法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณามรรยาทช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. 2535

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน

ระเบียบคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน

ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณามรรยาทช่างรังวัดเอกชน

พ.ศ. ๒๕๓๕

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๘) มาตรา ๑๔ และมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน

พ.ศ. ๒๕๓๕ คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน

ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณามรรยาทช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เพื่อให้ได้ความจริงและยุติธรรม การสอบสวนพิจารณาช่างรังวัดเอกชนซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมรรยาทช่างรังวัดเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยช่างรังวัดเอกชน

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนแล้ว

ให้เลขานุการคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนส่งเรื่องที่กล่าวหาให้ประธานคณะอนุกรรมการและอนุกรรมการเพื่อดำเนินการสอบสวนโดยเร็ว

และแจ้งให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนพร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาที่จะทำการสอบสวนนั้น

โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับโดยส่งไปยังสำนักงานที่ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาสังกัดอยู่

หรือภูมิลำเนาของช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหา

ตามที่ปรากฏในทะเบียนช่างรังวัดเอกชน

ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาทราบได้

หรือช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมรับทราบคำสั่ง

ให้ปิดสำเนาคำสั่งพร้อมทั้งสำเนาคำแจ้งข้อกล่าวหาไว้ ณ สำนักงานที่ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาสังกัดอยู่

และมีหนังสือแจ้งพร้อมกับส่งสำเนาคำสั่งและสำเนาคำแจ้งข้อกล่าวหาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหา

ณ ภูมิลำเนาของช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการ ในกรณีเช่นนี้เมื่อพ้นกำหนดสิบวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าวให้ถือว่าช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนและข้อกล่าวหาแล้ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาอาจคัดค้านการแต่งตั้งอนุกรรมการผู้ใดในคณะอนุกรรมการสอบสวน

ซึ่งมีเหตุอันจะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงและไม่ยุติธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นผู้ได้รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะกระทำผิดมรรยาทช่างรังวัดเอกชนตามเรื่องที่กล่าวหา

(๒) เป็นผู้มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องที่สอบสวน

(๓) เป็นผู้มีเหตุโกรธเคืองกับช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหา

(๔) เป็นคู่สมรสหรือญาติโดยเกี่ยวข้องเป็นบุพการี

หรือผู้สืบสันดาน หรือพี่น้องร่วมบิดาและมารดา

หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดากับผู้กล่าวหา

ให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาทำเป็นหนังสือคัดค้านต่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน

หรือนับแต่วันทราบเหตุแห่งการคัดค้าน

โดยแสดงเหตุผลที่คัดค้านนั้นด้วยว่าจะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงและไม่ยุติธรรม

เมื่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนพิจารณาเห็นว่าการคัดค้านนั้นมีเหตุผลฟังได้

ให้สั่งเปลี่ยนแปลงอนุกรรมการตามที่ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาร้องขอ

แต่ถ้าคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนเห็นว่าการคัดค้านนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟังได้

หรือเห็นว่าแม้จะให้อนุกรรมการผู้ถูกคัดค้านนั้นร่วมสอบสวนก็ไม่ทำให้เสียความเป็นธรรมแต่อย่างใด

คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนจะสั่งยกคำคัดค้านนั้นเสียก็ได้ โดยให้บันทึกเหตุผลนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนขึ้นแล้ว

หากคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนเห็นว่ามีเหตุอันสมควรหรือจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนตัวประธานคณะอนุกรรมการ

อนุกรรมการ เลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการคนใด หรือเปลี่ยนคณะอนุกรรมการสอบสวนทั้งคณะ

หรือตั้งอนุกรรมการเพิ่มขึ้นหรือลดลง แล้วแต่กรณี

ให้คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงคณะอนุกรรมการสอบสวนและแจ้งให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาทราบตามวิธีการในข้อ

๔ ด้วย

การเปลี่ยนแปลงคณะอนุกรรมการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง

ไม่กระทบกระเทือนการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปก่อนแล้ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อประธานคณะอนุกรรมการได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งแล้ว

ให้บันทึกวัน เดือน ปี ที่ได้รับทราบคำสั่งนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนแล้วรีบทำการสอบสวนให้เสร็จภายในหกสิบวัน

ถ้ามีเหตุจำเป็นทำให้การสอบสวนเสร็จไม่ทันกำหนดก็ให้เสนอคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนเพื่อขอขยายระยะเวลาการสอบสวน

พร้อมทั้งรายงานเหตุที่ทำให้การสอบสวนไม่แล้วเสร็จโดยให้เสนอก่อนวันครบกำหนดเวลา

และให้คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนสั่งขยายการสอบสวนได้ตามความจำเป็น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ถ้าปรากฏจากการสอบสวนว่าช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิม

ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนในเรื่องดังกล่าวด้วย ทั้งนี้

ต้องแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องอื่นนั้นให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาทราบเพื่อแก้ข้อกล่าวหานั้นด้วย

แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมให้ประธานคณะอนุกรรมการรายงานต่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน

เพื่อให้คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการใหม่สอบสวนในเรื่องนั้น

ๆ แล้วแต่กรณีไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่การสอบสวนมีมูลพาดพิงถึงช่างรังวัดเอกชนผู้อื่นที่มิได้ระบุตัวเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนนั้น

ว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำผิดฝ่าฝืนบทบัญญัติมรรยาทช่างรังวัดเอกชน

ให้ประธานคณะอนุกรรมการรีบรายงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนเพื่อพิจารณาต่อไป

เมื่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนพิจารณาแล้วเห็นว่าช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาเข้าข่ายมีส่วนร่วมกระทำผิดฝ่าฝืนตามวรรคแรก

ให้คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนขึ้นใหม่

โดยใช้พยานหลักฐานที่คณะอนุกรรมการสอบสวนชุดเดิมดำเนินการสอบสวนมาแล้วนั้นประกอบการพิจารณาความผิดของผู้มีส่วนร่วมกระทำความผิดนั้นได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการสอบสวนช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหา

ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนแจ้งกำหนด วัน เวลา และสถานที่ทำการสอบสวนที่จะให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหามาให้ถ้อยคำทราบด้วยในวันสอบสวนดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเท่าที่ปรากฏให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาทราบ

และให้โอกาสแก่ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาที่จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาอันสมควร

ในการแก้ข้อกล่าวหาทำได้โดยการให้ถ้อยคำ หรือทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อแก้ข้อกล่าวหา

ตลอดจนนำพยานหลักฐานมาสืบแก้ข้อกล่าวหาได้

ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาจะนำพยานหลักฐานมาเองหรือจะขอให้คณะอนุกรรมการสอบสวนเรียกพยานหลักฐานนั้นมาก็ได้

คณะอนุกรรมการสอบสวนมีอำนาจให้ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ถ้าช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาไม่มาพบคณะอนุกรรมการสอบสวน

หรือไม่ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนกำหนดไว้

ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนไปโดยไม่ต้องสอบสวนตัวช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหา

แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การสอบสวนช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหา

ผู้กล่าวหาหรือพยาน ให้บันทึกถ้อยคำเป็นหนังสือแล้วอ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง

เมื่อรับว่าถูกต้องแล้วให้ลงลายมือชื่อไว้และให้คณะอนุกรรมการสอบสวนที่สอบสวนทุกคนลงลายมือชื่อกำกับด้วย

ถ้าผู้ให้ถ้อยคำไม่สามารถหรือไม่ยอมลงลายมือชื่อก็ให้บันทึกเหตุนั้นไว้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการสอบสวนช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาและพยาน

ห้ามมิให้คณะอนุกรรมการทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการล่อลวง ขู่เข็ญ

หรือให้สัญญาเพื่อจูงใจให้บุคคลนั้นให้ถ้อยคำ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่การสอบสวนของคณะอนุกรรมการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ

ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาซึ่งได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไว้แล้ว มีความประสงค์จะขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อคณะอนุกรรมการสอบสวนอีกก็ได้

โดยให้คณะอนุกรรมการสอบสวนรับไว้ประกอบการพิจารณาต่อไป

หากการสอบสวนของคณะอนุกรรมการสอบสวนเสร็จแล้วและยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน

ช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาจะยื่นคำชี้แจงเพิ่มเติมเป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกกล่าวหาต่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนก็ได้

และถ้าช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหายื่นคำชี้แจงเพิ่มเติม

ให้คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนรับคำชี้แจงดังกล่าวเข้าสำนวนไว้ประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการสอบสวนทุกครั้ง นอกจากผู้ถูกสอบสวน

ห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าฟังการสอบสวน เว้นแต่ประธานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน

หรือบุคคลที่คณะอนุกรรมการสอบสวน อนุญาตให้อยู่ในที่สอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในการสอบสวนพยาน

ถ้าพยานไม่มาหรือไม่ให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการสอบสวน หรือคณะอนุกรรมการสอบสวนเรียกพยานไม่ได้ภายในกำหนดเวลาอันสมควร

คณะอนุกรรมการสอบสวนจะไม่สอบสวนพยานนั้นก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวน

ทั้งนี้ เว้นแต่คณะอนุกรรมการสอบสวนเห็นว่ามีเหตุสมควรที่พยานไม่สามารถมาได้ตามกำหนด

หรือได้ตัวพยานมาให้ถ้อยคำก่อนการสอบสวนพยานจะสิ้นสุดลง

ก็อาจสอบสวนพยานนั้นได้ตามควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการสอบสวนพยาน

ถ้าคณะอนุกรรมการสอบสวนเห็นว่าการสอบสวนพยานนั้นจะทำให้การสอบสวนล่าช้าโดยไม่จำเป็นหรือมิใช่ประเด็นสำคัญ

คณะอนุกรรมการสอบสวนจะงดการสอบสวนพยานนั้นก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่สามารถจะทำได้

เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา

ในกรณีที่มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด

ชี้ขาดเกี่ยวกับกรณีช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาคนใด ถ้าคณะอนุกรรมการสอบสวนเห็นว่า

ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว

คณะอนุกรรมการสอบสวนจะฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษานั้น โดยจะไม่สอบสวนช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาและพยานก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การนำเอกสารหรือวัตถุมาใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวน

ให้อนุกรรมการสอบสวนคนใดคนหนึ่งทำบันทึกไว้ด้วยว่าได้มาอย่างไร จากผู้ใด

และเมื่อใด

เอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนให้ใช้ต้นฉบับที่แท้จริง

ในกรณีที่ไม่อาจเก็บต้นฉบับไว้ได้จะใช้สำเนาที่ประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการ

เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบคนใดคนหนึ่งรับรองว่าเป็นสำเนาที่ถูกต้องกับต้นฉบับที่แท้จริงก็ได้

ถ้าหาต้นฉบับเอกสารไม่ได้เพราะสูญหายหรือถูกทำลาย

หรือโดยเหตุประการอื่น จะให้นำสำเนาหรือพยานบุคคลมาให้ถ้อยคำก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการสอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับมรรยาทช่างรังวัดเอกชน

ผู้กล่าวหาและช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิแต่งตั้งทนายความเข้าแก้ต่างข้อกล่าวหา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อการสอบสวนเสร็จแล้ว

ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำรายงานการสอบสวนสรุปข้อเท็จจริง

พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่าช่างรังวัดเอกชนผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดมรรยาทช่างรังวัดเอกชนตามข้อกล่าวหาหรือไม่

ในกรณีที่เห็นว่ามีความผิดควรลงโทษสถานใด เสนอต่อประธานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนพร้อมทั้งสำนวนการสอบสวน

ถ้าอนุกรรมการผู้ใดมีความเห็นแย้งจะทำความเห็นแย้งไว้ในสำนวนการสอบสวนก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การสอบสวนส่วนใดที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อบังคับนี้

ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและไม่ทำให้สำนวนการสอบสวนทั้งหมดเสียไป ในกรณีเช่นนี้คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนจะสั่งให้ดำเนินการเสียใหม่เฉพาะส่วนที่ไม่ถูกต้องนั้นก็ได้

แต่ถ้าการสอบสวนส่วนนั้นเป็นสาระสำคัญคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนจะให้ดำเนินการสอบสวนใหม่เฉพาะส่วนนั้นหรือทั้งหมดก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ นอกจากที่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยช่างรังวัดเอกชน

และในระเบียบนี้แล้ว

ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการดำเนินการสอบสวนพิจารณาโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงตามกฎ ก.พ.

ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้กับการสอบสวนมรรยาทช่างรังวัดเอกชน

โดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดต่อบทบัญญัติและวัตถุประสงค์ของการสอบสวนพิจารณามรรยาทช่างรังวัดเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยช่างรังวัดเอกชน

และระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้อธิบดีกรมที่ดินรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

ผัน จันทรปาน

อธิบดีกรมที่ดิน

ประธานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน

กฤษดายุทธ/ผู้จัดทำ

๒๔ เมษายน ๒๕๕๖

วิชพงษ์/ผู้ตรวจ

๒๙ เมษายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๐/หน้า ๗/๒๙ ตุลาคม ๒๕๓๕

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณามรรยาทช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. 2535 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_62922518d0e0b5b2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com