法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลตำบลปะทิว ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลตำบลปะทิว

ระเบียบเทศบาลตำบลปะทิว

ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]

โดยที่เป็นการสมควร ปรับปรุงระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

เพื่อให้การดำเนินงานของชุมชนย่อยในเขตเทศบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

และมีส่วนร่วมในการพัฒนาการป้องกัน แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ภายในชุมชนของตน ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนในชุมชนกับเทศบาล

ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๘ เตรส (๔) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.

๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ และมาตรา

๕๐ (๙) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับข้อ ๖

ก (๕) ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานของเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖

หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๑๓/ว ๑๕๕๓ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๐

และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๑๓/ว ๓๙๘ ลงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๑ เทศบาลตำบลปะทิว

จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลตำบลปะทิว ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ได้ประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก “ระเบียบเทศบาลตำบลปะทิว ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกเทศมนตรี

รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหายกเว้นการปฏิบัติ

ออกประกาศ คำสั่ง ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ

และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ชุมชน” หมายความว่า

ชุมชนที่เทศบาลเห็นสมควรจัดตั้งขึ้นหรือที่ประชาชนร้องขอให้มีการจัดตั้งขึ้นโดยเทศบาลตำบลปะทิว

เป็นผู้ประกาศจัดตั้งชุมชน

“เทศบาล” หมายความว่า

เทศบาลตำบลปะทิว

“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนผู้อาศัยในชุมชนและเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งภายในชุมชนนั้น

ให้เป็นคณะกรรมการชุมชน และได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

ให้ทำหน้าที่บริหารงานด้านต่าง ๆ ของชุมชน

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีตำบลปะทิว

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ปลัดเทศบาล พนักงานเทศบาล หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

ให้ปฏิบัติงานตามระเบียบนี้

“ทรัพย์สินในครอบครองของคณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า ทรัพย์สินที่คณะกรรมการชุมชนครอบครองและใช้ประโยชน์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ แบบพิมพ์และทะเบียนต่าง

ๆ ให้เป็นไปตามระเบียบที่นายกเทศมนตรีตำบลปะทิวกำหนด

การจัดตั้งชุมชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เทศบาล

ประกาศจัดตั้งชุมชนขึ้นในเขตเทศบาลตำบลปะทิว

ตามลักษณะที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนตามระเบียบนี้

โดยให้ถือความสะดวกในการปกครองดูแลและพัฒนาชุมชนนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการที่จะกำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนต่าง

ๆ ให้พิจารณาแบ่งชุมชนตามสภาพพื้นที่หรือแนวถนน ตรอก ซอย แม่น้ำลำคลอง

หรืออาคารเรือนแถวเดียวกัน หรือมีลักษณะเป็น Block หรือ Zone เดียวกัน เช่น หมู่บ้าน ชุมชนแออัด หรือหมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในชุมชนหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการชุมชนคณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่า

๕ คน แต่ไม่เกิน ๑๕ คน

โดยได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่อาศัยในชุมชนนั้น ๆ โดยความเห็นชอบและแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

ในกรณีที่ไม่สามารถเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนผู้รับผิดชอบงานด้านต่าง

ๆ ได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งประธานชุมชน

เพื่อทำหน้าที่ในการสรรหาบุคคลเป็นคณะกรรมการชุมชนด้านต่าง ๆ ต่อไป

กรณีที่ไม่สามารถเลือกตั้งบุคคลเพื่อเป็นคณะกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่ง

หรือประธานชุมชนตามวรรคสองได้ ให้คณะกรรมการอำนวยการชุมชนดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนหรือประธานชุมชนตามวิธีการที่เห็นสมควร

โดยความเห็นชอบของนายกเทศมนตรี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการชุมชนแต่ละคณะประกอบด้วย

(๑) ประธานชุมชน

(๒) รองประธานชุมชน

(๓) เลขานุการชุมชน

(๔) ฝ่ายการคลัง

(๕) ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ

(๖) ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

(๗) ฝ่ายสาธารณสุข

(๘) ฝ่ายการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมกีฬา และนันทนาการ

(๙) ฝ่ายสวัสดิการสังคม

(๑๐) ฝ่ายกิจการสตรี

(๑๑) ตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนเห็นสมควรแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชน

ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ นับถึงวันรับสมัคร

(๓)

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนนั้นติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน

(๔) อ่านและเขียนหนังสือไทยได้

(๕)

เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

(๖) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๗) ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือมีจิตฟั่นเฟือน

(๘) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ หรือมีโรคติดต่อร้ายแรง

(๙) เป็นผู้มีความเสียสละ มีความรับผิดชอบ

ไม่หวังหรือแสวงหาประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เพื่อตนเองหรือหมู่คณะโดยมิชอบ

(๑๐) ไม่เป็นข้าราชการประจำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

หรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๑๑) ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก

หรือให้ออกจากราชการในความผิดฐานทุจริตในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติมิชอบในราชการ

(๑๒)

หากเคยดำรงตำแหน่งคณะกรรมการชุมชนมาแล้วแต่ลาออกหรือถูกถอดถอนจะต้องพ้นจากตำแหน่งนั้นไม่น้อยกว่า

๑๘๐ วัน นับจากวันที่ลาออกหรือถูกถอดถอนจากตำแหน่งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน

ติดต่อกันถึงวันเลือกตั้ง

(๓) อายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑ มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

(๑) เป็นผู้วิกลจริต หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๒) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๓) เป็นผู้ที่ถูกคุมขังอยู่โดยกฎหมายของศาล

หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คณะกรรมการชุมชนให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ

๒ ปี นับแต่วันเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) ถึงคราวออกตามวาระ

(๒) ตาย

(๓) ลาออก โดยยื่นใบลาออกต่อนายกเทศมนตรี

(๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๑

(๕) นายกเทศมนตรี

ถอดถอนเมื่อสอบสวนแล้วเห็นว่าประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนและทางราชการ

(๖) ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๗) คณะกรรมการชุมชนไม่น้อยกว่าสองในสามที่อยู่ในตำแหน่งมีมติให้พ้นจากตำแหน่งโดยเห็นว่ามีความบกพร่องในหน้าที่

หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่คณะกรรมการชุมชนครบวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อ

๑๕ (๑) ให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน

นับแต่วันหมดวาระดำรงตำแหน่งและให้คณะกรรมการชุมชนชุดเดิมรักษาการไปจนกว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่แล้วเสร็จ

เมื่อพ้นสภาพการเป็นคณะกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่ง

ให้คณะกรรมการชุดเดิมส่งมอบงานและบรรดาทรัพย์สินของชุมชน

ให้แก่คณะกรรมการชุมชนชุดใหม่ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันเลือกตั้งแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่คณะกรรมการชุมชนว่างลงนอกเหนือจากข้อ

๑๕ (๑) ให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน ๔๕ วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

หรือให้คณะกรรมการชุมชนที่เหลืออยู่พิจารณาบุคคลผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเสนอต่อนายกเทศมนตรี

ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชนได้

โดยให้มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่าที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

เว้นแต่วาระของคณะกรรมการชุมชนเหลืออยู่ไม่ถึง ๑๘๐ วัน

ให้คณะกรรมการชุมชนเท่าที่มีอยู่ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่และรักษาการไปจนกว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่แล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เพื่อประโยชน์ในการให้คำปรึกษา

แนะนำ

และการให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนจะคัดเลือกบุคคลในชุมชนที่เห็นสมควรแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาชุมชนก็ได้

แต่ต้องมีจำนวนไม่เกินชุมชนละ ๒ คน โดยการแต่งตั้งของนายกเทศมนตรีตำบลปะทิว

การเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้นายกเทศมนตรีตำบลปะทิว

แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งอย่างน้อย ๗ คน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชน

ต้องยื่นใบสมัครด้วยตนเองพร้อมหลักฐาน สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน

และรูปถ่ายหน้าตรง ตามวันเวลาและสถานที่ที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในชุมชนใดถ้ามีผู้สมัครไม่เกินจำนวนคณะกรรมการชุมชนที่กำหนด

ให้ถือว่าผู้สมัครได้รับเลือกตั้งโดยไม่มีการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ วิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนให้เป็นไปตามที่นายกเทศมนตรีตำบลปะทิวกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้นายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลปะทิว

จัดทำประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและให้มีอำนาจในการเพิ่มชื่อและถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้

การประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ให้ติดประกาศไว้ในชุมชนให้ทราบก่อนวันเลือกตั้งอย่างน้อย ๗ วัน

ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าตนไม่มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ให้มีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อหรือขอถอนชื่อต่อนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลปะทิว

ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๓ วัน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้นายกเทศมนตรีตำบลปะทิว

จัดทำประกาศแต่งตั้งและถอดถอนคณะกรรมการชุมชนและลงนามในบัตรประจำตัวคณะกรรมการชุมชน

กรณีถอดถอนคณะกรรมการชุมชน

จะกระทำได้เมื่อสอบสวนแล้วเห็นว่าประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนและทางราชการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ นายกเทศมนตรี

จะออกระเบียบเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน โดยเฉพาะแต่ละชุมชน ซึ่งไม่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ด้วยก็ได้

การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

(๒) เป็นผู้นำและแกนกลางในการบริหารชุมชน

ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาของประชาชนในการพัฒนาชุมชน

(๓) สำรวจข้อมูลปัญหาต่าง ๆ

ในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม

การบริการพื้นฐานและด้านการเมือง ตลอดจนวางแผนและแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน

(๔) เสนอแผนงาน โครงการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากทางเทศบาล

(๕) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีจิตสำนึก

และร่วมใจกันพัฒนาชุมชนของตนเอง

(๖) ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี อันดีงาม

และสร้างความสามัคคีในชุมชน

(๗) ดำเนินการด้านอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้คณะกรรมการชุมชนจัดให้มีการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

หรือตามความจำเป็นเหมาะสม การกำหนดวันประชุมให้ประธานชุมชนเป็นผู้กำหนดและเรียกประชุม

โดยให้นายกเทศมนตรีเรียกประชุมครั้งแรกภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันเลือกตั้ง

และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ถ้าประธานและรองประธานชุมชนไม่มาประชุม

หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการชุมชนที่มาประชุมเลือกคณะกรรมการชุมชนคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การประชุมคณะกรรมการชุมชน

ให้กระทำโดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่คณะกรรมการชุมชนหรือประธานชุมชนเห็นสมควร

และเปิดโอกาสให้คณะกรรมการอำนวยการหรือที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชนหรือสมาชิกในชุมชนเข้ารับฟัง

และหรือเสนอแนะให้คำปรึกษาได้โดยไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียง

เว้นแต่คณะกรรมการชุมชนจะลงมติเห็นสมควรให้ประชุมลับ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในการประชุมคณะกรรมการชุมชน

ต้องมีคณะกรรมการชุมชนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการชุมชนทั้งหมดที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม

การลงมติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

คณะกรรมการชุมชนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้นายกเทศมนตรี

ควบคุมดูแลคณะกรรมการชุมชนให้ดำเนินการพัฒนาชุมชนและมีส่วนร่วมในการป้องกัน

แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชน ในการนี้ให้มีอำนาจหน้าที่ระงับการดำเนินการใด ๆ

ของคณะกรรมการชุมชน เมื่อเห็นว่าเป็นผลเสียหายแก่ชุมชน

คณะกรรมการอำนวยการชุมชน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้เทศบาลแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการชุมชนคณะหนึ่ง

ทำหน้าที่อำนวยการ ประสานงาน และให้การสนับสนุนการดำเนินงานของชุมชน ประกอบด้วย

(๑) นายกเทศมนตรีเป็นประธานกรรมการ

(๒) รองนายกเทศมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ

(๓)

หัวหน้าส่วนราชการภายในเทศบาลและผู้แทนภาคเอกชนหรือผู้ทรงคุณวุฒิตามที่นายกเทศมนตรี

เห็นสมควรเป็นกรรมการ

(๔) ปลัดเทศบาลเป็นกรรมการและเลขานุการ

(๕) นักพัฒนาชุมชน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้คณะกรรมการอำนวยการชุมชนมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงาน

(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และควบคุมดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

(๓) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน

(๔) แก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน

(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน

เพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่

ประกาศ

ณ วันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕

มนต์ชัย

โกษฐเพชร

นายกเทศมนตรีตำบลปะทิว

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๕ เมษายน ๒๕๕๕

ชาญ/ผู้ตรวจ

๑๐ เมษายน ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๓๓ ง/หน้า ๑/๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลตำบลปะทิว ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6258fdecce9d323f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com