ประกาศห้ามคนแต่งตัวไม่สมควร
ประกาศห้ามคนแต่งตัวไม่สมควร
มิให้ไปมาในพระราชฐานที่เสด็จออก[๑]
ด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ
กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงวังรับพระบรมราชโองการใส่เกล้าฯ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศแก่ผู้ที่มีกิจจะเข้าออกในพระบรมมหาราชวังทั้งปวง
ให้ทราบทั่วกันว่าในเขตรพระราชฐานที่เสด็จออก คือข้างเหนือตั้งแต่ประตูพิมานเทเวศ
(คือประตูวังหว่างศาลาว่าการต่างประเทศกับหอรัษฎากรพิพัฒน์) และประตูวิเศษไชยศรีเข้ามา
ข้างตวันออกตั้งแต่วัดพระศรีรัตนสาศดาราม แลท้องฉนวนวัดพระแก้วเข้ามา
ข้างตวันตกตั้งแต่ประตูรัตนพิศาล (คือที่เรียกกันว่าประตูชนะยี่สานอยู่ที่หว่างศาลาว่าการต่างประเทศกับโรงกระสาปน์)
และประตูศรีสุนทร (คือประตูต้นสนริมหอนิเพทพิทยา) เข้ามา
หาสมควรที่จะปล่อยให้ผู้ที่แต่งกายไม่สมควรเดินไปมา
ให้เปนที่เสื่อมเสียพระเกียรติยศ และเปนที่รำคาญแก่จักษุผู้ที่แลเห็นไม่
ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ ศก ๑๑๗ นี้ เปนต้นไป
ห้ามมิให้ผู้ที่แต่งกายไม่สมควรเดินไปมาในทางนี้ ฤๅพาเด็กที่แต่งกายไม่สมควรไปมาในเขตนี้เปนอันขาด
คำที่ว่าแต่งกายไม่สมควรในที่นี้
คือผู้ใหญ่ทั้งชายแลหญิงสรวมแต่เสื้อชั้นใน ฤๅไม่ได้สรวมเสื้อเลย
สุดแต่ไม่มีเสื้อที่ควรเปนเสื้อชั้นนอกได้อย่างหนึ่ง
นุ่งกางเกงขาสั้นเหนือเข่าขึ้นมา ฤๅนุ่งผ้าหยักรั้งไม่ปิดเข่า
ฤๅนุ่งโสร่งเปนตัวอย่างหนึ่ง สรวมรองท้าวไม่มีถุงเท้า ไม่ว่ารองเท้าชนิดใด ๆ
ฤๅสรวมรองเท้าสลิบเปอ เปนต้นอย่างหนึ่ง
เด็กแต่งตัวไม่สมควรนั้น
คือเด็กไม่ได้สรวมเสื้อมิดชิด ฤๅเปลือยกาย คนแต่งตัวไม่สมควรดังนี้
ต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้
แต่คนทำงานสำหรับการรื้อขนยกของ
ฤๅการก่อสร้างล้างกวาดเปนต้น ซึ่งทำการเปนพวกมีผู้ควบคุมมาเปนคราวเปนเวลา
เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานกระทรวงวังแล้ว เปนอันพ้นข้อห้ามในพระราชบัญญัตินี้
นอกจากจำพวกที่ยกเว้นนี้
ผู้หนึ่งผู้ใดขืนแต่งกายไม่สมควร ฤๅพาเด็กที่แต่งกายไม่สมควร
ฤๅปล่อยให้เด็กที่แต่งกายไม่สมควรล่วงเข้ามาในเขตที่กำหนดไว้แล้วนี้
ให้นายประตูขับไล่ห้ามปราม ถ้าไม่ฟังให้จับส่งศาลกระทรวงวังตัดสินลงโทษ
ปรับไม่เกินคราวละ ๒๐ บาท ฤๅขังไว้ใช้การไม่เกินคราวละ ๑๕ วัน
ฤๅทั้งปรับทั้งขังตามควรแก่โทษ
ถ้าผู้ที่ทำผิดเปนเด็กอายุต่ำกว่า
๑๕ ปีลงไปบิดามารดา ฤๅมูลนาย ฤๅผู้เลี้ยงดูเด็กนั้นจะต้องรับโทษแทนทุกประการ
ประกาศมาวันที่
๒๐ มกราคม รัตนโกสินทร ศก ๑๑๗
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒
นฤดล/ตรวจ
๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๕/-/หน้า ๔๖๕/-