ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 9/2552
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
เดิมธนาคารพาณิชย์มุ่งเน้นประกอบธุรกิจการรับฝากเงินและการให้สินเชื่อเป็นหลักต่อมาการบริหารสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์และธุรกิจต่าง ๆ มีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไปจากการกู้ยืมเงิน โดยทั่วไป ธนาคารพาณิชย์และธุรกิจสามารถหาสภาพคล่องจากลูกหนี้เงินให้กู้ยืมซึ่งเป็นสินทรัพย์ของตนได้ (Asset-Based Financing) โดยการขายลูกหนี้เงินให้กู้ยืมดังกล่าวให้แก่ธนาคารพาณิชย์อื่นหรือธุรกิจที่มีสภาพคล่องเหลือได้ และเพื่อสนับสนุนให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์และภาคธุรกิจมากขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ซึ่งรวมถึงธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยที่มีสภาพคล่องเหลือสามารถรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์และของนิติบุคคลอื่นมาเพื่อบริหารต่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้นได้
การออกประกาศฉบับนี้เป็นการปรับหลักการและถ้อยคําให้ชัดเจนว่าธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) ตลอดจนประชาชนรายย่อย (Retail) ได้ เป็นการขยายขอบเขตเพิ่มเติมจากเดิมที่รับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็น SMEs ได้เท่านั้น ไม่สามารถซื้อลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็นประชาชนรายย่อยได้ ส่วนเนื้อหาสาระสําคัญในส่วนอื่นของประกาศยังคงเหมือนเดิม
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมตามข้อกําหนดในประกาศนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร
อื่นๆ - 4. ประกาศที่ยกเลิก
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 05/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 ในประกาศฉบับนี้
"ลูกหนี้เงินให้กู้ยืม" หมายความว่า ลูกหนี้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมปกติของธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคลอื่น ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงลูกหนี้จากการประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งด้วย
"สถาบันการเงิน 56 แห่งที่ถูกปิดกิจการ" หมายความว่า บริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ถูกระงับการดําเนินกิจการตามคําสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2540 และวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ซึ่งสั่งโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินเห็นว่าไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดําเนินการได้
"บริษัทแม่" หมายความว่า บริษัทแม่ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
5.2 อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมทั้งที่เป็นเงินบาทและเงินตราต่างประเทศได้จากธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคลอื่นในประเทศโดยธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
ในกรณีที่เป็นการรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้มาจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ และธนาคารพาณิชย์ผู้รับซื้อหรือรับโอนนั้นเป็นบริษัทแม่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น ลูกหนี้ดังกล่าวต้องได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วและเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติหรือสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงินและที่แก้ไขเพิ่มเติม
5.3 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจสําหรับธนาคารพาณิชย์ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
5.3.1 ธนาคารพาณิชย์สามารถรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและสินทรัพย์อื่นของสถาบันการเงิน 56 แห่งที่ถูกปิดกิจการจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้
5.3.2 การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและสินทรัพย์อื่นต้องกระทําภายใต้ขอบเขตที่ธนาคารพาณิชย์สามารถกระทําได้ตามที่กําหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินเท่านั้น และธนาคารพาณิชย์จะต้องถือปฏิบัติต่อลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่รับซื้อหรือรับโอนตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
5.3.3 การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมนั้น ธนาคารพาณิชย์ต้องมีกระบวนการวิเคราะห์และพิจารณาอย่างรอบครอบว่าลูกหนี้เงินให้กู้ยืมดังกล่าวจะสามารถก่อให้เกิดรายได้แก่ธนาคารพาณิชย์ในอนาคต
5.3.4 การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและสินทรัพย์อื่นให้ใช้ราคายุติธรรม (fair value) ซึ่งมีความหมายเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี
5.3.5 ธนาคารพาณิชย์ผู้รับซื้อหรือรับโอนต้องกําหนดหลักเกณฑ์ หรือระเบียบปฏิบัติที่ดี เพื่อป้องกันมิให้ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานกระทําการหรืองดเว้นกระทําการใด ๆ อันผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต
5.3.6 การกํากับดูแล
(1) ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่ยอมรับทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
(2) ในการคํานวณจํานวนเงินสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ธนาคารพาณิชย์นับรวมกับธุรกรรมการให้สินเชื่อ ลงทุนต่อภาระผูกพันหรือการทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อประเภทอื่น เพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันในโครงการหนึ่งโครงการใดหรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน ซึ่งเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้นตามที่กําหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)
(3) ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจยับยั้งหรือสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(3.1) ธนาคารพาณิชย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศนี้
(3.2) กรณีอื่น ๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ากระทบกับความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน
5.4 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจสําหรับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
ในการประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ 5.3 เว้นแต่เรื่องขอบเขตในการประกอบธุรกิจ และเรื่องการนับลูกหนี้รายใหญ่ ให้ถือปฏิบัติดังนี้
5.4.1 ขอบเขตในการประกอบธุรกิจ
ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) และประชาชนรายย่อยเท่านั้นไม่ว่าผู้ขายจะเป็นใคร ทั้งนี้ ขอบเขตการประกอบธุรกิจต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 23 มกราคม 2547 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 30/2551 เรื่อง ขอบเขตการประกอบธุรกิจและขอบเขตการทําธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
5.4.2 การนับลูกหนี้รายใหญ่
ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ 5.3.6 (2) ในการคํานวณจํานวนเงินสูงสุดที่ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําธุรกรรมรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด โดยให้นับรวมกับธุรกรรมการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพันหรือการทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อประเภทอื่น เพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือโครงการหนึ่งโครงการใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินกว่าที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําได้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2552
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย