法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยาน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

เรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยาน

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นผู้ถูกกล่าวหารายอื่นไว้เป็นพยานเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๕๘

แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓

มาตรา ๕๖ และมาตรา ๖๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายคณะกรรมการ ป.ป.ท.

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งกระทำการทุจริตในภาครัฐที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

หากคณะกรรมการ ป.ป.ท.

เห็นสมควรที่จะกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหารายใดซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหารายอื่นไว้เป็นพยานได้

(๑) เรื่องที่เกิดในที่ลี้ลับ มีเหตุพิเศษ ยุ่งยากซับซ้อน

หรือร้ายแรง

(๒) เรื่องที่มีการไต่สวนข้อเท็จจริง

หรือแสวงหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มความสามารถแล้ว

แต่ไม่อาจหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง

หรือแสวงหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาอาจถูกกันไว้เป็นพยานได้โดยต้องมีลักษณะดังนี้

(๑) เป็นผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง

หรือมีส่วนร่วมในการกระทำการทุจริตในภาครัฐ

(๒) บุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหานั้นไม่ใช่ตัวการสำคัญ

(๓)

ได้ให้การหรือให้ถ้อยคำหรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญในการที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยชี้มูลการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐรายอื่นที่เป็นตัวการสำคัญนั้น

(๔) เต็มใจหรือสมัครใจในการไปเบิกความเป็นพยานในชั้นศาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกรณีที่คณะอนุกรรมการที่ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง

หรือพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.

ที่ดำเนินการแสวงหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาเห็นว่าเรื่องกล่าวหาที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่นั้นเข้าลักษณะตามข้อ

๑ และสามารถกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหารายใดไว้เป็นพยานตามข้อ ๒ ให้คณะอนุกรรมการ

พนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. แล้วแต่กรณี เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ท.

เพื่อพิจารณากันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาที่กระทำความผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดน้อยที่สุดนั้นไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดีก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อคณะกรรมการ

ป.ป.ท. เห็นชอบให้กันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาเป็นพยานตามข้อ ๓ แล้วให้คณะอนุกรรมการ

พนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. แล้วแต่กรณี

แจ้งให้ผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยานดังกล่าวทราบ และให้แจ้งด้วยว่าบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหานั้นจะต้องเบิกความตามที่ได้ให้การไว้นั้น

หากพยานตามวรรคหนึ่ง ไม่ไปเบิกความ

หรือไปเบิกความแต่ไม่เป็นไปตามที่ให้การหรือให้ถ้อยคำไว้

หรือไปเบิกความเป็นพยานแต่ไม่เป็นประโยชน์ในการพิจารณา หรือเป็นปฏิปักษ์

ย่อมไม่ได้รับการกันไว้เป็นพยานและให้การกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาเป็นพยานสิ้นสุดลง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรณีผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยานเป็นผู้ที่ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

ให้คณะอนุกรรมการพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. แล้วแต่กรณี

สอบปากคำบุคคลดังกล่าวนั้นไว้ในฐานะพยานแล้วทำการแสวงหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยานเป็นผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

และคณะอนุกรรมการพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. แล้วแต่กรณี

สอบปากคำบุคคลดังกล่าวไว้ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาแล้ว เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท.

เห็นชอบให้กันบุคคลดังกล่าวไว้เป็นพยาน ให้สอบปากคำบุคคลนั้นไว้ในฐานะพยาน

โดยให้พยานยืนยันบันทึกถ้อยคำของตนเองที่ให้ไว้ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาเป็นถ้อยคำของตนในฐานะพยาน

และอาจจะสอบปากคำในรายละเอียดเพิ่มเติมในฐานะพยานได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการสอบปากคำบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาที่ได้กันไว้เป็นพยาน

ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) พึงอาศัยถ้อยคำหรือข้อมูลจากผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยานประกอบการแสวงหา

รวบรวมและดำเนินการอื่นใด

เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในการที่จะทราบรายละเอียดและพิสูจน์เกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นตัวการใหญ่หรือรายสำคัญ

(๒) พึงอาศัยถ้อยคำจากผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยาน

เพื่อแสวงหาให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เป็นหลักแก่คดีได้

รวมทั้งสามารถแสวงหาพยานหลักฐานอื่นมาประกอบได้

โดยพยานหลักฐานประกอบนั้นต้องเป็นพยานหลักฐานที่เป็นอิสระแยกต่างหากจากถ้อยคำหรือข้อมูลจากผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยานดังกล่าวและสามารถสนับสนุนพยานหลักฐานได้ในทางใดทางหนึ่ง

โดยพยานหลักฐานประกอบที่ได้มานั้นต้องมีลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยง

สอดคล้องโดยชอบและสมเหตุผลกับถ้อยคำของผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยาน

(๓)

บันทึกให้ปรากฏว่าผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยานเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหาอื่น

ๆ มาก่อนหรือไม่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการพิจารณากันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาเป็นพยานและการสอบปากคำผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยานตามประกาศนี้

ห้ามกระทำการใด ๆ อันเป็นการล่อลวงหรือขู่เข็ญ

หรือให้สัญญาแก่ผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยาน

เพื่อจูงใจให้บุคคลดังกล่าวให้ถ้อยคำหรือข้อมูลในเรื่องที่กล่าวหานั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการจัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง

ให้สรุปรายละเอียดการกระทำความผิดของบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาที่กันไว้เป็นพยานตามคำให้การที่ได้ให้การไว้ในการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว

โดยให้เหตุผลของการมีมติไม่ชี้มูลความผิดทางวินัยหรือความผิดทางอาญา

เนื่องจากมีความเห็นในการกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวไว้เป็นพยานตามหลักเกณฑ์ในประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีมีเหตุอันควร

คณะอนุกรรมการ พนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. แล้วแต่กรณี

อาจจัดให้มีมาตรการคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสำหรับผู้ที่ได้กันไว้เป็นพยานก็ได้

ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการ

ป.ป.ท. รักษาการตามประกาศนี้

และให้มีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้

ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

โสภณ จันเทรมะ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๙ มกราคม ๒๕๕๕

ณัฐพร/ผู้ตรวจ

๙ มกราคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๕๘/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยาน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5f364159729de0e4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com