法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยทุนของรัฐบาล พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก

ระเบียบ ก.พ.

ว่าด้วยทุนของรัฐบาล

พ.ศ. ๒๕๕๑

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบ

ก.พ. ว่าด้วยทุนของรัฐบาล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๘ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ก.พ. จึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.พ.

ว่าด้วยทุนของรัฐบาล พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า

หน่วยงานของรัฐที่มิใช่กระทรวงและกรม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ

หน่วยงานของศาล หน่วยงานในกำกับของรัฐ หรือองค์การมหาชน

แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

“ทุนของรัฐบาล” หมายความว่า

ทุนที่ได้มาจากเงินงบประมาณแผ่นดินและทุนที่ได้จากแหล่งทุนอื่นที่ ก.พ.

กำหนดเป็นทุนของรัฐบาลซึ่งจัดสรรเพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรมหรือเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการศึกษาของผู้รับทุน

ทั้งนี้

โดยมุ่งสนองความต้องการกำลังคนของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ

ซึ่งมีชื่อเรียกตามลักษณะการจัดสรรดังนี้

(๑)

“ทุนตามความต้องการของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ทุนของรัฐบาลที่จัดสรรให้แก่กระทรวง กรม

หรือหน่วยงานของรัฐแห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ

(๒)

“ทุนกลาง” หมายความว่า

ทุนของรัฐบาลที่ยังมิได้จัดสรรให้แก่กระทรวง กรม

หรือหน่วยงานของรัฐแห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้สำนักงาน ก.พ. ศึกษา วิเคราะห์

เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย แผนและกระบวนการจัดสรรทุนของรัฐบาลประจำปีต่อ

ก.พ. โดยคำนึงถึงนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ความต้องการกำลังคนของทางราชการและของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ

ตลอดจนสภาพการณ์โดยทั่วไปเกี่ยวกับกำลังคน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สำนักงาน ก.พ. ขอตั้งงบประมาณประจำปี

รวมทั้งจัดหาทุนจากแหล่งทุนอื่นนำมาจัดสรรเป็นทุนเพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรมของผู้รับทุนของรัฐบาลในสาขาวิชาต่าง

ๆ ที่จะศึกษา หรือฝึกอบรม ในประเทศหรือต่างประเทศ

หรือเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการศึกษาของผู้รับทุน ทั้งนี้ โดยมุ่งสนองความต้องการกำลังคนของกระทรวง

กรม หรือหน่วยงานของรัฐให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการจัดสรรทุนของรัฐบาลที่ ก.พ.

กำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สำนักงาน ก.พ.

จัดสรรทุนของรัฐบาลเป็นทุนกลาง และทุนตามความต้องการของกระทรวง กรม

หรือหน่วยงานของรัฐ ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการจัดสรรทุนของรัฐบาลที่ ก.พ.

กำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การจัดสรรทุนของรัฐบาลเพื่อให้ผู้รับทุนศึกษา

หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ หรือเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการศึกษาของผู้รับทุน

ให้คำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการของทางราชการ

เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้มีความรู้ในสาขาวิชาและระดับการศึกษา หรือระดับความรู้

ความก้าวหน้าทางวิชาการ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้มีความรู้ความเข้าใจในภาษา

ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม ของประเทศนั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง

และให้มีผู้ไปศึกษาในหลายประเทศ เพื่อให้เกิดความหลากหลายทางวิชาการ

และนำความรู้ความก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยีของแต่ละประเทศมาใช้ในการพัฒนาประเทศ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้สำนักงาน ก.พ.

จัดสรรผู้รับทุนของรัฐบาลที่จัดไว้เป็นทุนกลางให้แก่กระทรวง กรม

หรือหน่วยงานของรัฐ โดยพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วน ภารกิจ

และประโยชน์ของทางราชการ จำนวนกำลังคนในสาขาวิชาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันที่มีอยู่แล้วในกระทรวง

กรม หรือหน่วยงานของรัฐ การใช้ประโยชน์จากผู้รับทุน

และต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนการจัดสรรทุนของรัฐบาลที่ ก.พ. กำหนด

และนโยบายและแผนงานที่กระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐกำหนด ทั้งนี้

ให้คำนึงถึงความประสงค์ที่ผู้รับทุนแสดงไว้ด้วย แล้วรายงานให้ ก.พ. ทราบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้สำนักงาน ก.พ. เลือกสรรผู้มีความรู้

ความสามารถเหมาะสมเพื่อรับทุน ของรัฐบาลด้วยวิธีการสอบแข่งขัน

หรือวิธีการอื่นใดที่ ก.พ. เห็นว่าเหมาะสม

เพื่อให้ได้ผู้รับทุนของรัฐบาลตามจำนวนทุนที่จัดสรรไว้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความเสมอภาคในโอกาส

ความเป็นธรรม ความเร่งด่วน ความรู้ ความสามารถ

และคุณสมบัติที่จำเป็นของผู้รับทุนที่จะสามารถปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานของทางราชการตามแผนงานหรือโครงการที่กำหนดไว้ได้

ตลอดจนพันธะต่าง ๆ ที่มีอยู่

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้สำนักงาน ก.พ. เสนอหลักเกณฑ์ วิธีการ

ตลอดจนทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดสรรทุนของรัฐบาล การเลือกสรรผู้รับทุนของรัฐบาล

การดูแลจัดการการศึกษาของผู้รับทุนของรัฐบาล การพัฒนาและธำรงรักษาผู้รับทุนของรัฐบาลไว้ใช้ในราชการ

และการอื่นที่เกี่ยวข้องต่อ ก.พ. เพื่ออนุมัติให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของระเบียบนี้

และให้ถือว่าระเบียบและวิธีปฏิบัติต่าง ๆ เกี่ยวกับทุนของรัฐบาลที่ ก.พ.

หรือสำนักงาน ก.พ. ได้วางไว้ก่อนวันใช้บังคับระเบียบนี้

ซึ่งไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ เป็นส่วนหนึ่งของระเบียบนี้ เว้นแต่ ก.พ.

จะพิจารณากำหนดเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ. ที่จะประสานเพื่อให้กระทรวง

กรม หรือหน่วยงานของรัฐ เจ้าสังกัดกับผู้รับทุนของรัฐบาล

สามารถติดต่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้การศึกษาหรือฝึกอบรม การรับราชการ

หรือการปฏิบัติงานของทางราชการของผู้รับทุนของรัฐบาลเป็นประโยชน์และตรงกับความต้องการในการใช้กำลังคนของกระทรวง

กรม หรือหน่วยงานของรัฐอย่างดีที่สุด ภายใต้กฎ ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่ ก.พ.

กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกระทรวง กรม

หรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการจัดสรรทุนของรัฐบาล

ติดตามการใช้ประโยชน์จากผู้รับทุนของรัฐบาลที่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานอยู่ในกระทรวง

กรม หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์จากผู้รับทุนของรัฐบาลตามโครงการ

หรือแผนงานที่กำหนดไว้อย่างเต็มที่

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ได้รับทุนของรัฐบาลต้องอยู่ในความดูแลของ

ก.พ. และต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ สัญญา หรือคำสั่ง ของ ก.พ. โดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ได้รับทุนของรัฐบาลอยู่แล้วในวันหรือก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับด้วย

การดำเนินการเกี่ยวกับทุนของรัฐบาลที่ได้ดำเนินการก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามระเบียบนี้

ส่วนการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เลขาธิการ ก.พ. รักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑

ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ชวรัตน์ ชาญวีรกูล

รองนายกรัฐมนตรี

ประธาน ก.พ.

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๘๗ ง/หน้า ๓/๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๑

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยทุนของรัฐบาล พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5f37c55e5d84129b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com