ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สรข. 2 / 2552
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการ
การชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจของผู้ให้บริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ เกิดความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณชน
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 17 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ให้บริการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551
อื่นๆ - 4. เนื้อหา
4.1 ในประกาศฉบับนี้
"ผู้ให้บริการ" หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 ประกอบด้วยธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้ทราบก่อนให้บริการ (บัญชี ก) ธุรกิจบริการที่ต้องขอขึ้นทะเบียนก่อนให้บริการ (บัญชี ข) และธุรกิจบริการที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ (บัญชี ค)
"ธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้ทราบก่อนให้บริการ" (บัญชี ก) ได้แก่ การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้าหรือรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กําหนดไว้ล่วงหน้า จากผู้ขายสินค้าหรือให้บริการเพียงรายเดียว ทั้งนี้ เว้นแต่การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้จํากัดเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคโดยมิได้แสวงหากําไรจากการออกบัตร ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ (e-Money บัญชี ก)
"ธุรกิจบริการที่ต้องขอขึ้นทะเบียนก่อนให้บริการ" (บัญชี ข) ได้แก่
(1) การให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิต (Credit Card Network)
(2) การให้บริการเครือข่ายอีดีซี (EDC Network)
(3) การให้บริการสวิตช์ชิ่งในการชําระเงินระบบหนึ่งระบบใด (Transaction Switching บัญชี ข)
(4) การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้า และหรือรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กําหนดไว้ล่วงหน้าจากผู้ขายสินค้าหรือให้บริการหลายราย ณ สถานที่ที่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจําหน่ายและการให้บริการเดียวกัน (e-Money บัญชี ข)
"ธุรกิจบริการที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ" (บัญชี ค) ได้แก่
(1) การให้บริการหักบัญชี (Clearing)
(2) การให้บริการชําระดุล (Settlement)
(3) การให้บริการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใด หรือ
(4) การให้บริการสวิตช์ชิ่งในการชําระเงินหลายระบบ (Transaction Switching บัญชี ค)
(5) การให้บริการรับชําระเงินแทน
(6) การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้า และหรือรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กําหนดไว้ล่วงหน้า จากผู้ขายสินค้าหรือให้บริการหลายราย โดยไม่จํากัดสถานที่และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจําหน่ายและการให้บริการเดียวกัน (e-Money บัญชี ค)
4.2 การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)
4.2.1 ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์บัญชี ก บัญชี ข และบัญชี ค ต้องดํารงฐานะทางการเงินและสภาพคล่อง เพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่องเละไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ
4.2.2 ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์บัญชี ค ต้องกันเงินรับถ่วงหน้าที่ ได้รับจากผู้ใช้บริการแยกไว้ต่างหากจากเงินทุนหมุนเวียนของผู้ให้บริการ และให้ฝากไว้ที่สถาบันการเงินหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งไม่น้อยกว่ายอดคงค้างของเงินรับล่วงหน้า เว้นแต่ผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงินให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
4.3 การให้บริการชําระดุล (Settlement)
ผู้ให้บริการต้องกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับผลสิ้นสุดสมบูรณ์ของการโอนเงิน (Finality) ซึ่งผู้รับสามารถใช้เงินได้ทันที โดยปราศจากเงื่อนไขและไม่สามารถเพิกถอนได้(Irrevocable) พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ
4.4 การให้บริการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใดหรือผ่านทางเครือข่าย
ผู้ให้บริการต้องออกหลักฐานการชําระเงิน หลักฐานการโอนเงิน หรือหลักฐานอื่นใดที่มีข้อความทํานองเดียวกัน และจัดส่งให้ผู้ใช้บริการตามวิธีการที่ตกลงกับผู้ใช้บริการ
4.5 การให้บริการรับชําระเงินแทน
เมื่อได้รับชําระเงินแล้ว ผู้ให้บริการต้องออกหลักฐานเพื่อแสดงว่าได้รับชําระเงินจากผู้ใช้บริการ ในรูปของใบเสร็จรับเงิน ใบรับเงิน ใบรับฝากชําระ หรือหลักฐานอื่นใด ที่มีข้อความทํานองเดียวกันและจัดส่งให้ผู้ใช้บริการตามวิธีการที่ตกลงกับผู้ใช้บริการ โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
4.5.1 ชื่อผู้ให้บริการ และชื่อเจ้าหนี้
4.5.2 จํานวนเงินและรายละเอียดของสินค้าหรือบริการที่ชําระ โดยอาจระบุเป็นชื่อย่อหรือรหัสก็ได้ รวมถึงรายละเอียดที่อ้างอิงถึงผู้ใช้บริการ
4.5.3 วัน เดือน ปี และเวลาที่ออกหลักฐานการรับชําระเงิน
เมื่อผู้ให้บริการได้ออกหลักฐานการรับชําระเงินแล้ว ให้ถือว่าการชําระเงินของผู้ใช้บริการมีผลเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เว้นแต่การรับชําระเงินด้วยเช็ดให้ถือว่าการชําระเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อเช็คนั้นสามารถเรียกเก็บเงินได้ครบถ้วน
4.6 ในกรณีที่ ธปท. เห็นสมควร อาจกําหนดให้ผู้ให้บริการตามบัญชี ข และบัญชี ค ต้องจัดให้มีการตรวจสอบทางด้านความมั่นคงปลอดภัยโดยผู้ตรวจสอบอิสระตามรายชื่อที่คณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์กําหนดด้วยก็ได้
อื่นๆ - 5. วันเริ่มต้นใช้บังคับ
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 30 มกราคม 2552
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย