ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 20 / 2563
เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลโครงการแก้ไขปัญหาหนี้
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
เนื่องด้วยในช่วงที่ผ่านมา หนี้ภาคครัวเรือนของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดําเนินชีวิตของภาคครัวเรือนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ธนาคารแห่งประเทศไทยตระหนักถึงความสําคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้ของลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้หลายราย ซึ่งลูกหนี้ต้องเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้แต่ละรายที่อาจมีเงื่อนไขและมาตรฐานในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่แตกต่างกัน ทําให้ความตั้งใจของลูกหนี้ที่จะปลดภาระหนี้สินที่มีอยู่และเริ่มต้นใหม่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ออกหลักเกณฑ์การกํากับดูแลโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ของลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้หลายราย เพื่อส่งเสริมการมีหน่วยงานกลางในการดําเนินการแก้ไขปัญหาหนี้แทนเจ้าหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายอย่างครบวงจรภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน อันจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกหนี้มีโอกาสปลดภาระหนี้สินของตนได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น ตลอดจนสนับสนุนให้หน่วยงานกลางดังกล่าวให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกหนี้เพื่อส่งเสริมให้ลูกหนี้มีการวางแผนการบริหารการเงินที่ดียิ่งขึ้นและไม่ตกอยู่ในภาวะประสบปัญหาการเงินอีกในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์ต่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
เพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในลักษณะดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและครอบคลุมลูกหนี้ในวงกว้าง รวมถึงลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การกํากับดูแลโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ ให้ครอบคลุมถึงกรณีที่มีเจ้าหนี้ตั้งแต่ 1 รายขึ้นไป และขยายขอบเขตให้รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ อีกทั้ง ขยายให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดําเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เองตามหลักการและหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เงื่อนไข แนวทางการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับโครงการในประกาศนี้โดยไม่ผ่านหน่วยงานกลางก็ได้
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
2.1 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 41 มาตรา 56 และมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับการจัดชั้นลูกหนี้ และการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ ให้สถาบันการเงินและบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
2.2 อาศัยอํานาจตามความในข้อ 10 ของประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต) และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกและการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
2.3 อาศัยอํานาจตามความในข้อ 11 ของประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกและการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
2.4 อาศัยอํานาจตามความในข้อ 11 ของประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ) และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกและการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
2.5 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 4/1 แห่งพระราชกําหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกและการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 10/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ของประชาชนที่มีเจ้าหนี้หลายราย ลงวันที่ 27 เมษายน 2560
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลโครงสร้างและขอบเขตการประกอบธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"โครงการ" หมายความว่า โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ที่เจ้าหนี้ผู้เข้าร่วมโครงการได้จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ของลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้ตั้งแต่ 1 รายขึ้นไป โดยลูกหนี้เข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจและมีบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ทําหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการดําเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ของลูกหนี้แทนเจ้าหนี้ผู้เข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เงื่อนไข และแนวทางการปฏิบัติงานที่เจ้าหนี้ผู้เข้าร่วมโครงการและบริษัทบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวได้ตกลงเห็นชอบร่วมกัน ทั้งนี้ รวมถึงกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เองตามหลักการของประกาศนี้ และตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแนวทางการปฏิบัติงานของโครงการโดยไม่ผ่านหน่วยงานกลาง
"ผู้ประกอบธุรกิจ" หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลโครงสร้างและขอบเขตการประกอบธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต) และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตาม ข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ) และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ) และที่แก้ไขเพิ่มเติม และบริษัทบริหารสินทรัพย์
"บริษัทบริหารสินทรัพย์" หมายความว่า บริษัทจํากัดที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์
5.2 หลักการ
ในการดําเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจและบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ทําหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลตามกรอบหลักการ (guiding principles) ดังต่อไปนี้
5.2.1 การแก้ไขปัญหาหนี้ ให้คํานึงถึงความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้โดยเป็นการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จ และส่งเสริมให้ลูกหนี้มีการบริหารการเงินที่ดี อันเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
5.2.2 มีหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือแผนการชําระหนี้ที่เป็นมาตรฐานกลางที่ไม่สร้างแรงจูงใจไม่เหมาะสม (moral hazard) และไม่หลีกเลี่ยงการถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลที่เกี่ยวข้อง
5.2.3 มีการคุ้มครองลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นธรรม เช่น การแจ้งข้อมูลอัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ การชี้แจงเหตุผลกรณีไม่อนุมัติลูกหนี้เข้าร่วมโครงการการเปิดเผยข้อมูลลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ เป็นต้น
5.3 หลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เงื่อนไข แนวทางการปฏิบัติงานของโครงการ
ผู้ประกอบธุรกิจและบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ทําหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางต้องจัดให้มีหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เงื่อนไข และแนวทางการปฏิบัติงานตามโครงการที่ตกลงเห็นชอบร่วมกันไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งต้องไม่ขัดกับหลักการของโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นโดยต้องระมัดระวังมิให้มีลักษณะเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ไม่เหมาะสมทั้งต่อตัวลูกหนี้หรือผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ เช่น เป็นการส่งเสริมให้ลูกหนี้ผิดนัดชําระหนี้ หรือทําให้ผู้ประกอบธุรกิจหลีกเลี่ยงการถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงินโดยมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแนวทางการปฏิบัติขั้นต่ําตามเอกสารแนบ 1 ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการแต่ละราย จะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
5.4 คุณสมบัติของบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เป็นหน่วยงานกลาง
บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่จะทําหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการดําเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ของลูกหนี้ตามโครงการ จะต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ํา ดังนี้
5.4.1 มีความสามารถทางด้านเทคนิค ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ในการดําเนินงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
5.4.2 มีระบบงาน ระบบการบริหารจัดการ ระบบฐานข้อมูล และกระบวนการดําเนินงานที่สามารถรองรับการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบการวิเคราะห์และติดตามลูกหนี้การออกเอกสารหลักฐาน การจัดทําบัญชีลูกหนี้ เป็นต้น
5.4.3 มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่เหมาะสมในจํานวนที่เพียงพอในการทําหน้าที่ตามขอบเขตงานที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ดําเนินการ
5.4.4 มีสถานะมั่นคง เช่น เป็นบริษัทที่มีสถานะทางการเงินดี หรือเป็นบริษัทที่ถือหุ้นส่วนใหญ่โดยภาครัฐ เป็นต้น
5.4.5 มีชื่อเสียงทางธุรกิจดี โดยเฉพาะในด้านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
5.4.6 มีความสามารถในการปรับตัวตอบสนองพัฒนาการใหม่ ๆ รวมทั้งมีเครือข่ายหรือช่องทางการให้บริการที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก
ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องกําหนดแนวทางคัดเลือกบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่จะทําหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางให้ชัดเจนสําหรับกรณีที่ใช้บริการจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
5.5 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เป็นหน่วยงานกลาง
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถดําเนินการรับจ้างบริหารสินทรัพย์และรับเป็นที่ปรึกษาให้แก่ลูกหนี้และผู้ประกอบธุรกิจได้ โดยต้องมีระบบการบัญชีและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการดังกล่าว แยกต่างหากจากการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทบริหารสินทรัพย์ พร้อมจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์จัดทําหรือจัดส่งรายงานและข้อมูลเพิ่มเติมเป็นรายกรณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ
5.6 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ
5.6.1 การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกในการประกอบธุรกิจผู้ประกอบธุรกิจสามารถพิจารณาว่าจ้างให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในข้อ 5.4 ทําหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการดําเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ของลูกหนี้ตามโครงการได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
5.6.2 การจัดชั้นลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ
สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบริษัทลูกในกลุ่ม Solo consolidation ที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องจัดชั้นลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) จัดชั้นลูกหนี้เป็นชั้นที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต (Performing) ได้ เมื่อลูกหนี้ได้มีการชําระเงินตามเงื่อนไขในโครงการแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน หรือ 1 งวดการชําระเงิน
(2) คงสถานะการจัดชั้นลูกหนี้เดิม ในกรณีที่ลูกหนี้มีการขอผ่อนผันการชําระหนี้อันเนื่องมาจากกรณีมีเหตุจําเป็น หากสถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบริษัทลูกในกลุ่ม Solo consolidation หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ทําหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง สามารถพิสูจน์ได้ว่าการขอผ่อนผันการชําระหนี้นั้น เกิดจากเหตุจําเป็นตามที่กําหนด ซึ่งมีได้เกิดจากการไปก่อหนี้อื่นเพิ่มเติม จนทําให้ไม่สามารถชําระหนี้ตามเงื่อนไขในโครงการ
ทั้งนี้ ให้จัดเก็บหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขอผ่อนผันการชําระหนี้อันเนื่องมาจากเหตุจําเป็นดังกล่าวไว้เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้
(3) จัดชั้นลูกหนี้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงิน ในกรณีที่ลูกหนี้มีการขอผ่อนผันการชําระหนี้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามข้อ (2) หรือไม่ชําระหนี้ตามเงื่อนไขของโครงการ
ทั้งนี้ ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีข้อสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือการขอผ่อนผันการชําระหนี้เนื่องมาจากเหตุจําเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไขหรือทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือสั่งการให้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดชั้นและการกันเงินสํารองสําหรับลูกหนี้แต่ละรายได้
5.6.3 การคุ้มครองลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ
ให้ผู้ประกอบธุรกิจควบคุมดูแลให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ทําหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางถือปฏิบัติในเรื่องการนําเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการและหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามโครงการ การแจ้งข้อมูลอัตราดอกเบี้ย ค่าบริการต่าง ๆ และเบี้ยปรับ การชี้แจงเหตุผลและการคืนเอกสารกรณีไม่อนุมัติให้ลูกหนี้เข้าร่วมโครงการ การจัดทําตารางแสดงภาระหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ การจัดส่งใบแจ้งหนี้ให้แก่ลูกหนี้ และการเปิดเผยข้อมูลลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 2
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน 2563
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย