ข้อ ๑ เมื่อผู้ประสานงานกลางได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศให้ส่งตัวบุคคลซึ่งถูกคุมขังในประเทศไทยไปเบิกความเป็นพยานในประเทศผู้ร้องขอ
(๑) ถ้าผู้ประสานงานกลางหรือนายกรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี พิจารณาเป็นที่ยุติแล้วเห็นว่าการดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเป็นการจำเป็น
และคำร้องขอนั้นอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะให้ความช่วยเหลือได้
กับทั้งได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดและมีเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนตามระเบียบว่าด้วยการนั้น
ตลอดจนไม่มีเหตุที่จะเลื่อนหรือระงับการดำเนินการตามคำร้องขอนั้นแล้ว
ให้ผู้ประสานงานกลางแจ้งผลการพิจารณา พร้อมทั้งส่งคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้บุคคลดังต่อไปนี้
เพื่อให้ดำเนินการสอบถามความสมัครใจของบุคคลซึ่งถูกคุมขังนั้น
(ก) ในกรณีที่บุคคลซึ่งถูกคุมขังอยู่ภายใต้การคุมขังของกรมราชทัณฑ์ให้ส่งให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์เพื่อดำเนินการ
(ข) ในกรณีที่บุคคลซึ่งถูกคุมขังอยู่ภายใต้การคุมขังของส่วนราชการอื่นให้ส่งให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นเพื่อดำเนินการ
แล้วแจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ทราบ
ทั้งนี้ โดยให้ทำตามแบบ ผก. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ในการส่งคำร้องขอและเอกสารหลักฐานตาม (๑) ให้ผู้ประสานงานกลางแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนและชัดเจน
รวมทั้งให้แจ้งถึงสิทธิและหน้าที่ที่บุคคลซึ่งถูกคุมขังนั้นพึงมีตามกฎหมายตามสนธิสัญญา
หรือตามที่ประเทศผู้ร้องขอได้ให้คำรับรองไว้กับประเทศไทยด้วย
(๒) ถ้าผู้ประสานงานกลางหรือนายกรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี
พิจารณาเป็นที่ยุติแล้วเห็นว่าการดำเนินการตามคำร้องขอนั้นไม่เป็นการจำเป็น
หรือคำร้องขอนั้นไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะให้ความช่วยเหลือได้
หรืออาจให้ความช่วยเหลือได้ภายใต้เงื่อนไขที่จำเป็นบางประการ หรือมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
หรือมีเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเหตุที่จะเลื่อนหรือระงับการดำเนินการตามคำร้องขอนั้นให้ผู้ประสานงานกลางแจ้งปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือพร้อมด้วยเหตุผล
หรือแจ้งเงื่อนไขที่จำเป็น หรือแจ้งเหตุขัดข้องให้ประเทศผู้ร้องขอทราบ