ข้อ ๘ ให้ กข.คต. มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) สอดส่องดูแล
และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมการค้าต่างประเทศ
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบ
การขอสำเนาข้อมูลข่าวสารทางราชการ การบริการข้อมูลข่าวสารของราชการและการอนุญาตให้ข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๓)
พิจารณาข้อมูลข่าวสารของราชการที่กรมการค้าต่างประเทศหรือข้าราชการ
อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้
(๔) แต่งตั้งราชการตั้งแต่ระดับ ๖
ขึ้นไปให้เป็นผู้มีหน้าที่ครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร และมีคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา
๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นการทั่วไป
หรือเฉพาะแก่บุคคลใด
(๕)
พิจารณาวินิจฉัยประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการที่ควรจัดเก็บไว้ที่กรมการค้าต่างประเทศ
หรือไม่ประสงค์จะจัดเก็บรักษา หรือมีอายุครบกำหนดเพื่อส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ
กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๒๖
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
(๖)
ให้คำแนะนำและเสนอความเห็นต่ออธิบดีเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารของราชการ
กับหน่วยงานของรัฐและเอกชน
(๗)
แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใดๆ ตามที่ กข.คต.
มอบหมาย
(๘)
พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้
(๙)
ดำเนินการอื่นใดตามที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศมอบหมาย ข้อ ๙ การประชุม กข.คต.
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด