法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยการลาของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
40
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยการลาของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๔ (๔)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยการลาของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง

หลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในระเบียบนี้

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานศาลปกครอง

“สำนักงานศาล” หมายความว่า สำนักงานศาลปกครองสูงสุด

สำนักงานศาลปกครองกลาง และสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคต่าง ๆ

“หน่วยงานในสังกัด” หมายความว่า

หน่วยงานในสำนักงานศาลปกครองระดับสำนักและกองหรือเทียบเท่า และสำนักงานศาล

“ประธาน” หมายความว่า ประธานศาลปกครองสูงสุด

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

“เข้ารับการตรวจเลือก” หมายความว่า

เข้ารับการตรวจเลือกเพื่อรับราชการเป็นทหารกองประจำการ

“เข้ารับการเตรียมพล” หมายความว่า เข้ารับการระดมพล

เข้ารับการตรวจสอบพล เข้ารับการฝึกวิชาทหาร หรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อม

ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

“องค์การระหว่างประเทศ” หมายความว่า

องค์การที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นด้วยความตกลงระหว่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและระดับเอกชน

และให้หมายความรวมถึง ทบวงการชำนัญพิเศษและองค์การอื่นใดในเครือสหประชาชาติด้วย

“องค์การต่างประเทศ” หมายความว่า

องค์การหรือสถาบันต่างประเทศตามที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะได้ประกาศรายชื่อให้ทราบ

“การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ” หมายความรวมถึง

การไปปฏิบัติงานในองค์การต่างประเทศ การไปปฏิบัติงานในต่างประเทศในลักษณะเดียวกันกับการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

รวมทั้งการไปปฏิบัติงานในหน่วยงานขององค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานขององค์การต่างประเทศ

หรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศซึ่งตั้งอยู่ในประเทศ โดยได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนจากองค์การระหว่างประเทศ

องค์การต่างประเทศ หน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือจากประเทศที่ไปปฏิบัติงาน

แต่ไม่รวมถึงการเดินทางไปราชการตามระเบียบว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการหรือการจัดการประชุมของทางราชการ

การไปรับราชการประจำในต่างประเทศ และการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัยตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ

ต่างประเทศ

“ลาติดตามคู่สมรส” หมายความว่า

ลาติดตามสามีหรือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

ซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศหรือทางราชการสั่งให้ไปปฏิบัติงานในต่างประเทศตามความต้องการของทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ไปทำการซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการหรือเต็มเวลาทำงาน

ตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป แต่ไม่รวมถึงกรณีที่คู่สมรสลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การลาทุกประเภทตามระเบียบนี้ ถ้ามีกฎหมาย

ระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดเกี่ยวกับการลาประเภทใดไว้เป็นพิเศษ

ผู้ลาและผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลาประเภทนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาต

และอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาแต่ละประเภทให้เป็นไปตามตารางที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาตามระเบียบนี้ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติราชการได้

และมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจรอขออนุญาตจากผู้มีอำนาจได้

ให้ผู้ลาเสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตการลาชั้นเหนือขึ้นไปเพื่อพิจารณา

และเมื่ออนุญาตแล้ว ให้แจ้งให้ผู้มีอำนาจอนุญาตตามระเบียบทราบด้วย

ผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาจะมอบหมายหรือมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใด

เป็นผู้พิจารณาหรืออนุญาตแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบวัน เวลาปฏิบัติราชการ

ให้สำนักงานจัดให้มีการบันทึกเวลาการปฏิบัติราชการของข้าราชการในสังกัดตามวิธีการที่เลขาธิการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ข้าราชการผู้ใดได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ณ หน่วยงานในสังกัดของสำนักงาน หากประสงค์จะลาป่วย

ลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว ลาพักผ่อน

หรือลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล ในช่วงเวลาที่ไปช่วยราชการ

ให้เสนอขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ไปช่วยราชการ

แล้วให้หน่วยงานนั้นรายงานจำนวนวันลาให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้นั้นทราบอย่างน้อยปีละครั้ง

การลาประเภทอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง

ให้เสนอขออนุญาตลาต่อเลขาธิการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการลาประเภทนั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การนับวันลาตามระเบียบนี้ให้นับตามปีงบประมาณ

เพื่อประโยชน์ในการเสนอหรือจัดส่งใบลา อนุญาตให้ลา

และคำนวณวันลา ให้นับวันลาต่อเนื่องกันโดยนับวันหยุดราชการที่อยู่ในระหว่างวันลาประเภทเดียวกันรวมเป็นวันลาด้วย

เว้นแต่การคำนวณวันลาป่วยที่มิใช่วันลาป่วยตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บ

เพราะเหตุปฏิบัติราชการ วันลากิจส่วนตัว และวันลาพักผ่อน ให้นับเฉพาะวันทำการ

การลาป่วยหรือลากิจส่วนตัวซึ่งมีระยะเวลาต่อเนื่องกัน

จะเป็นปีเดียวกันหรือไม่ก็ตามให้นับเป็นการลาครั้งหนึ่ง

ถ้าจำนวนวันลาครั้งหนึ่งรวมกันเกินอำนาจของผู้มีอำนาจอนุญาตระดับใด

ให้นำใบลาเสนอขึ้นไปตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาต

ข้าราชการที่ถูกเรียกกลับมาปฏิบัติราชการระหว่างการลา

ให้ถือว่าการลาเป็นอันสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเดินทางกลับ

และวันราชการเริ่มต้นตั้งแต่วันออกเดินทางกลับเป็นต้นไป

การลาครึ่งวันในตอนเช้าหรือตอนบ่าย

ให้นับเป็นการลาครึ่งวันตามประเภทของการลานั้น ๆ

ข้าราชการซึ่งได้รับอนุญาตให้ลา หากประสงค์จะยกเลิกวันลาที่ยังไม่ได้หยุดราชการให้เสนอขอถอนวันลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตให้ลา

และให้ถือว่าการลาเป็นอันสิ้นสุดลงในวันที่ขอถอนวันลานั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การลาให้ใช้ใบลาตามแบบที่สำนักงานกำหนด เว้นแต่ในกรณีจำเป็นหรือรีบด่วน จะใช้ใบลาที่มีข้อความไม่ครบถ้วนตามแบบหรือจะลาโดยวิธีการอย่างอื่นก็ได้

แต่ต้องส่งใบลาตามแบบในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะไปต่างประเทศในระหว่างการลาตามระเบียบนี้หรือในระหว่างวันหยุดราชการ

ให้เสนอขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงเลขาธิการ

สำหรับเลขาธิการให้เสนอขออนุญาตต่อประธาน

สำหรับข้าราชการในสังกัดสำนักงานศาล

ให้หัวหน้าสำนักงานศาลมีอำนาจอนุญาตให้ข้าราชการในสังกัดไปต่างประเทศได้ครั้งหนึ่งไม่เกิน

๗ วัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ข้าราชการผู้ใดไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้

อันเนื่องมาจากพฤติการณ์พิเศษซึ่งเกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปในท้องที่นั้น

หรือพฤติการณ์พิเศษซึ่งเกิดขึ้นกับข้าราชการผู้นั้นและมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือความผิดของข้าราชการผู้นั้นเอง

โดยพฤติการณ์พิเศษดังกล่าวร้ายแรงจนเป็นเหตุขัดขวางทำให้ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการ

ณ ที่ทำการตามปกติ ให้ข้าราชการผู้นั้นรีบรายงานพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งอุปสรรคขัดขวางที่ทำให้มาปฏิบัติราชการไม่ได้ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

จนถึงเลขาธิการหรือหัวหน้าสำนักงานศาลที่ข้าราชการผู้นั้นสังกัดอยู่ แล้วแต่กรณี

ทันทีในวันแรกที่สามารถมาปฏิบัติราชการได้

ในกรณีที่เลขาธิการหรือหัวหน้าสำนักงานศาลที่ข้าราชการผู้นั้นสังกัดอยู่เห็นว่าการที่ข้าราชการผู้นั้นมาปฏิบัติราชการไม่ได้

เป็นเพราะพฤติการณ์พิเศษตามวรรคหนึ่งจริง

ให้สั่งให้การไม่มาปฏิบัติราชการของข้าราชการผู้นั้นไม่นับเป็นวันลาตามจำนวนวันที่ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้อันเนื่องมาจากพฤติการณ์พิเศษดังกล่าว

ในกรณีที่เลขาธิการหรือหัวหน้าสำนักงานศาลที่ข้าราชการผู้นั้นสังกัดอยู่เห็นว่าการที่ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการยังไม่สมควรถือเป็นพฤติการณ์พิเศษตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือว่าวันที่ข้าราชการผู้นั้นไม่มาปฏิบัติราชการเป็นวันลากิจส่วนตัว

ประเภทของการลา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การลาแบ่งออกเป็น ๙ ประเภท คือ

(๑) การลาป่วย

(๒) การลาคลอดบุตร

(๓) การลากิจส่วนตัว

(๔) การลาพักผ่อน

(๕) การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์

(๖) การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล

(๗) การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย

(๘) การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

(๙) การลาติดตามคู่สมรส

การลาป่วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาป่วย

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา

เว้นแต่ในกรณีจำเป็นจะเสนอหรือจัดส่งใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้ ในการนี้

ถ้าการลานั้นมีระยะเวลาเกินกว่า ๒ วัน

และผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควรจะสั่งให้มีใบรับรองแพทย์ประกอบใบลาเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตก็ได้

ในกรณีที่ข้าราชการผู้ขอลามีอาการป่วยจนไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้

จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้ แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้ว

ให้ข้าราชการผู้นั้นเสนอหรือจัดส่งใบลาด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง

การลาป่วยตั้งแต่ ๑๕ วันขึ้นไป

ต้องมีใบรับรองแพทย์ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแนบไปกับใบลาด้วย

และถ้าผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควรจะสั่งให้ใช้ใบรับรองแพทย์ของทางราชการแทนก็ได้

ในกรณีที่มีการลาป่วยหลายครั้งในระยะเวลาใกล้เคียงกัน

ถ้าผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควรจะสั่งให้มีใบรับรองแพทย์ประกอบใบลาหรือสั่งให้ผู้ลาไปรับการตรวจจากแพทย์ของทางราชการเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตก็ได้

การลาคลอดบุตร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาคลอดบุตร

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันลา

เว้นแต่ไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้

แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้ว ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาโดยเร็ว

และมีสิทธิลาคลอดบุตรโดยได้รับเงินเดือนครั้งหนึ่งได้ ๙๐ วัน

โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์

การลาคลอดบุตรจะลาในวันที่คลอด

ก่อนหรือหลังวันที่คลอดบุตรก็ได้ แต่เมื่อรวมวันลาแล้วต้องไม่เกิน ๙๐ วัน

ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตรและได้หยุดราชการไปแล้ว

แต่ไม่ได้คลอดบุตรตามกำหนด หากประสงค์จะขอถอนวันลาคลอดบุตรที่หยุดไป

ให้ผู้มีอำนาจอนุญาต อนุญาตให้ถอนวันลาคลอดบุตรได้

โดยให้ถือว่าวันที่ได้หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจส่วนตัว

การลาคลอดบุตรคาบเกี่ยวกับการลาประเภทใดซึ่งยังไม่ครบกำหนดวันลาของการลาประเภทนั้น

ให้ถือว่าการลาประเภทนั้นสิ้นสุดลง

และให้นับเป็นการลาคลอดบุตรตั้งแต่วันเริ่มวันลาคลอดบุตร

การลากิจส่วนตัว

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลากิจส่วนตัว

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาต

และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะหยุดราชการได้

เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถรอรับอนุญาตได้

จะเสนอหรือจัดส่งใบลาพร้อมด้วยระบุเหตุจำเป็นไว้แล้วหยุดราชการไปก่อนก็ได้

แต่จะต้องชี้แจงเหตุผลต่อผู้มีอำนาจอนุญาตโดยเร็ว

ในกรณีมีเหตุพิเศษที่ไม่อาจเสนอหรือจัดส่งใบลาล่วงหน้าได้ตามวรรคหนึ่ง

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาพร้อมทั้งระบุเหตุผลความจำเป็นต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตทันทีในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ข้าราชการที่ลากิจส่วนตัวปีละไม่เกิน ๔๕ วันทำการ

มีสิทธิได้รับเงินเดือนในระหว่างลา

ข้าราชการที่ลาคลอดบุตรตามข้อ ๑๖ หากประสงค์จะลากิจส่วนตัวตามวรรคหนึ่งเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตร

ให้เสนอขออนุญาตต่อผู้มีอำนาจอนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการ

และเมื่อได้รับอนุญาตให้ลาตามข้อนี้แล้ว จะใช้สิทธิลาตามข้อ ๑๙ อีกไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ข้าราชการที่ลาคลอดบุตรตามข้อ ๑๖ และประสงค์จะลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรให้มีสิทธิลาได้ไม่เกิน

๑๕๐ วันทำการ โดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ลากิจส่วนตัวตามข้อ ๑๘

ซึ่งได้หยุดราชการไปยังไม่ครบกำหนด ถ้ามีราชการจำเป็นเกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจอนุญาตจะเรียกตัวมาปฏิบัติราชการก็ได้

การลาพักผ่อน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ข้าราชการมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีหนึ่งได้ ๑๐ วันทำการ

เว้นแต่ข้าราชการดังต่อไปนี้ไม่มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีที่ได้รับบรรจุเข้ารับราชการยังไม่ถึง

๖ เดือน

(๑) ผู้ซึ่งได้รับบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครั้งแรก

(๒) ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพราะเหตุส่วนตัว

แล้วแต่มาได้รับบรรจุเข้ารับราชการอีก

(๓)

ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแล้วต่อมาได้รับบรรจุเข้ารับราชการอีกหลัง

๖ เดือน นับแต่วันออกจากราชการ

(๔) ผู้ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากราชการในกรณีอื่น

นอกจากกรณีไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และกรณีไปปฏิบัติงานใด

ๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ แล้วต่อมาได้รับบรรจุเข้ารับราชการอีก

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ถ้าในปีใดข้าราชการผู้ใดมิได้ลาพักผ่อนประจำปี หรือลาพักผ่อนประจำปีแล้ว

แต่ไม่ครบ ๑๐ วันทำการ

ให้สะสมวันลาที่ยังมิได้ลาในปีนั้นรวมเข้ากับวันลาพักผ่อนในปีต่อไปได้ ดังนี้

(๑) ผู้ที่รับราชการติดต่อกันมาไม่ถึง ๑๐ ปี

ให้มีสิทธินำวันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้ไม่เกิน ๒๐

วันทำการ

(๒) ผู้ที่รับราชการติดต่อกันมาแล้ว ๑๐ ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง

๒๐ ปี ให้มีสิทธินำวันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้ไม่เกิน ๓๐

วันทำการ

(๓) ผู้ที่รับราชการติดต่อกันมาแล้ว ๒๐ ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง

๓๐ ปี ให้มีสิทธินำวันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้ไม่เกิน ๔๕

วันทำการ

(๔) ผู้ที่รับราชการติดต่อกันมาแล้ว ๓๐ ปีขึ้นไป

ให้มีสิทธินำวันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้ไม่เกิน ๖๐

วันทำการ

การอนุญาตให้ลาพักผ่อนตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตคำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับและประโยชน์ในด้านการเพิ่มพูนประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการผู้ขอลา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาพักผ่อน

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาต

และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะหยุดราชการได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การอนุญาตให้ลาพักผ่อน ผู้มีอำนาจอนุญาตจะอนุญาตให้ลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้

โดยมิให้เสียหายแก่ราชการ

การอนุญาตให้ลาพักผ่อนครั้งหนึ่งเกินกว่า ๑๐ วันทำการ

ให้เป็นอำนาจของเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อนซึ่งหยุดราชการไปยังไม่ครบกำหนด

ถ้ามีราชการจำเป็นเกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจอนุญาตจะเรียกตัวมาปฏิบัติราชการก็ได้

การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา

หรือข้าราชการที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งประสงค์จะลาไปประกอบพิธีฮัจย์ เมืองเมกกะ

ประเทศซาอุดิอาระเบีย

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตก่อนวันอุปสมบทหรือก่อนวันเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์

ไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน

ในกรณีมีเหตุพิเศษไม่อาจเสนอหรือจัดส่งใบลาก่อนตามวรรคหนึ่ง

ให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นประกอบการลา และให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาให้ลาหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ข้าราชการที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาอุปสมบทหรือได้รับอนุญาตให้ลาไปประกอบพิธีฮัจย์ตามข้อ

๒๖ แล้ว จะต้องอุปสมบทหรือออกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ภายใน ๑๐ วัน

นับแต่วันเริ่มลา และจะต้องกลับมารายงานตัวเข้าปฏิบัติราชการภายใน ๕

วันนับแต่วันที่ลาสิกขาหรือวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยหลังจากการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์

ข้าราชการที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาอุปสมบทหรือได้รับอนุญาตให้ลาไปประกอบพิธีฮัจย์และได้หยุดราชการไปแล้ว

หากปรากฏว่ามีปัญหาอุปสรรคทำให้ไม่สามารถอุปสมบทหรือไปประกอบพิธีฮัจย์ตามที่ขอลาไว้

เมื่อได้รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติและขอถอนวันลา ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตพิจารณาหรืออนุญาตให้ถอนวันลาอุปสมบทหรือไปประกอบพิธีฮัจย์

ได้โดยให้ถือว่าวันที่หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจส่วนตัว

การลาเข้ารับการตรวจเลือก

หรือเข้ารับการเตรียมพล

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ข้าราชการที่ได้รับหมายเรียกเข้ารับการตรวจเลือก ให้รายงานลาต่อผู้บังคับบัญชาก่อนวันเข้ารับการตรวจเลือกไม่น้อยกว่า

๔๘ ชั่วโมง ส่วนข้าราชการที่ได้รับหมายเรียกเข้ารับการเตรียมพล ให้รายงานลาต่อผู้บังคับบัญชาภายใน

๔๘ ชั่วโมง นับแต่เวลารับหมายเรียกเป็นต้นไป

และให้ไปเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลตามวันเวลาในหมายเรียกนั้น

โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งอนุญาต และให้ผู้บังคับบัญชาเสนอรายงานลาไปตามลำดับจนเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เมื่อข้าราชการที่ลาตามข้อ

๒๘ พ้นจากการเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลแล้ว

ให้มารายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติต่อผู้บังคับบัญชาภายใน ๗ วัน

เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็น เลขาธิการอาจขยายเวลาให้ได้แต่รวมแล้วไม่เกิน ๑๕ วัน

การลาไปศึกษา ฝึกอบรม

ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัยในประเทศหรือต่างประเทศ

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงเลขาธิการ เพื่อพิจารณาอนุญาต

สำหรับเลขาธิการให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อประธาน

การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงประธานเพื่อพิจารณา

โดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในส่วนนี้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศมี ๒ ประเภท คือ

“ประเภทที่ ๑” ได้แก่ การไปปฏิบัติงานในกรณีหนึ่งกรณีใด

ดังต่อไปนี้

(๑) การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก และเป็นวาระที่จะต้องส่งไปปฏิบัติงานในองค์การนั้น

(๒) รัฐบาลไทยมีข้อผูกพันที่จะต้องส่งไปปฏิบัติงานตามความตกลงระหว่างประเทศ

(๓)

ประเทศไทยต้องส่งไปปฏิบัติงานเพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประเทศตามความต้องการของรัฐบาลไทย

“ประเภทที่ ๒” ได้แก่ การไปปฏิบัติงานนอกเหนือจากประเภทที่

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ข้าราชการที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นข้าราชการประจำตลอดมาเป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงาน

เว้นแต่ผู้ที่ไปปฏิบัติงานในองค์การสหประชาชาติกำหนดเวลาห้าปีให้ลดเป็นสองปี

สำหรับผู้ที่เคยไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่

๒ มาแล้ว จะต้องมีเวลาปฏิบัติราชการในส่วนราชการไม่น้อยกว่าสองปี

นับแต่วันเริ่มกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหลังจากที่เดินทางกลับจากการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่

๒ ครั้งสุดท้าย

(๒) ผู้ที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่ ๒

ต้องมีอายุไม่เกินห้าสิบสองปีบริบูรณ์นับถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงาน

(๓)

เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสม

มีความประพฤติเรียบร้อยและไม่อยู่ในระหว่างถูกสอบสวนว่ากระทำผิดวินัย

การขอยกเว้นหรือผ่อนผันคุณสมบัติตาม (๑) วรรคสอง และ (๒)

ให้เสนอเหตุผลความจำเป็นต่อประธานเพื่อพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ให้ข้าราชการที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศยื่นใบลาต่อผู้บังคับบัญชาไปตามลำดับจนถึงประธานเพื่อพิจารณาอนุญาต

และมีคำสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นลาไปปฏิบัติงานได้โดยถือว่าเป็นการไปทำการใด ๆ

อันจะนับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ

มีกำหนดเวลาไม่เกินสี่ปีสำหรับการไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๑

หรือมีกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีสำหรับการไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๒

โดยไม่ได้รับเงินเดือน เว้นแต่อัตราเงินเดือนที่ได้รับจากองค์การระหว่างประเทศต่ำกว่าอัตราเงินเดือนของทางราชการที่ผู้นั้นได้รับอยู่ในขณะนั้น

ให้มีสิทธิได้รับเงินเดือนจากทางราชการสมทบซึ่งเมื่อรวมกับเงินเดือนที่ได้รับจากองค์การระหว่างประเทศแล้วไม่เกินอัตราเงินเดือนของทางราชการที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับอยู่ในขณะนั้น

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

หากประสงค์จะอยู่ปฏิบัติงานต่อ

ให้ยื่นเรื่องราวพร้อมทั้งเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงประธานเพื่อพิจารณาอนุญาตและมีคำสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นไปปฏิบัติงานได้โดยถือว่าเป็นการไปทำการใด

อันจะนับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการได้อีกแต่เมื่อรวมแล้วต้องไม่เกินสี่ปี

การอนุญาตให้ข้าราชการผู้ใดไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๒

เกินกว่าหนึ่งปี

ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการในช่วงเวลาที่ไปปฏิบัติงานเกินหนึ่งปีด้วย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ให้สำนักงานจัดทำสัญญาผูกมัดข้าราชการที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

ประเภทที่ ๒ ให้กลับมารับราชการในส่วนราชการเป็นเวลาหนึ่งเท่าของระยะเวลาที่ไปปฏิบัติงาน

ข้าราชการผู้ใดไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศแล้วไม่กลับมารับราชการหรือกลับมารับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา

ให้ชดใช้เงินเบี้ยปรับแก่ทางราชการ ดังนี้

(๑) ไม่กลับเข้ารับราชการเลย

ให้ชดใช้เป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ได้รับคูณด้วยระยะเวลาที่ลาไปปฏิบัติงานที่คิดเป็นเดือนเศษของเดือน

ถ้าเกินสิบห้าวัน ให้คิดเป็นหนึ่งเดือน

(๒) กลับมารับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา

ให้ชดใช้เบี้ยปรับตาม (๑) ลดลงตามส่วน

การทำสัญญาตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนดเมื่อจัดทำแล้วให้ส่งให้กระทรวงการคลังและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

แห่งละ ๑ ชุดด้วย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ข้าราชการที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จให้รายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายใน ๑๐ วัน

นับแต่วันถัดจากวันเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน และให้รายงานผลการไปปฏิบัติงานให้ประธานทราบภายใน

๓๐ วัน นับแต่วันที่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ

การรายงานผลการไปปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง

ให้ใช้แบบรายงานการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามที่เลขาธิการกำหนด

การลาติดตามคู่สมรส

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาติดตามคู่สมรส

ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงเลขาธิการเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ลาได้ไม่เกินสองปี

และในกรณีจำเป็นอาจอนุญาตให้ลาต่อได้อีกสองปี แต่เมื่อรวมแล้วต้องไม่เกินสี่ปี

ถ้าเกินสี่ปี ให้ลาออกจากราชการ สำหรับเลขาธิการ ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อประธานเพื่อพิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

การพิจารณาอนุญาตให้ข้าราชการลาติดตามคู่สมรส

ผู้มีอำนาจอนุญาตจะอนุญาตให้ลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้โดยมิให้เสียหายแก่ราชการ

แต่เมื่อรวมแล้วจะต้องไม่เกินระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อ ๓๘ และจะต้องเป็นกรณีที่คู่สมรสอยู่ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติงานในต่างประเทศในระยะเวลาติดต่อกันไม่ว่าจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติงานในประเทศเดียวกันหรือไม่

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ข้าราชการที่ลาติดตามคู่สมรสครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๓๘

ในช่วงเวลาที่คู่สมรสอยู่ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติงานในต่างประเทศติดต่อกันคราวหนึ่งแล้ว

ไม่มีสิทธิขอลาติดตามคู่สมรสอีก

เว้นแต่คู่สมรสจะได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติงานประจำในประเทศไทยแล้ว

ต่อมาได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติงานในต่างประเทศอีกในช่วงเวลาใหม่

จึงจะมีสิทธิขอลาติดตามคู่สมรสตามข้อ ๓๘ ได้ใหม่

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

อักขราทร จุฬารัตน

กรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ทำหน้าที่ประธานกรรมการข้าราชการฝ่ายปกครอง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตารางผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาต

และอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาของข้าราชการ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

เอกฤทธิ์/ผู้จัดทำ

๑๑ มกราคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๓๓ ก/หน้า ๒๑/๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๒

40 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยการลาของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_603dcb2877b833c7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com