法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
51
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๔ เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการพัสดุ

เป็นไปด้วยความเรียบร้อย คล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๖ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕

สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน

๒๕๕๒ จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๔

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

และมีอำนาจออกประกาศ หรือคำสั่งใด ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบ

รวมทั้งมีอำนาจ วินิจฉัยชี้ขาดข้อขัดแย้งตามระเบียบนี้

ข้อความทั่วไป

นิยาม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายถึง

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“อธิการบดี” หมายถึง

อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“หัวหน้าส่วนพัสดุ” หมายถึง

หัวหน้าส่วนพัสดุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

และให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งจากอธิการบดีให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับหัวหน้าส่วนพัสดุด้วย

“พนักงานพัสดุ” หมายถึง พนักงานส่วนพัสดุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุหรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากอธิการบดีให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบนี้

“ที่ปรึกษา” หมายถึง

บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ

หรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทาง วิศวกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์

หรือสาขาอื่น รวมทั้งให้บริการด้านศึกษา สำรวจออกแบบและควบคุมงาน และ การวิจัย

แต่ต้องไม่ให้บริการออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างในโครงการเดียวกัน

“พัสดุ” หมายถึง

วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน

สิ่งก่อสร้างและงานบริการ

“วัสดุ” หมายถึง

สิ่งของซึ่ง

(๑)

โดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลืองหมดไป แปรสภาพไปหรือไม่คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ

(๒) โดยสภาพมีลักษณะคงทนถาวร

แต่มีอายุ การใช้งานในระยะเวลาประมาณไม่เกิน ๑ ปี หรือ

(๓)

โดยสภาพมีลักษณะคงทนถาวร และมีอายุการใช้งานตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป

แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ

(๔) โดยสภาพจัดหามาเพื่อใช้ในการบำรุงรักษา

ซ่อมแซม เสริมสร้าง หรือ ปรับปรุง ครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง

“ครุภัณฑ์” หมายถึง

สิ่งของที่มีราคาในขณะที่ได้มาเกินกว่า

๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปต่อหน่วยหรือต่อชุด

ซึ่งโดยปกติมีลักษณะคงทนถาวรและ มีอายุการใช้งานยืนนานเกินกว่า ๑ ปีขึ้นไป

ยกเว้นสัตว์ใหญ่ให้ถือเป็นครุภัณฑ์ตั้งแต่ วันที่ได้มา

“สิ่งก่อสร้าง” หมายถึง

(๑) งานก่อสร้าง

ซึ่งเป็นงานที่สร้างหรือทำขึ้น มีลักษณะมั่นคงหรือถาวร เช่น อาคาร ถนน โรงรถ

ระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ และระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

และให้หมายความถึงงาน ปรับปรุงซ่อมแซม ตกแต่งหรือต่อเติม งานรื้อถอน และงานเคลื่อนย้ายอาคารด้วย

(๒) อาคาร

ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคล อาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น

อาคารที่ทำการโรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา สถานีนำร่อง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น

ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันและรวมตลอด ถึงสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งสร้างขึ้น เพื่อประโยชน์ใช้สอยสำหรับอาคารนั้น

ๆ เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน้ำ หอถังน้ำ ถนน ประปา และสิ่งอื่น ๆ

ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งเป็นที่เชิดชูคุณค่าทางด้านศิลปะ หรือสถาปัตยกรรม เช่น

อนุสาวรีย์ หรืองานที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

“งานบริการ” หมายถึง

งานจ้างเหมาบริการจากผู้มีอาชีพให้บริการและให้หมายความรวมถึง

การจ้างที่ปรึกษาด้วย

“การประกันภัย” หมายถึง การประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นผู้เอาประกันภัย

“การจัดหา” หมายถึง

การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุ

“การพัสดุ” หมายถึง

การจัดหา การควบคุม

การจำหน่าย และการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ ในระเบียบนี้

“ส่วนราชการ” หมายถึง ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการ

บริหารราชการแผ่นดินและให้หมายความ รวมถึงรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของราชการส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น

ของรัฐด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเกี่ยวกับการพัสดุโดยใช้เงินรายได้ทุกประเภทของมหาวิทยาลัย

ยกเว้นพัสดุที่ได้มาตามระเบียบอื่นที่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

การจัดหา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การขออนุมัติดำเนินการจัดหา

ในการดำเนินการจัดหา ให้จัดทำแบบขออนุมัติดำเนินการจัดหา โดยมีรายละเอียด

ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องการจัดหา

(๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะจัดหา

(๓) วงเงินที่จะจัดหาในครั้งนั้น

(๔) กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้นหรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

(๕) วิธีที่จะจัดหาและเหตุผลที่ต้องจัดหาโดยวิธีนั้น ๆ

(๖) รายชื่อผู้ปฏิบัติงานหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

ในกรณีที่จะต้องดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่มหาวิทยาลัย

ให้รายงานเฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ วิธีการซื้อหรือวิธีการจ้างกระทำได้

๕ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลงราคา ได้แก่

การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) วิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน

๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐

บาท

(๓) วิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

ซึ่งมีราคาเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป

(๔) วิธีคัดเลือก ได้แก่ การจ้างที่ปรึกษา

การจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงาน ซึ่งมีราคาเกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท

(๕) วิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน

๓๐๐,๐๐๐ บาท และให้จัดทำเฉพาะกรณี

การซื้อหรือการจ้างตาม (๑) และ (๒)

ถ้าอธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบอำนาจเห็นสมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด

หรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไปจะกระทำมิได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา

ให้พนักงานพัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้ขายโดยตรง

แล้วดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากอธิการบดี

ในกรณีที่เป็นการซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท

หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อนและไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน

ให้ดำเนินการไปก่อน แล้วรีบรายงานเพื่อขอความเห็นชอบต่ออธิการบดี

หรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมาย

และเมื่ออธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายให้ความเห็นชอบแล้ว

ให้ถือว่ารายงานที่มีผู้ลงนามตรวจรับเรียบร้อยแล้ว เป็นหลักฐานการตรวจรับด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา

ประกวดราคา ต้องมีการประกาศเชิญชวนอย่างเปิดเผย

โดยจะมีการขายเอกสารการสอบราคาหรือประกวดราคาหรือไม่ก็ได้

การเสนอราคาต้องเป็นลายลักษณ์อักษร การพิจารณาคัดเลือก การต่อรองราคา

ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหา

การจัดทำเอกสาร

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจ้างโดยวิธีคัดเลือก

ต้องมีการประกาศเชิญชวนอย่างเปิดเผย โดยให้เสนอข้อเสนอทางเทคนิค เช่น

ผลงานการเป็นที่ปรึกษา ออกแบบ ควบคุมงาน ประสบการณ์ของที่ปรึกษาวิศวกร

หรือสถาปนิกประจำโครงการ แนวคิดในการออกแบบ วิธีการ ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ เป็นต้น

การเสนอราคาต้องเป็นลายลักษณ์อักษร การพิจารณาคัดเลือก การต่อรองราคา

ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดหา

การจัดทำเอกสาร

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ

ให้กระทำเฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังนี้

(๑) ต้องจัดหาเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่มหาวิทยาลัย

(๒) ดำเนินการจัดหาโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล

(๓)

มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและจำเป็นต้องจัดหาเพิ่ม

(Repeat Order)

(๔) การจัดหาจากส่วนราชการ

(๕) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ องค์การระหว่างประเทศ

หรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(๖)

เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

(๗)

เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคเป็นการเฉพาะ

(๘) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

(๙) เป็นงานที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือดี

ผู้มีความชำนาญงานเป็นพิเศษหรือมีผู้ที่มีความชำนาญ ในกิจการนั้นน้อยราย

(๑๐)

เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อน

จึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์

เครื่องไฟฟ้า หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

การจัดทำเอกสาร

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

ให้ติดต่อกับเจ้าของโดยตรง เว้นแต่การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศ

หากจำเป็นต้องติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่นก็ให้กระทำได้และให้นำความในกรณีที่จะต้องดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การจัดซื้อพัสดุเพื่อจัดทำพัสดุเอง

ให้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้ พร้อมทั้งวงเงินโดยประมาณ

เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ

วิธีการซื้อพัสดุเพื่อจัดทำพัสดุเองให้ดำเนินการตามวิธีการซื้อตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบในการจัดทำเองขึ้นหรือแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติงาน

โดยมีคุณสมบัติและหน้าที่เช่นเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

เว้นแต่จะมีพนักงานรับผิดชอบโดยเฉพาะอยู่แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การแลกเปลี่ยนพัสดุของมหาวิทยาลัยกับส่วนราชการ

ให้อธิการบดีกับหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ ตกลงกัน

ในกรณีที่แลกเปลี่ยนกับเอกชนให้นำวิธีการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

ในกรณีที่มหาวิทยาลัยได้รับเงินจากการแลกเปลี่ยนพัสดุ

ให้นำส่งเป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

เมื่อมีการรับและจำหน่ายพัสดุจากการแลกเปลี่ยน

ให้ลงทะเบียนพัสดุที่รับมาหรือจำหน่ายพัสดุนั้น แล้วให้พนักงานพัสดุรายงานอธิการบดีเพื่อทราบและส่งให้ส่วนการเงินและบัญชีบันทึกหรือปรับปรุงบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การเช่า

แบ่งเป็นการเช่าสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์

(๑) การเช่าสังหาริมทรัพย์ ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น

โดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

(๒) การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้ใช้กระบวนการตกลงราคา

และให้กระทำได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

๑) เช่าที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับมหาวิทยาลัย

๒)

เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่ทำการในกรณีที่ไม่มีสถานที่ของมหาวิทยาลัย

หรือมีแต่ไม่เพียงพอ และถ้าสถานที่ที่เช่านั้นกว้างขวางพอจะใช้เป็นที่พักของมหาวิทยาลัยด้วยก็ได้

๓)

เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่พักสำหรับผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าที่พักตามระเบียบของมหาวิทยาลัยในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานในต่างจังหวัด

๔) เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่เก็บพัสดุของมหาวิทยาลัย

ในกรณีที่มีสถานที่เก็บไม่เพียงพอ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การเช่าซื้อ

ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น

โดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การประกันภัย

ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นโดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลมและให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้รับผลประโยชน์

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การรับบริจาคพัสดุจะกระทำได้เมื่อพัสดุนั้นเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและเป็นการบริจาคให้โดยไม่มีเงื่อนไขหรือมีเงื่อนไขแต่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อมหาวิทยาลัย

โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจากการบริจาค เพื่อทำหน้าที่ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติที่อธิการบดีกำหนด

ทั้งนี้

ให้พนักงานพัสดุจัดทำทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน

คณะกรรมการและผู้ควบคุมงาน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ คณะกรรมการ

ในการดำเนินการจัดหาแต่ละครั้ง

ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ แล้วแต่กรณี คือ

(๑) คณะกรรมการจัดหา

(๒) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

(๓) คณะกรรมการตรวจการจ้าง

(๔) คณะกรรมการกำหนดราคากลาง

(๕) คณะกรรมการอื่นใดเกี่ยวกับการพัสดุตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

เมื่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ให้คณะกรรมการ แต่ละคณะรายงานผลการดำเนินการต่ออธิการบดี

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ องค์ประกอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการตามที่อธิการบดีแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้แต่ละคณะให้ประกอบด้วย

ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน

ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยจะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่พนักงานซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้างร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการซื้อหรือการจ้างครั้งเดียวกัน

ห้ามแต่งตั้งกรรมการจัดหาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุและหรือกรรมการตรวจการจ้าง

การแต่งตั้งคณะกรรมการควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ

เกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้นเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

สำหรับการซื้อหรือจ้างในวงเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

จะแต่งตั้งพนักงานของมหาวิทยาลัยคนหนึ่งซึ่งมิใช่ผู้จัดซื้อหรือจัดจ้างเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ องค์ประชุมและมติ

ในการประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด แต่ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่า

๓ คน ถ้าประธานกรรมการไม่มาหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็น ประธานการประชุมเฉพาะคราวนั้น

ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีหนึ่งเสียงในการลงมติ

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

กรรมการของคณะใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้าง

ให้ถือมติเอกฉันท์ของกรรมการที่เข้าประชุมในครั้งนั้น ๆ

กรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้างไม่เห็นด้วยกับมติให้ทำความเห็นแย้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแนบกับใบตรวจรับพัสดุหรือใบตรวจการจ้างและให้อธิการบดีใช้ดุลยพินิจที่จะพิจารณาว่าการตรวจรับพัสดุและหรือการตรวจการจ้างถูกต้องหรือไม่

ทั้งนี้

โดยคำนึงถึงประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ

ให้คณะกรรมการชุดต่าง ๆ

ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่อธิการบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ควบคุมงาน

งานก่อสร้างทุกประเภท ให้มหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน

กรณีจ้างบุคคลภายนอกเป็นผู้รับจ้างเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมงาน

ให้ผู้รับจ้างดำเนินการดังนี้

(๑)

จัดผู้ควบคุมงานที่มีความรู้และมีความชำนาญงานการก่อสร้างให้เหมาะสม

กับสภาพงานการก่อสร้างนั้น ๆ

(๒) ส่งรายชื่อผู้ควบคุมงาน

ผู้ตรวจการหรือผู้แทนให้มหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ

และในกรณีที่ผู้ควบคุมงานดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติงานได้

ผู้รับจ้างจะต้องเสนอชื่อผู้ควบคุมงานปฏิบัติงานแทน

ผู้ที่ปฏิบัติงานแทนในกรณีดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมจากมหาวิทยาลัยก่อน

โดยให้ผู้ควบคุมงานมีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่อธิการบดีกำหนด

การจ่ายเงินล่วงหน้า

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างจะกระทำมิได้

เว้นแต่มีความจำเป็น มหาวิทยาลัยอาจให้จ่ายเงินล่วงหน้าได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการ จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐

ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง

(๒) การซื้อพัสดุจากสถาบันของรัฐในต่างประเทศ

ให้จ่ายตามที่ตกลงกับองค์การระหว่างประเทศ

(๓) การชำระเบี้ยประกันภัย จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

(๔) การจัดหาพัสดุที่มีลักษณะต้องบอกรับเป็นสมาชิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

(๕)

การจัดหาโดยวิธีสอบราคาหรือวิธีประกวดราคาหรือวิธีคัดเลือกจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕

ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง แต่ทั้งนี้ จะต้องกำหนดอัตราค่าพัสดุหรือค่าจ้างที่จะจ่ายล่วงหน้าไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา

ประกวดราคาหรือคัดเลือกด้วย

(๖) การจัดหาโดยวิธีพิเศษ ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕

ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง

(๗)

การจัดหาตามแบบธรรมเนียมการค้าระหว่างประเทศให้กระทำได้โดยเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตหรือโดยวิธีใช้ดร๊าฟต์

แล้วแต่ความเหมาะสม

(๘) พัสดุอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายเงินล่วงหน้าตามดุลยพินิจของอธิการบดี

การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้า

ให้เรียกหลักประกันเท่ากับจำนวนเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าที่จ่าย

ยกเว้นการจ่ายเงินล่วงหน้าให้ส่วนราชการ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าในการเช่าสังหาริมทรัพย์และหรืออสังหาริมทรัพย์ให้กระทำได้เฉพาะกรณีการเช่าซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน

๓ ปี ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) การเช่าจากส่วนราชการจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐

ของค่าเช่าทั้งสัญญา

(๒) การเช่าจากเอกชนจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของค่าเช่าทั้งสัญญา

สัญญา

หลักประกันและค่าปรับ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การซื้อหรือจ้างที่ต้องออกหนังสือสนองรับราคาและนัดทำสัญญา

ถ้าอธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายได้อนุมัติการซื้อหรือการจ้างครั้งนั้นแล้ว

ให้หัวหน้าส่วนพัสดุมีอำนาจลงนามในหนังสือสนองรับราคาและนัดทำสัญญาได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ สัญญาหรือข้อตกลงถือเป็นหลักฐานในการจัดหาพัสดุ

มี ๔ แบบ

(๑) ใบเสร็จรับเงินหรือใบส่งของ

ใช้สำหรับการจัดหาพัสดุโดยวิธีตกลงราคาซึ่งผู้ขายหรือผู้รับจ้างสามารถส่งมอบพัสดุทั้งหมดภายใน

๕ วันทำการ

(๒) ใบสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

ใช้สำหรับการจัดหาพัสดุที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างสามารถส่งมอบพัสดุทั้งหมดได้ภายใน

๙๐ วัน นับแต่วันที่ลงนาม

หรือพัสดุหรืองานจ้างที่ต้องมีการรับประกันความชำรุดเสียหาย

(๓) หนังสือสัญญา

ใช้สำหรับการจัดหาพัสดุที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างสามารถส่งมอบพัสดุทั้งหมดเกินกว่า

๙๐ วัน หรือตามที่อธิการบดีเห็นสมควร หรือการส่งมอบพัสดุเป็นงวด

(๔) ข้อตกลงเป็นหนังสือ ใช้สำหรับการจัดหาพัสดุจากส่วนราชการ การยืม

การประกันภัย หรือการจัดหาตามที่อธิการบดีเห็นสมควร

ในกรณีการจัดหาซึ่งมีราคาไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือการจัดหาโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน

และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน จะไม่ทำสัญญา

หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา

สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้ว จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้

เว้นแต่การแก้ไขนั้นเป็นความจำเป็นและเป็นธรรมกับคู่สัญญา

หรือไม่ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเสียประโยชน์

หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย ให้คณะกรรมการตรวจรับ

หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง หรือคณะกรรมการที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้ง

เสนอมหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป

สำหรับการจัดหาที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงหรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างจะต้องได้รับการรับรองจาก

วิศวกร สถาปนิก วิศวกรผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรับผิดชอบหรือสามารถรับรอง

คุณลักษณะเฉพาะแบบและรายการของงานก่อสร้างหรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างนั้นแล้วแต่กรณีด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การบอกเลิกสัญญาและการปรับ

ในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้มหาวิทยาลัยพิจารณาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา

หรือข้อตกลงได้และจะต้องมีการปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น

หากจำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ ๑๐

ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างให้มหาวิทยาลัยพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง

เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่มหาวิทยาลัย โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

ทั้งสิ้น ให้มหาวิทยาลัยพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าที่จำเป็น

คำยินยอมเสียค่าปรับให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ กรณีที่มีการยื่นซองเสนอราคา

หรือมีการทำสัญญา หรือมีข้อตกลงเป็นหนังสือให้ยื่นหลักประกันซอง หลักประกันสัญญา

หลักประกันข้อตกลงเป็นหนังสือ หลักประกันผลงาน

ให้กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕

ของวงเงินหรือราคาพัสดุที่จัดหาครั้งนั้น

หากเกินอัตราดังกล่าวให้อธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

ในการทำสัญญาจัดหาพัสดุที่มีระยะเวลาผูกพันตามสัญญาเกิน ๑ ปี

และหรือพัสดุนั้นไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่อง เช่น พัสดุใช้สิ้นเปลือง

ให้กำหนดหลักประกันในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕

ของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปีของสัญญา

โดยให้ถือว่าหลักประกันนี้เป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา

และหากในปีต่อไปราคาพัสดุที่ส่งมอบแตกต่างไปจากราคาในรอบปีก่อนให้ปรับปรุงหลักประกันตามอัตราส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นเท่าที่จำเป็นก่อนครบรอบปี

การกำหนดหลักประกันตามวรรคหนึ่ง

และวรรคสองจะต้องระบุไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา ประกวดราคา

หรือเอกสารคัดเลือก และหรือในสัญญาด้วย

ในการทำสัญญาเพิ่มเติม หากหลักประกันที่มีอยู่เดิมไม่เหมาะสมเพราะเปลี่ยนแปลงเพิ่มเนื้องานให้เพิ่มหลักประกันสัญญาได้เท่าที่จำเป็น

ในกรณีที่ผู้เสนอราคา

หรือคู่สัญญาวางหลักประกันที่มีมูลค่าสูงกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบเอกสารสอบราคาหรือเอกสารประกวดราคาหรือเอกสารคัดเลือกหรือสัญญาให้อนุโลมรับได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ หลักประกันซอง

หลักประกันสัญญา หลักประกันข้อตกลงเป็นหนังสือ

หลักประกันผลงานและหรือหลักประกันการรับเงินล่วงหน้า ให้ใช้หลักประกัน

อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด

(๒) เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้น

ชำระต่อมหาวิทยาลัยหรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ

(๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

(๔) พันธบัตรรัฐบาลไทย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในกรณีที่ส่วนราชการเป็นผู้เสนอราคาหรือเป็นคู่สัญญา

ไม่ต้องวางหลักประกัน และในกรณีที่มหาวิทยาลัยเป็นคู่สัญญากับเอกชน

มหาวิทยาลัยไม่ต้องวางหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การคืนหลักประกัน

ให้มหาวิทยาลัยคืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอราคา คู่สัญญา

หรือผู้ค้ำประกันตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) หลักประกันซองให้คืนให้แก่ผู้เสนอราคาหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕

วัน นับแต่วันที่ได้พิจารณาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว

เว้นแต่ผู้เสนอราคารายที่มหาวิทยาลัยคัดเลือกไว้ไม่เกิน ๒ ราย

ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญา หรือข้อตกลงหรือผู้เสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว

(๒)

หลักประกันสัญญาและหรือหลักประกันข้อตกลงเป็นหนังสือและหรือหลักประกันผลงาน

ให้คืนให้แก่คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มหาวิทยาลัยได้รับหนังสือขอคืนหลักประกัน

ทั้งนี้

การคืนดังกล่าวจะต้องพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

(๓) หลักประกันการรับเงินล่วงหน้าให้คืนแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง

ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง

การจัดหาที่ไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่อง

ให้คืนหลักประกันสัญญาและหรือหลักประกันข้อตกลงเป็นหนังสือ

ให้แก่คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกันตามอัตราส่วนของพัสดุ

ซึ่งมหาวิทยาลัยได้รับมอบไว้แล้วตามที่คู่สัญญาร้องขอ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ค่าปรับ

การทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ สำหรับการซื้อหรือจ้างตามวิธีต่าง ๆ

ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๒๐

ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ

สำหรับการจ้างซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน

ซึ่งไม่รวมการจ้างเหมาบริการให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ

๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้น

สำหรับอัตราค่าปรับในกรณีการจ้างเหมาบริการและหรือการเช่าสังหาริมทรัพย์และหรืออสังหาริมทรัพย์

ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิการบดี

ในกรณีการจัดหาสิ่งของที่ประกอบกันเป็นชุด

ถ้าขาดส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์

แม้คู่สัญญาจะส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดตามสัญญา แต่ยังขาดส่วนประกอบบางส่วน ต่อมาได้ส่งมอบส่วนประกอบที่ยังขาดนั้นเกินกำหนดสัญญา

ให้ถือว่าไม่ได้ส่งมอบสิ่งของนั้นเลย ให้ปรับเต็มราคาของทั้งชุด

ในกรณีการจัดหาสิ่งของคิดราคารวมทั้งค่าติดตั้งหรือทดลองด้วย

ถ้าติดตั้งหรือทดลองเกินกว่ากำหนดตามสัญญาเป็นจำนวนวันเท่าใด

ให้ปรับเป็นรายวันในอัตราที่กำหนดของราคาทั้งหมด

เมื่อครบกำหนดส่งมอบพัสดุตามสัญญาหรือข้อตกลง

ให้มหาวิทยาลัยรีบแจ้งการเรียกค่าปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงจากคู่สัญญาและเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุ

ให้มหาวิทยาลัยบอกสงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับในขณะที่รับมอบพัสดุนั้นตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การงด

หรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง

ให้มหาวิทยาลัยพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงเฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของมหาวิทยาลัย

(๒) เหตุสุดวิสัย

(๓) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

(๔) กรณีที่เห็นได้ว่าค่าปรับเกินกว่าหลักประกันสัญญา

และหากจะต้องดำเนินคดีฟ้องร้องมหาวิทยาลัยจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีสูงกว่าจำนวนเงิน

ค่าปรับนั้น

(๕) กรณีที่มหาวิทยาลัยได้รับการบรรเทาความเสียหาย ทั้งนี้ ให้พิจารณาลดหรืองดค่าปรับตามพฤติการณ์ที่เหมาะสม

ในกรณีการงด หรือลดค่าปรับตาม (๔) (๕)

หากวงเงินที่ลดหรืองดค่าปรับเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน

ให้มหาวิทยาลัยระบุไว้ในสัญญา กำหนดให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าว

ให้มหาวิทยาลัยทราบภายใน ๗ วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง

หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้าง

เพื่อขอลดหรืองดค่าปรับหรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีตาม (๑)

ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือมหาวิทยาลัยทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การลงโทษผู้ทิ้งงาน

ผู้ที่เสนอราคาซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด

หรือคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้นโดยไม่มีเหตุผลอันควร

หรือพัสดุที่จัดหามีข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อสัญญา

หรือข้อตกลงหรือพัสดุ ที่จัดหาไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ครบถ้วนตามสัญญา

หรือข้อตกลงและไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องจากผู้รับจัดหาหรือคู่สัญญา

ให้รายงานสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ผู้ไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันของมหาวิทยาลัยเป็นผู้ทิ้งงานแล้วรายงานรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพร้อมเวียนแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบต่อไป

ห้ามมหาวิทยาลัยก่อนิติสัมพันธ์กับผู้ทิ้งงานที่ได้รับแจ้งเวียนชื่อ

เว้นแต่จะได้รับการเพิกถอนจากการเป็นผู้ทิ้งงานแล้ว

ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า

มีการกระทำโดยไม่สุจริตหรือมีการสมยอมกันในการเข้าเสนอราคากับมหาวิทยาลัย

ให้พิจารณาลงโทษผู้เสนอราคาที่มีการกระทำดังกล่าวเสมือนเป็นผู้ทิ้งงานและดำเนินการตามขั้นตอนในวรรคหนึ่งและวรรคสองโดยอนุโลม

การควบคุมและการจำหน่ายพัสดุ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การควบคุม

พัสดุของมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใดให้พนักงานพัสดุจัดทำทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน

เว้นแต่พัสดุที่จัดหาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริจาคให้หน่วยงานอื่น

เจ้าหน้าที่พัสดุไม่ต้องดำเนินการควบคุมตามวรรคหนึ่ง

แต่ให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกัน

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การเก็บรักษาพัสดุ

ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานพัสดุเป็นผู้รับผิดชอบ

ในการรับจ่ายพัสดุให้มีหลักฐานการรับจ่ายโดยละเอียดถูกต้องครบถ้วนตรงกัน

พัสดุคงเหลือวันใดจะต้องตรงกับยอดคงเหลือในทะเบียนวันนั้น

การเก็บรักษาต้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยปลอดภัย

และให้ครบถ้วนถูกต้องตรงตามทะเบียน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การเบิกพัสดุ

ให้ผู้บริหารที่ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายที่ต้องใช้พัสดุเป็นผู้เบิก

และให้หัวหน้าส่วนพัสดุหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายเป็นผู้สั่งจ่าย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ผู้จ่ายพัสดุต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบเบิกและเอกสารประกอบ

(ถ้ามี)

แล้วลงทะเบียนทุกครั้งที่มีการจ่ายแล้วเก็บใบเบิกจ่ายไว้เป็นหลักฐานด้วย

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การให้ยืมพัสดุ

ให้ผู้ยืมทำหลักฐานการยืมเป็นเอกสารแสดงเหตุผล

สถานที่ที่จะนำพัสดุไปใช้และกำหนดเวลาส่งคืน

(๑) กรณีการให้ยืมระหว่างหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย

ให้หัวหน้าหน่วยงานที่ครอบครองพัสดุนั้นเป็นผู้อนุมัติ

(๓) กรณีการให้ยืมระหว่างหน่วยงานหรือให้บุคคลภายนอกยืมใช้

ให้ขออนุมัติจากมหาวิทยาลัยโดยจัดทำเป็นสัญญาหรือข้อตกลง

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การคืนพัสดุ

(๑) การยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป

ผู้ยืมจะต้องนำพัสดุนั้นมาส่งคืนในสภาพที่ใช้การได้ เรียบร้อย

ในกรณีที่พัสดุที่ส่งคืนมาไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ปกติเหมือนเดิม

ผู้ยืมต้องรับผิดชอบชดใช้ตามสัญญาหรือข้อตกลงที่กำหนดไว้

(๒) การยืมพัสดุประเภทใช้สิ้นเปลือง ผู้ยืมจะต้องจัดหาพัสดุประเภท

ชนิดและปริมาณ เช่นเดียวกันส่งคืนผู้ให้ยืมภายในระยะเวลาที่ผู้ให้ยืมกำหนด

หรือคืนเป็นเงินเท่ากับมูลค่าพัสดุที่ยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การตรวจสอบพัสดุประจำปี

ก่อนสิ้นเดือนกันยายนของทุกปีให้มหาวิทยาลัยแต่งตั้งพนักงานซึ่งมิใช่พนักงานพัสดุคนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น

เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบพัสดุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมปีก่อนจนถึง ๓๐

กันยายนของปีปัจจุบัน แล้วรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ เมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติได้รับรายงานตามข้อ

๔๕ ปรากฏว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพสูญไปตามธรรมชาติ

เปลี่ยนสภาพไปตามลักษณะการใช้งานหรือไม่จำเป็นต้องใช้ในมหาวิทยาลัยต่อไป

ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการจำหน่ายได้

กรณีที่มีการสูญหายให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงไม่ต่ำกว่า

๓ คน และรายงานผลการสอบหาข้อเท็จจริงต่อผู้มีอำนาจอนุมัติภายใน ๖๐ วัน

นับแต่วันที่ประธานกรรมการทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ

ถ้ามีเหตุจำเป็นที่ทำให้การรายงานล่าช้าให้เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาขยายเวลาให้ตาม

ความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ผลจากการสอบหาข้อเท็จจริง เมื่อปรากฏตัวผู้ต้องรับผิดชอบให้ดำเนินการดังนี้

(๑) กรณีที่สามารถแก้ไขซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมได้ ให้แก้ไขซ่อมแซม

โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นของผู้ต้องรับผิดชอบ

(๒) กรณีสูญไป หรือไม่สามารถแก้ไขซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมได้

ให้ชดใช้เป็นพัสดุ ประเภท ชนิด ลักษณะ และขนาดอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน

โดยมีสภาพเทียบเท่าพัสดุ ที่ได้ชำรุดเสื่อมไป หรือสูญไป

หรือชดใช้ในมูลค่าพัสดุที่ยุติธรรม

กรณีชดใช้เป็นเงิน ถ้าผู้รับผิดไม่สามารถชดใช้ได้ภายใน ๓๐

วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้ชดใช้ ผู้รับผิดจะขอผ่อนผันให้ชำระเป็นรายเดือนได้

แต่จะต้องชดใช้ให้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน ๑ ปี

หรือภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนดโดยจะต้องทำหนังสือขออนุมัติต่อมหาวิทยาลัยก่อน

ในกรณีขอผ่อนผัน ให้ผู้รับผิดทำหนังสือรับสภาพหนี้

พร้อมทั้งเสนอหลักประกันที่เหมาะสมไว้เป็นหลักฐานด้วย

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การจำหน่ายพัสดุ

ในกรณีที่พัสดุเกิดชำรุดเสื่อมคุณภาพ

หมดความจำเป็นหรือหากใช้ปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก

ก่อนมีการตรวจสอบพัสดุประจำปีให้พนักงานพัสดุเสนอรายงานต่อมหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการจำหน่ายพัสดุและให้คณะกรรมการจำหน่ายพัสดุเสนอรายงานต่ออธิการบดีเพื่อพิจารณาสั่งให้พนักงานพัสดุดำเนินการตามวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑) ขาย ให้ดำเนินการขายโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีขายทอดตลาด

(๒) แลกเปลี่ยน

ให้ดำเนินการตามวิธีการแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

(๓) โอนและหรือบริจาคให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลที่มหาวิทยาลัยให้

ความเห็นชอบ ทั้งนี้

ให้มีหลักฐานการส่งมอบและรับมอบไว้เป็นหลักฐานต่อกันด้วย

(๔) การแปรสภาพหรือทำลาย

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เงินที่ได้จากการดำเนินการจำหน่ายพัสดุ

ให้นำส่งเป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

51 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_625e72588afcd17c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com