ข้อ ๑๐ ให้พยานบุคคล
พยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเชิญให้มาให้ถ้อยคำ ทำความเห็น
หรือเป็นพยาน มีสิทธิได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางตามอัตราต่อไปนี้
(๑) พยานบุคคลให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางในอัตราดังนี้
(๑.๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายเป็นรายวัน
ตามอัตราบัญชีหมายเลข ๑ ท้ายระเบียบนี้
(๑.๒) ค่าพาหนะให้เบิกจ่ายดังนี้
(๑.๒.๑) ค่าพาหนะประจำทางให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง
ไม่เกินอัตราค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมรถไฟปรับอากาศนอนชั้น ๒
หรือรถโดยสารเดินทางปรับอากาศ ๒๔ ที่นั่ง
(๑.๒.๒)
ค่าพาหนะรับจ้างให้เบิกได้เฉพาะการเดินทางที่มีความจำเป็นต้องนำสัมภาระติดตัวเพื่อใช้พักค้างแรม
โดยให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างดังนี้
ก) จากที่อยู่
หรือที่พักถึงสถานีขนส่งประจำทางหรือสถานที่พาหนะประจำทางจอดรับ
และจากสถานีขนส่งประจำทางหรือสถานที่พาหนะประจำทางจอดส่งไปยังที่อยู่หรือที่พัก
โดยเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง
ข) จากสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานครไปสำนักงาน และจากสำนักงานถึงสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานคร
ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง
(๑.๒.๓)[๓]
กรณีเป็นผู้พิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการที่ออกโดยนายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ซึ่งโดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประจำทางได้ ให้เบิกค่าเดินทางเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น
เหมาะสมและประหยัดในอัตราดังนี้
ก)
การเดินทางโดยพาหนะรับจ้างให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างตามความเป็นจริง สำหรับการเดินทางจากที่อยู่หรือที่พักไปยังสำนักงานหรือสถานที่ที่กำหนด
และการเดินทางจากสำนักงานหรือสถานที่ที่กำหนดไปยังที่อยู่หรือที่พัก ทั้งนี้
ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย
ข)
การเดินทางโดยใช้พาหนะส่วนตัวของผู้พิการหรือพาหนะส่วนตัวของผู้ช่วยเหลือผู้พิการในการเดินทาง
ให้จ่ายชดเชยเป็นค่าพาหนะตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุโลมและมิให้เบิกค่าธรรมเนียมการผ่านทางใด
ๆ อีก
สำหรับการคำนวณระยะทางเพื่อเบิกจ่ายให้คำนวณตามเส้นทางของกรมทางหลวงในทางสั้นและตรงซึ่งสามารถเดินทางได้โดยสะดวกและปลอดภัย
กรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทางของหน่วยงานอื่นที่ตัดผ่าน
และในกรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงและของหน่วยงานอื่น
ให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับรองระยะทางในการเดินทาง
ทั้งนี้
ผู้ช่วยเหลือผู้พิการในการเดินทางตามข้อนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเดินทางตาม (๑.๘)
อีก
ค)
กรณีที่ไม่อาจเดินทางตาม ก) และ ข) ได้ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจ้างเหมาบริการพาหนะเพื่อเดินทางมาให้ถ้อยคำหรือเป็นพยานในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้อยู่ในดุลพินิจของสำนักงานในการพิจารณาอนุมัติค่าเดินทาง
โดยให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะทั่วไป เว้นแต่
โดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประเภททั่วไปได้ให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะประเภทพิเศษที่กำหนดไว้ในบัญชีหมายเลข
๓ ท้ายระเบียบนี้
และการจ่ายค่าเชื้อเพลิงหรือพลังงานสำหรับพาหนะให้จ่ายโดยเทียบเคียงกับอัตราเงินชดเชยในการใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทางไปราชการตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
โดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายโดยผู้ช่วยเหลือในการเดินทางตามข้อนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเดินทางตาม
(๑.๘) อีก
(๑.๒.๔)[๔]
กรณีเป็นผู้พิการที่ไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการตาม (๑.๒.๓)
หรือกรณีเป็นบุคคลซึ่งโดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประจำทางได้
หากคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการเห็นสมควร ให้เบิกค่าเดินทางได้ในอัตราตาม (๑.๒.๓)
โดยอนุโลม
(๑.๓) ค่าที่พัก ให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายตามอัตราบัญชีหมายเลข ๒
ท้ายระเบียบนี้
(๑.๔)
กรณีมีค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งจำเป็นต้องจ่ายอันเนื่องมาจากการเดินทางนอกเหนือจากที่กำหนดข้างต้นให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง ทั้งนี้
ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย
(๑.๕) กรณีพยานบุคคลที่ได้รับเชิญเป็นบุคลากรในสังกัดหน่วยงานของรัฐที่มิใช่สำนักงาน
ให้ใช้สิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางตามอัตราของทางราชการ
หากใช้สิทธิการเบิกเงินจากต้นสังกัดแล้วไม่มีสิทธิเบิกจากสำนักงานอีก
(๑.๖) กรณีพยานบุคคลที่ได้รับเชิญเป็นบุคลากรในสังกัดสำนักงาน
ผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำประธานกรรมการหรือกรรมการ
ผู้ที่ปฏิบัติงานในสังกัดคณะกรรมการ ประธานกรรมการหรือกรรมการ โดยได้รับเงินเดือน
หรือค่าจ้าง
หรือค่าตอบแทนที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นจากเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณของสำนักงานเป็นรายเดือน
ให้ใช้สิทธิเบิกตามอัตราของทางราชการ
(๑.๗) กรณีที่คณะกรรมการ กรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือสำนักงาน
พิจารณาแล้วเห็นว่า การให้ถ้อยคำหรือให้รายละเอียดของผู้ร้องจะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของสังคมโดยรวมและเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางแก่ผู้ร้องเพื่อประโยชน์ดังกล่าว
ในการนี้
ให้สำนักงานเป็นผู้อนุมัติให้ผู้ร้องดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง
และค่าเดินทางได้ในฐานะและอัตราเดียวกับพยานบุคคล
(๑.๘)
กรณีที่พยานบุคคลหรือผู้ร้องมีความจำเป็นต้องมีล่ามเพื่อแปลภาษา ร่วมเดินทางมาพร้อมกับพยานบุคคลหรือผู้ร้องด้วย
หรือกรณีที่พยานบุคคลหรือผู้ร้องเป็นเด็กและเยาวชน ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ
หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก
หรือผู้ที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งจำเป็นต้องมีผู้อื่นช่วยเหลือในการเดินทางร่วมเดินทางมาด้วย
หากคณะกรรมการ กรรมการคณะอนุกรรมการหรือสำนักงาน พิจารณาเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ในการนี้ ให้สำนักงานเป็นผู้อนุมัติให้ผู้ทำหน้าที่ล่าม
หรือผู้ช่วยเหลือในการเดินทางดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางได้ในอัตราเดียวกับพยานบุคคล
(๒) พยานผู้เชี่ยวชาญหรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางในอัตราดังนี้
(๒.๑)
ค่าเบี้ยเลี้ยงให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายเป็นรายวันตามอัตราบัญชีหมายเลข ๑
ท้ายระเบียบนี้
(๒.๒) ค่าพาหนะประจำทางให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง
ในกรณีที่เดินทางโดยเครื่องบินให้เบิกในอัตราชั้นประหยัด
(๒.๓) การเดินทางโดยพาหนะรับจ้างให้เบิกเฉพาะการเดินทางเท่าที่จำเป็นโดยให้เบิกในอัตราดังนี้
(๒.๓.๑) เดินทางจากที่อยู่ หรือที่พักไปยังสถานีขนส่งประจำทาง
สถานที่พาหนะประจำทางจอดรับ หรือท่าอากาศยาน และจากสถานีขนส่งประจำทาง
สถานที่พาหนะประจำทางจอดส่ง หรือท่าอากาศยานไปยังที่อยู่หรือที่พัก โดยเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง
(๒.๓.๒) เดินทางจากสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานคร
ท่าอากาศยานดอนเมืองหรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปสำนักงาน
และจากสำนักงานถึงสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานครท่าอากาศยานดอนเมือง
หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง
(๒.๓.๓) เดินทางออกจากที่อยู่หรือที่พักหรือที่ปฏิบัติงานซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเดียวกับที่ได้รับเชิญให้มาทำหน้าที่พยานผู้เชี่ยวชาญ
หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างได้เท่าที่จ่ายจริง
(๒.๓.๔)
เดินทางออกจากที่อยู่หรือที่พักหรือที่ปฏิบัติงานซึ่งต้องเดินทางข้ามเขตจังหวัดเพื่อทำหน้าที่พยานผู้เชี่ยวชาญ
หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิ ตามที่ได้รับเชิญ
ให้เบิกค่าพาหนะข้ามเขตจังหวัดตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยอนุโลม
(๒.๔) การเดินทางโดยใช้พาหนะส่วนตัวให้จ่ายชดเชยเป็นค่าพาหนะตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด
โดยอนุโลม และมิให้เบิกค่าธรรมเนียมการผ่านทางใด ๆ อีก
สำหรับการคำนวณระยะทางเพื่อเบิกจ่ายให้คำนวณตามเส้นทางของกรมทางหลวงในทางสั้นและตรงซึ่งสามารถเดินทางได้โดยสะดวกและปลอดภัย
กรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทางของหน่วยงานอื่นที่ตัดผ่าน
และในกรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงและของหน่วยงานอื่น ให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับรองระยะทางในการเดินทาง
(๒.๕) ค่าที่พักให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายตามอัตราบัญชีหมายเลข ๒
ท้ายระเบียบนี้
กรณีพยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเชิญ
หากใช้สิทธิการเบิกเงินจากต้นสังกัดแล้วมิให้เบิกจากสำนักงานอีก
(๒.๖) กรณีพยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเชิญ
เป็นบุคลากรในสังกัดสำนักงาน ผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำประธานกรรมการ หรือกรรมการ
ผู้ที่ปฏิบัติงานในสังกัดคณะกรรมการหรือกรรมการ โดยได้รับเงินเดือน หรือค่าจ้าง
หรือค่าตอบแทนที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นจากเงินงบประมาณ
หรือเงินนอกงบประมาณของสำนักงานเป็นรายเดือน ให้ใช้สิทธิเบิกตามอัตราของทางราชการ
(๒.๗)
กรณีมีค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายอันเนื่องมาจากการเดินทางนอกเหนือจากที่กำหนดข้างต้นให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง
ทั้งนี้ ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย
(๒.๘) กรณีที่พยานผู้เชี่ยวชาญ
หรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเชิญจากคณะกรรมการกรรมการ คณะอนุกรรมการ
หรือสำนักงาน มีความจำเป็นต้องใช้ล่ามแปลภาษา
หรือจำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือในการเดินทางอันเนื่องจากเป็นเด็กและเยาวชน ผู้ยากไร้
ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก หรือผู้ที่คณะกรรมการกำหนด
หากคณะกรรมการ กรรมการ คณะอนุกรรมการหรือสำนักงาน
พิจารณาเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางแก่ผู้ทำหน้าที่ล่ามแปลภาษา
หรือผู้ช่วยเหลือในการเดินทางดังกล่าว ในการนี้
ให้สำนักงานเป็นผู้อนุมัติให้ผู้ทำหน้าที่ล่ามหรือผู้ให้ความช่วยเหลือการเดินทางดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราเดียวกับพยานบุคคลและเบิกค่าเดินทางได้ในอัตราเดียวกับพยานผู้เชี่ยวชาญหรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิ
(๒.๙)[๕] พยานผู้เชี่ยวชาญหรือพยานผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งโดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางตาม (๒.๒) (๒.๓) หรือ (๒.๔) ได้
และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจ้างเหมาบริการพาหนะเพื่อเดินทางมาให้ถ้อยคำหรือเป็นพยานในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ให้อยู่ในดุลพินิจของสำนักงานในการพิจารณาอนุมัติค่าเดินทาง
โดยให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะประเภททั่วไป
เว้นแต่ โดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประเภททั่วไปได้
ให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะประเภทพิเศษที่กำหนดไว้ในบัญชีหมายเลข
๓ ท้ายระเบียบนี้
และการจ่ายค่าเชื้อเพลิงหรือพลังงานสำหรับพาหนะให้จ่ายโดยเทียบเคียงกับอัตราเงินชดเชยในการใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทางไปราชการตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
โดยอนุโลม ทั้งนี้
ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย
โดยผู้ช่วยเหลือในการเดินทางตามข้อนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเดินทางตาม (๒.๘) อีก
[คำว่า พาหนะส่วนตัว แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล
พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐]
พนักงานเจ้าหน้าที่