด้วย
ข้อ ๑๗[๑๐]
การขอจดทะเบียนควบบริษัทตามมาตรา ๑๕๑ ผู้ขดจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทที่ควบกันแล้ว
(๒)
สำเนารายงานการประชุมร่วมกันของผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ควบกัน
(๓) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
(๔) หนังสือรับรองว่าได้มีการส่งหนังสือแจ้งมติการควบบริษัทไปยังเจ้าหนี้ของบริษัท
(๕)
หนังสือรับรองว่าได้มีการลงโฆษณามติให้ควบบริษัทของแต่ละบริษัทในหนังสือพิมพ์โดยระบุฉบับและวันที่ลงไว้ด้วย
ข้อ ๑๘[๑๑]
การขอจดทะเบียนเป็นผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๑ (๑) หรือขอจดทะเบียนเลิกบริษัทตามมาตรา
๑๖๑ (๒) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
หรือคำสั่งของศาลที่แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีหรือที่ให้เลิกบริษัท แล้วแต่กรณี
ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๑๙[๑๒]
การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๖๓ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีหรือคำสั่งของศาลที่แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่
แล้วแต่กรณี ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๒๐ การขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีตามมาตรา
๑๗๖ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) รายงานผลการชำระบัญชีพร้อมด้วยบัญชีรับจ่ายที่เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น
(๒) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติรายงานผลการชำระบัญชีและบัญชีรับจ่าย
(๓)
รายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนพร้อมกับบัญชีรับจ่ายในการชำระบัญชีฉบับสุดท้าย
(๔) รายละเอียดสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีของบริษัท
ข้อ ๒๑[๑๓]
การขอจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนตามมาตรา ๑๘๓ ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารดังต่อไปนี้ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
(๑) หนังสือบริคณห์สนธิ เฉพาะรายการตามมาตรา ๑๘ (๑) ถึง (๕)
และข้อบังคับของบริษัท
(๒) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติพิเศษให้แปรสภาพบริษัทเอกชน
(๓) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
ข้อ ๒๒
การขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมต่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนให้ชำระค่าธรรมเนียม
หากไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนจำหน่ายคำขอจดทะเบียนนั้น
ข้อ ๒๓
เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท เปลี่ยนชื่อบริษัท ควบบริษัทหรือแปรสภาพบริษัทเอกชน
และบริษัทได้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนนั้นแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่บริษัท
ข้อ ๒๔[๑๔] ในกรณีที่ต้องมีการส่งเอกสารเพื่อประกอบคำขอจดทะเบียนตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
อธิบดีกรมทะเบียนการค้าอาจกำหนดให้ส่งเป็นข้อมูลในรูปแบบอื่นได้ ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ากำหนดและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕
อมเรศ ศิลาอ่อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรา ๑๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕
บัญญัติให้การขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนเกี่ยวกับบริษัทมหาชนจำกัด
ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕[๑๕]
ข้อ ๗ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากการยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด
ในปัจจุบันมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอจดทะเบียน
จึงได้ปรับปรุงแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนขึ้นใหม่
ซึ่งจะทำให้ผู้ขอจดทะเบียนสามารถลงรายละเอียดตามรายการที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาคำขอจดทะเบียนได้โดยง่าย
และส่งผลทำให้เอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนบางรายการไม่มีความจำเป็นต่อการพิจารณาของทางราชการอีกต่อไป
จึงสมควรยกเลิกรายการเอกสารดังกล่าวนั้นเสีย
ซึ่งจะเป็นการลดภาระแก่ผู้ขอจดทะเบียนในการจัดทำเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน
และสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดให้ต้องแนบเอกสารบางอย่างที่เห็นว่าจำเป็นต้องใช้เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอจดทะเบียนจริง
ๆ และไม่เป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้จดทะเบียนและเจ้าหน้าที่ในการเก็บรักษาเอกสารดังกล่าว
นอกจากนั้น ได้กำหนดให้อธิบดีกรมทะเบียนการค้ามีอำนาจกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนสามารถเลือกส่งเอกสารเพื่อประกอบคำขอจดทะเบียนในรูปแบบอื่นได้เพิ่มขึ้น
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอจดทะเบียนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปิยะธิดา/ปรับปรุง
๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๙๓/หน้า ๑/๑๑ กันยายน ๒๕๓๕
[๒] ข้อ ๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๓] ข้อ ๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๔] ข้อ ๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๕] ข้อ ๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๖] ข้อ ๑๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๗] ข้อ ๑๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๘] ข้อ ๑๒
ยกเลิกโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๙] ข้อ ๑๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๑๐] ข้อ ๑๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๑๑] ข้อ ๑๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๑๒] ข้อ ๑๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๑๓] ข้อ ๒๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๑๔] ข้อ ๒๔
เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. ๒๕๓๕
[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๕๑ ก/หน้า ๓/๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๙
กฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5bce450f5284d920
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com