法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทาง

ของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๕๔

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ประกอบกับมาตรา ๔ และมาตรา ๓๒ (๔)

แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้ทรงคุณวุฒิ พยานผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติงานตามที่มอบหมาย

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“พยานบุคคล” หมายความว่า

บุคคลผู้รู้เห็นเหตุการณ์หรือทราบข้อเท็จจริงโดยตรง ซึ่งได้รับเชิญจากคณะกรรมการ

คณะอนุกรรมการ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือสำนักงาน เพื่อมาให้ถ้อยคำทำความเห็น

หรือเป็นพยานในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

“พยานผู้เชี่ยวชาญ” หมายความว่า

พยานบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์เฉพาะด้าน ที่คณะกรรมการ

หรือคณะอนุกรรมการกำหนด

“พยานผู้ทรงคุณวุฒิ” หมายความว่า

พยานบุคคลที่มีคุณวุฒิทางการศึกษาและเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญระดับสูงเฉพาะด้าน

ที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการกำหนด

“พนักงานเจ้าหน้าที่”

หมายความว่า บุคคลผู้ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

“ผู้ร้อง” หมายความว่า

บุคคลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งได้ยื่นคำร้องไว้ต่อคณะกรรมการ

กรรมการ สำนักงาน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่

“ค่าเดินทาง” หมายความว่า

ค่าพาหนะ ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น

“พาหนะส่วนตัว”[๒] หมายความว่า พาหนะส่วนบุคคลซึ่งมิใช่ของทางราชการ ทั้งนี้

ไม่ว่าจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เดินทางหรือไม่ก็ตาม

“ค่าใช้จ่ายอื่น” หมายความว่า

ค่าใช้จ่ายอื่นที่มีความจำเป็นต้องจ่ายอันเนื่องมาจากการเดินทาง

หากไม่จ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะไม่สามารถเดินทางถึงที่หมายได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การเดินทางไปราชการเพื่อปฏิบัติงานเกี่ยวกับการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่

ให้ขออนุมัติการเดินทางไปราชการและค่าเดินทางจากสำนักงานตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ค่าใช้จ่ายอื่นใดนอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

ให้ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของราชการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ บรรดารูปแบบ

และรายการเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบนี้ให้เป็นไปตามที่สำนักงานกำหนด

พยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ และพยานผู้ทรงคุณวุฒิ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้พยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเชิญให้มาให้ถ้อยคำ ทำความเห็น

หรือเป็นพยาน มีสิทธิได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางตามอัตราต่อไปนี้

(๑) พยานบุคคลให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางในอัตราดังนี้

(๑.๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายเป็นรายวัน

ตามอัตราบัญชีหมายเลข ๑ ท้ายระเบียบนี้

(๑.๒) ค่าพาหนะให้เบิกจ่ายดังนี้

(๑.๒.๑) ค่าพาหนะประจำทางให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

ไม่เกินอัตราค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมรถไฟปรับอากาศนอนชั้น ๒

หรือรถโดยสารเดินทางปรับอากาศ ๒๔ ที่นั่ง

(๑.๒.๒)

ค่าพาหนะรับจ้างให้เบิกได้เฉพาะการเดินทางที่มีความจำเป็นต้องนำสัมภาระติดตัวเพื่อใช้พักค้างแรม

โดยให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างดังนี้

ก) จากที่อยู่

หรือที่พักถึงสถานีขนส่งประจำทางหรือสถานที่พาหนะประจำทางจอดรับ

และจากสถานีขนส่งประจำทางหรือสถานที่พาหนะประจำทางจอดส่งไปยังที่อยู่หรือที่พัก

โดยเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

ข) จากสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานครไปสำนักงาน และจากสำนักงานถึงสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานคร

ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

(๑.๒.๓)[๓]

กรณีเป็นผู้พิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการที่ออกโดยนายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

ซึ่งโดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประจำทางได้ ให้เบิกค่าเดินทางเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น

เหมาะสมและประหยัดในอัตราดังนี้

ก)

การเดินทางโดยพาหนะรับจ้างให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างตามความเป็นจริง สำหรับการเดินทางจากที่อยู่หรือที่พักไปยังสำนักงานหรือสถานที่ที่กำหนด

และการเดินทางจากสำนักงานหรือสถานที่ที่กำหนดไปยังที่อยู่หรือที่พัก ทั้งนี้

ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย

ข)

การเดินทางโดยใช้พาหนะส่วนตัวของผู้พิการหรือพาหนะส่วนตัวของผู้ช่วยเหลือผู้พิการในการเดินทาง

ให้จ่ายชดเชยเป็นค่าพาหนะตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุโลมและมิให้เบิกค่าธรรมเนียมการผ่านทางใด

ๆ อีก

สำหรับการคำนวณระยะทางเพื่อเบิกจ่ายให้คำนวณตามเส้นทางของกรมทางหลวงในทางสั้นและตรงซึ่งสามารถเดินทางได้โดยสะดวกและปลอดภัย

กรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทางของหน่วยงานอื่นที่ตัดผ่าน

และในกรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงและของหน่วยงานอื่น

ให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับรองระยะทางในการเดินทาง

ทั้งนี้

ผู้ช่วยเหลือผู้พิการในการเดินทางตามข้อนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเดินทางตาม (๑.๘)

อีก

ค)

กรณีที่ไม่อาจเดินทางตาม ก) และ ข) ได้ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจ้างเหมาบริการพาหนะเพื่อเดินทางมาให้ถ้อยคำหรือเป็นพยานในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้อยู่ในดุลพินิจของสำนักงานในการพิจารณาอนุมัติค่าเดินทาง

โดยให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะทั่วไป เว้นแต่

โดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประเภททั่วไปได้ให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะประเภทพิเศษที่กำหนดไว้ในบัญชีหมายเลข

๓ ท้ายระเบียบนี้

และการจ่ายค่าเชื้อเพลิงหรือพลังงานสำหรับพาหนะให้จ่ายโดยเทียบเคียงกับอัตราเงินชดเชยในการใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทางไปราชการตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

โดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายโดยผู้ช่วยเหลือในการเดินทางตามข้อนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเดินทางตาม

(๑.๘) อีก

(๑.๒.๔)[๔]

กรณีเป็นผู้พิการที่ไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการตาม (๑.๒.๓)

หรือกรณีเป็นบุคคลซึ่งโดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประจำทางได้

หากคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการเห็นสมควร ให้เบิกค่าเดินทางได้ในอัตราตาม (๑.๒.๓)

โดยอนุโลม

(๑.๓) ค่าที่พัก ให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายตามอัตราบัญชีหมายเลข ๒

ท้ายระเบียบนี้

(๑.๔)

กรณีมีค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งจำเป็นต้องจ่ายอันเนื่องมาจากการเดินทางนอกเหนือจากที่กำหนดข้างต้นให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง ทั้งนี้

ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย

(๑.๕) กรณีพยานบุคคลที่ได้รับเชิญเป็นบุคลากรในสังกัดหน่วยงานของรัฐที่มิใช่สำนักงาน

ให้ใช้สิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางตามอัตราของทางราชการ

หากใช้สิทธิการเบิกเงินจากต้นสังกัดแล้วไม่มีสิทธิเบิกจากสำนักงานอีก

(๑.๖) กรณีพยานบุคคลที่ได้รับเชิญเป็นบุคลากรในสังกัดสำนักงาน

ผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำประธานกรรมการหรือกรรมการ

ผู้ที่ปฏิบัติงานในสังกัดคณะกรรมการ ประธานกรรมการหรือกรรมการ โดยได้รับเงินเดือน

หรือค่าจ้าง

หรือค่าตอบแทนที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นจากเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณของสำนักงานเป็นรายเดือน

ให้ใช้สิทธิเบิกตามอัตราของทางราชการ

(๑.๗) กรณีที่คณะกรรมการ กรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือสำนักงาน

พิจารณาแล้วเห็นว่า การให้ถ้อยคำหรือให้รายละเอียดของผู้ร้องจะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของสังคมโดยรวมและเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางแก่ผู้ร้องเพื่อประโยชน์ดังกล่าว

ในการนี้

ให้สำนักงานเป็นผู้อนุมัติให้ผู้ร้องดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง

และค่าเดินทางได้ในฐานะและอัตราเดียวกับพยานบุคคล

(๑.๘)

กรณีที่พยานบุคคลหรือผู้ร้องมีความจำเป็นต้องมีล่ามเพื่อแปลภาษา ร่วมเดินทางมาพร้อมกับพยานบุคคลหรือผู้ร้องด้วย

หรือกรณีที่พยานบุคคลหรือผู้ร้องเป็นเด็กและเยาวชน ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ

หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก

หรือผู้ที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งจำเป็นต้องมีผู้อื่นช่วยเหลือในการเดินทางร่วมเดินทางมาด้วย

หากคณะกรรมการ กรรมการคณะอนุกรรมการหรือสำนักงาน พิจารณาเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ในการนี้ ให้สำนักงานเป็นผู้อนุมัติให้ผู้ทำหน้าที่ล่าม

หรือผู้ช่วยเหลือในการเดินทางดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางได้ในอัตราเดียวกับพยานบุคคล

(๒) พยานผู้เชี่ยวชาญหรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางในอัตราดังนี้

(๒.๑)

ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายเป็นรายวันตามอัตราบัญชีหมายเลข ๑

ท้ายระเบียบนี้

(๒.๒) ค่าพาหนะประจำทางให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

ในกรณีที่เดินทางโดยเครื่องบินให้เบิกในอัตราชั้นประหยัด

(๒.๓) การเดินทางโดยพาหนะรับจ้างให้เบิกเฉพาะการเดินทางเท่าที่จำเป็นโดยให้เบิกในอัตราดังนี้

(๒.๓.๑) เดินทางจากที่อยู่ หรือที่พักไปยังสถานีขนส่งประจำทาง

สถานที่พาหนะประจำทางจอดรับ หรือท่าอากาศยาน และจากสถานีขนส่งประจำทาง

สถานที่พาหนะประจำทางจอดส่ง หรือท่าอากาศยานไปยังที่อยู่หรือที่พัก โดยเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

(๒.๓.๒) เดินทางจากสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานคร

ท่าอากาศยานดอนเมืองหรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปสำนักงาน

และจากสำนักงานถึงสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานครท่าอากาศยานดอนเมือง

หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

(๒.๓.๓) เดินทางออกจากที่อยู่หรือที่พักหรือที่ปฏิบัติงานซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเดียวกับที่ได้รับเชิญให้มาทำหน้าที่พยานผู้เชี่ยวชาญ

หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างได้เท่าที่จ่ายจริง

(๒.๓.๔)

เดินทางออกจากที่อยู่หรือที่พักหรือที่ปฏิบัติงานซึ่งต้องเดินทางข้ามเขตจังหวัดเพื่อทำหน้าที่พยานผู้เชี่ยวชาญ

หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิ ตามที่ได้รับเชิญ

ให้เบิกค่าพาหนะข้ามเขตจังหวัดตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยอนุโลม

(๒.๔) การเดินทางโดยใช้พาหนะส่วนตัวให้จ่ายชดเชยเป็นค่าพาหนะตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

โดยอนุโลม และมิให้เบิกค่าธรรมเนียมการผ่านทางใด ๆ อีก

สำหรับการคำนวณระยะทางเพื่อเบิกจ่ายให้คำนวณตามเส้นทางของกรมทางหลวงในทางสั้นและตรงซึ่งสามารถเดินทางได้โดยสะดวกและปลอดภัย

กรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทางของหน่วยงานอื่นที่ตัดผ่าน

และในกรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงและของหน่วยงานอื่น ให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับรองระยะทางในการเดินทาง

(๒.๕) ค่าที่พักให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายตามอัตราบัญชีหมายเลข ๒

ท้ายระเบียบนี้

กรณีพยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเชิญ

หากใช้สิทธิการเบิกเงินจากต้นสังกัดแล้วมิให้เบิกจากสำนักงานอีก

(๒.๖) กรณีพยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเชิญ

เป็นบุคลากรในสังกัดสำนักงาน ผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำประธานกรรมการ หรือกรรมการ

ผู้ที่ปฏิบัติงานในสังกัดคณะกรรมการหรือกรรมการ โดยได้รับเงินเดือน หรือค่าจ้าง

หรือค่าตอบแทนที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นจากเงินงบประมาณ

หรือเงินนอกงบประมาณของสำนักงานเป็นรายเดือน ให้ใช้สิทธิเบิกตามอัตราของทางราชการ

(๒.๗)

กรณีมีค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายอันเนื่องมาจากการเดินทางนอกเหนือจากที่กำหนดข้างต้นให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

ทั้งนี้ ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย

(๒.๘) กรณีที่พยานผู้เชี่ยวชาญ

หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเชิญจากคณะกรรมการกรรมการ คณะอนุกรรมการ

หรือสำนักงาน มีความจำเป็นต้องใช้ล่ามแปลภาษา

หรือจำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือในการเดินทางอันเนื่องจากเป็นเด็กและเยาวชน ผู้ยากไร้

ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก หรือผู้ที่คณะกรรมการกำหนด

หากคณะกรรมการ กรรมการ คณะอนุกรรมการหรือสำนักงาน

พิจารณาเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางแก่ผู้ทำหน้าที่ล่ามแปลภาษา

หรือผู้ช่วยเหลือในการเดินทางดังกล่าว ในการนี้

ให้สำนักงานเป็นผู้อนุมัติให้ผู้ทำหน้าที่ล่ามหรือผู้ให้ความช่วยเหลือการเดินทางดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราเดียวกับพยานบุคคลและเบิกค่าเดินทางได้ในอัตราเดียวกับพยานผู้เชี่ยวชาญหรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒.๙)[๕] พยานผู้เชี่ยวชาญหรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิ

ซึ่งโดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางตาม (๒.๒) (๒.๓) หรือ (๒.๔) ได้

และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจ้างเหมาบริการพาหนะเพื่อเดินทางมาให้ถ้อยคำหรือเป็นพยานในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ให้อยู่ในดุลพินิจของสำนักงานในการพิจารณาอนุมัติค่าเดินทาง

โดยให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะประเภททั่วไป

เว้นแต่ โดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประเภททั่วไปได้

ให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะประเภทพิเศษที่กำหนดไว้ในบัญชีหมายเลข

๓ ท้ายระเบียบนี้

และการจ่ายค่าเชื้อเพลิงหรือพลังงานสำหรับพาหนะให้จ่ายโดยเทียบเคียงกับอัตราเงินชดเชยในการใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทางไปราชการตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

โดยอนุโลม ทั้งนี้

ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย

โดยผู้ช่วยเหลือในการเดินทางตามข้อนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเดินทางตาม (๒.๘) อีก

[คำว่า “พาหนะส่วนตัว” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐]

พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางตามระเบียบนี้

(๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายตามอัตราบัญชีหมายเลข ๑

ท้ายระเบียบนี้

(๒) ค่าพาหนะให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

ไม่เกินอัตราค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมรถไฟปรับอากาศนอนชั้น ๒

หรือรถโดยสารเดินทางปรับอากาศ ๒๔ ที่นั่ง

(๓)

การเดินทางโดยพาหนะรับจ้างให้เบิกในเส้นทางและอัตราเดียวกับพยานบุคคล

(๔) การเดินทางโดยพาหนะส่วนตัวให้จ่ายชดเชยเป็นค่าพาหนะตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

โดยอนุโลม และมิให้เบิกค่าธรรมเนียมการผ่านทางใด ๆ อีก

สำหรับการคำนวณระยะทางเพื่อเบิกจ่ายให้คำนวณตามเส้นทางของกรมทางหลวงในทางสั้นและตรงซึ่งสามารถเดินทางได้โดยสะดวกและปลอดภัย

กรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทางของหน่วยงานอื่นที่ตัดผ่าน

และในกรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงและของหน่วยงานอื่นให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับรองระยะทางในการเดินทาง

(๕) ค่าที่พักให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายตามอัตราบัญชีหมายเลข ๒

ท้ายระเบียบนี้

(๖) กรณีมีค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายอันเนื่องมาจากการเดินทางนอกเหนือจากที่กำหนดข้างต้นให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

ทั้งนี้

ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย

[คำว่า “พาหนะส่วนตัว” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นบุคลากรในสังกัดสำนักงาน

ผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำประธานกรรมการหรือกรรมการ

ผู้ที่ปฏิบัติงานในสังกัดคณะกรรมการ

ประธานกรรมการหรือกรรมการโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นจากเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณของสำนักงานเป็นรายเดือน

ให้ได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางตามอัตราของทางราชการ ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเพื่อปฏิบัติงานพร้อมกับประธานกรรมการ

กรรมการหรืออนุกรรมการ ซึ่งต้องเดินทางโดยเครื่องบิน

ให้เบิกค่าโดยสารเครื่องบินในเที่ยวบินเดียวกับประธานกรรมการ กรรมการ

หรืออนุกรรมการได้ในอัตราชั้นประหยัด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นบุคลากรในสังกัดหน่วยงานของรัฐที่มิใช่สำนักงานให้ใช้สิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางตามอัตราของทางราชการ

หากใช้สิทธิการเบิกจากต้นสังกัดแล้วไม่มีสิทธิเบิกจากสำนักงานอีก

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ระเบียบนี้ไม่มีผลกระทบกับการเบิกหรือจ่ายเงินที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยชอบด้วยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้ทรงคุณวุฒิ พยานผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๔๕ ก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ

ประกาศ

ณ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔

ศาสตราจารย์อมรา

พงศาพิชญ์

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีหมายเลข ๑ อัตราค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย

๒. บัญชีหมายเลข ๒ อัตราค่าเช่าที่พักเหมาจ่าย

๓.[๖]

บัญชีหมายเลข

๓ อัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐[๗]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓๐ พฤษภาคม

๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๓๐ พฤษภาคม

๒๕๕๔

วริญา/เพิ่มเติม

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๕๔ ง/หน้า ๗/๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๒] ข้อ ๔ นิยามคำว่า “พาหนะส่วนตัว” เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๓] ข้อ ๑๐ (๑)

(๑.๒.๓) เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๔] ข้อ ๑๐ (๑)

(๑.๒.๔) เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญ

พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๕] ข้อ ๑๐ (๒) (๒.๙)

เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๖] บัญชีหมายเลข ๓

อัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล

พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๗] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๑๔ ง/หน้า ๙/๒๕ เมษายน ๒๕๖๐

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5c93fc1865851c1c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com