法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ ขส. 1/2556 เรื่อง โครงสร้างองค์กร และอำนาจหน้าที่ขององค์กร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ ขส. ๑/๒๕๕๖

เรื่อง

โครงสร้างองค์กร และอำนาจหน้าที่ขององค์กร[๑]

ตามที่สำนักงานได้มีประกาศที่ ขส. ๘/๒๕๕๕ เรื่อง โครงสร้างองค์กร

และอำนาจหน้าที่ขององค์กร ลงวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

ก.ล.ต. อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน โครงสร้างการแบ่งส่วนงานภายในสำนักงาน

หน้าที่ของแต่ละส่วนงาน และสถานที่ติดต่อของสำนักงาน มาเพื่อทราบโดยทั่วกันแล้ว

นั้น

โดยที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้อนุมัติให้ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับภารกิจต่าง

ๆ ของสำนักงาน โดยเพิ่มส่วนงานระดับศูนย์อีก ๓ ศูนย์ เปลี่ยนชื่อบางส่วนงาน

และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของส่วนงานต่าง ๆ ของสำนักงาน

เพื่อให้การบริหารจัดการสำนักงานเป็นไปโดยสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของสำนักงาน

สำนักงานจึงขอแจ้งข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับโครงสร้างการแบ่งส่วนงานขององค์กรและอำนาจหน้าที่ของส่วนงานภายในสำนักงานมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

โดยขอยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ ขส.

๘/๒๕๕๕ เรื่อง โครงสร้างองค์กรและอำนาจหน้าที่ขององค์กร ลงวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

และให้ใช้ประกาศนี้แทน ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

โดยที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕

บัญญัติให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน”)

และกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“คณะกรรมการ

ก.ล.ต.”) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนของประเทศ

และต่อมาพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕

มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๕๑ กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ คณะกรรมการ ก.ล.ต.

ประกอบด้วยประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี

ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยผ่านการคัดเลือกตามที่กำหนดในมาตรา

๓๑/๗ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๕๑ จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เป็นกรรมการ โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย

ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านบัญชี และด้านการเงิน ด้านละหนึ่งคน และให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและพัฒนา

ตลอดจนกำกับดูแลในเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์

ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์

การออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ

และการป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

อำนาจดังกล่าวรวมถึง

(๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง

หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕

(๒) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับคำขออนุญาต คำขอรับใบอนุญาต

ใบอนุญาตหรือการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต

(๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ

(๔) ออกระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน

ระบบพนักงานสัมพันธ์การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน

และวินัยพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน การกำหนดเงินเดือนและเงินอื่น ๆ

รวมตลอดถึงการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ

(๕)

กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการใช้บังคับพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ. ๒๕๓๕

(๖)

ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ. ๒๕๓๕

นอกจากนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต.

ยังมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

พ.ศ. ๒๕๔๐ พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖

และพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้

อำนาจหน้าที่ตามพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

พ.ศ. ๒๕๔๐

(๑) กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

(๒) กำกับดูแลให้นิติบุคคลเฉพาะกิจปฏิบัติตามพระราชกำหนดดังกล่าว

(๓)

กำหนดประเภทของสินทรัพย์และหลักทรัพย์ที่อนุญาตให้ทำการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

(๔) ออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชกำหนดดังกล่าว

(๕) กำหนดค่าธรรมเนียมในการดำเนินการต่าง ๆ ตามพระราชกำหนดดังกล่าว

(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือที่ปรึกษาเพื่อปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ

ก.ล.ต. มอบหมาย

(๗)

วางระเบียบเกี่ยวกับการประชุมและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ

(๘)

ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชกำหนดดังกล่าว

อำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖

คณะกรรมการ ก.ล.ต.

มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนา

ตลอดจนกำกับดูแลในเรื่องสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ศูนย์ซื้อขายสัญญา ซื้อขายล่วงหน้า สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

สมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

และการป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

อำนาจหน้าที่ดังกล่าวรวมถึง

(๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง

หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

(๒) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการขออนุญาต การขอจดทะเบียน การขอความเห็นชอบ

การออกใบอนุญาต การรับจดทะเบียน การให้ความเห็นชอบ

หรือการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต ที่ได้จดทะเบียน

หรือที่ได้รับความเห็นชอบ

(๓)

กำหนดขอบเขตและวิธีปฏิบัติในการปฏิบัติหน้าที่ของอนุกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

(๔)

กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการใช้บังคับพระราชบัญญัติดังกล่าว

อำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. ๒๕๕๐

คณะกรรมการ ก.ล.ต.

มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนา ตลอดจนกำกับดูแลทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน

อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง

(๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง

หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

(๒) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการขออนุญาต การอนุญาต

หรือการประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

(๓) กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการใช้บังคับพระราชบัญญัติดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกอบด้วยเลขาธิการเป็นประธานกรรมการ

รองเลขาธิการซึ่งเลขาธิการมอบหมายหนึ่งคน

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังหรือรองผู้อำนวยการที่ได้รับมอบหมายหนึ่งคน

และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยผ่านการคัดเลือกตามที่กำหนดในมาตรา

๓๑/๗ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๕๑ อีกไม่เกินสี่คนเป็นกรรมการ

ทั้งนี้

ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยสองคนต้องมีประสบการณ์ในการบริหารกิจการบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

หรือบริษัทหลักทรัพย์

ให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ. ๒๕๓๕ และกฎหมายอื่น โดยต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.

อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนให้รวมถึง

(๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดในเรื่องการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์

การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สำนักหักบัญชี

นายทะเบียนหลักทรัพย์ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์

และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ

(๒) รายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

(๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.

หรือเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

สำนักงานมีเลขาธิการเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินกิจการทั้งปวงของสำนักงาน ทั้งนี้

ในการดำเนินการดังกล่าวเลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.

สำนักงานมีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการใด ๆ

เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต.

และปฏิบัติงานอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.

๒๕๓๕ พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖

และพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. ๒๕๕๐ หรือตามกฎหมายอื่น

อำนาจและหน้าที่ของสำนักงานดังกล่าวรวมถึงกรณีดังต่อไปนี้

ซึ่งเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน

(๑) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง

ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ

รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ

เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้

(๒) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินและลงทุนหาผลประโยชน์

(๓) กำหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน

และการยื่นคำขอต่าง ๆ

(๔) รับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงานกำหนด

และโดยที่สำนักงานได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามประกาศกระทรวงการคลัง

ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

ให้เป็นนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นต้นมา

สำนักงานจึงมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับและควบคุมโดยทั่วไปเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ตั้งแต่วันที่ ๑

มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไป โครงสร้างการดำเนินงานของสำนักงาน โดยอนุมัติของคณะกรรมการ

ก.ล.ต. แบ่งออกเป็นส่วนงานต่าง ๆ ดังนี้

(๑) ฝ่ายกฎหมายและพัฒนา

(๒) ฝ่ายกำกับตลาด

(๓) ฝ่ายกำกับบัญชีตลาดทุน

(๔) ฝ่ายกำกับและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์

(๕) ฝ่ายคดี

(๖) ฝ่ายงานเลขาธิการ

(๗) ฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์ - ตราสารทุน

(๘) ฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์ - ตราสารหนี้และตราสารอื่น

(๙) ฝ่ายตรวจสอบกิจการภายใน

(๑๐) ฝ่ายตรวจสอบตลาดทุน

(๑๑) ฝ่ายตรวจสอบธุรกิจหลักทรัพย์

(๑๒) ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

(๑๓) ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

(๑๔) ฝ่ายบริหารทั่วไป

(๑๕) ฝ่ายใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์

(๑๖) ฝ่ายพัฒนากฎเกณฑ์

(๑๗) ฝ่ายพัฒนาบริษัท

(๑๘) ฝ่ายยุทธศาสตร์และวางแผน

(๑๙) ฝ่ายวิจัย

(๒๐) ฝ่ายส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน

(๒๑) ฝ่ายส่งเสริมความสัมพันธ์องค์กร

(๒๒) ศูนย์คดีปกครอง

(๒๓) ศูนย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

(๒๔) ศูนย์บริหารความเสี่ยงองค์กร

(๒๕) ศูนย์ส่งเสริมการระดมทุน

(๒๖) ศูนย์ส่งเสริมบรรษัทภิบาล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ฝ่ายกฎหมายและพัฒนา มีหน้าที่

(๑) ศึกษา พัฒนา ยกร่าง และแก้ไขกฎหมาย (legal reform)

(๒) เสนอข้อเท็จจริงและปฏิบัติงานในฐานะเลขานุการของคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมาย

(๓) ให้คำปรึกษาและความเห็นทางกฎหมาย (legal counselling)

(๔) ยกร่างข้อบังคับ คำสั่ง และสัญญาต่าง ๆ

ทั้งที่ใช้กับงานภายในของสำนักงาน กรรมการ และพนักงานของสำนักงาน

(๕) ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ฝ่ายกำกับตลาด

มีหน้าที่

(๑) พัฒนาและกำกับดูแลองค์กรต่าง ๆ

ในตลาดทุนให้ได้มาตรฐานและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เช่น ตลาดหลักทรัพย์

ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ระบบการซื้อขายทางเลือก

(alternative trading system)

สำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

นายทะเบียนหลักทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating agency) เป็นต้น ซึ่งรวมถึงการให้ความเห็นชอบกฎเกณฑ์

การพิจารณาเรื่องร้องเรียน และการตรวจสอบ (inspection)

(๒) ติดตามสภาพการซื้อขายในตลาดต่าง ๆ ในภาพรวม (market surveillance)

(๓)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ฝ่ายกำกับบัญชีตลาดทุน มีหน้าที่

(๑) พัฒนาด้านการบัญชีที่เกี่ยวกับตลาดทุน

(๒) ให้ความเห็นชอบและกำกับดูแลผู้สอบบัญชี

ตั้งแต่การวางกฎเกณฑ์กำกับดูแลการติดตาม การพิจารณาเรื่องร้องเรียน

และการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง

(๓) ตรวจทานการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ในกรณีต่าง

ๆ เช่น การพิจารณาคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์

การสุ่มตรวจทานงบการเงินรายไตรมาสและรายปี

การพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับงบการเงิน เป็นต้น

(๔) ให้คำปรึกษาและความเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการบัญชีและการสอบบัญชี

(๕) ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ฝ่ายกำกับและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์ มีหน้าที่

(๑)

พัฒนาและกำกับดูแลการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกประเภท

ซึ่งรวมถึงธุรกิจจัดการกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน

ธุรกิจค้าและจัดจำหน่ายตราสารหนี้ ธุรกิจนายหน้า ค้า และจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน (LBDU)

และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(เช่น ผู้ดูแลผลประโยชน์ผู้รับฝากหลักทรัพย์ บริษัทจัดอันดับกองทุนรวม นายทะเบียนหลักทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นบริษัทในกลุ่มของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

และบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (TSFC) เป็นต้น)

รวมถึงประสานงานและกำกับดูแลการทำหน้าที่ของสมาคมหรือองค์กรกำกับดูแลตนเอง

(๒) ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ฝ่ายคดี

มีหน้าที่

(๑)

พิจารณาการดำเนินการลงโทษทางปกครองกับนิติบุคคลและผู้ประกอบวิชาชีพที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลต่าง

ๆ รวมทั้งผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับเรื่องมาจากส่วนงานต้นเรื่อง

(๒) เสนอข้อเท็จจริงและปฏิบัติงานในฐานะเลขานุการของ

๑. คณะกรรมการเปรียบเทียบ

๒. คณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครอง

ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖

และพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. ๒๕๕๐

(๓) ประสานงานและติดตามคดีที่อยู่ในกระบวนการดำเนินคดีอาญา

(๔)

เป็นผู้แทนหรือให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและคดีในกรณีที่มีผู้ยื่นฟ้องคดีแพ่งหรืออาญาต่อสำนักงาน

กรรมการ และพนักงานของสำนักงาน ในคดีที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่

(๕)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ฝ่ายงานเลขาธิการ มีหน้าที่

(๑) ปฏิบัติงานด้านเลขานุการและธุรการของคณะกรรมการ ก.ล.ต.

คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และผู้บริหารระดับสูง รวมถึงการกลั่นกรองงาน

(๒) ติดตามข้อมูลข่าวสาร กำหนดท่าที กลยุทธ์ ดำเนินการสื่อสาร

และให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารระดับสูงในประเด็นที่เป็นข่าว (issue/crisis management) รวมถึงการจัดเตรียมร่างแถลงข่าว

และงานสื่อมวลชนสัมพันธ์

(๓)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์ - ตราสารทุน มีหน้าที่

(๑) ส่งเสริมและพัฒนาการระดมทุนแบบมีกลยุทธ์

รวมถึงการส่งเสริมกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ (strategic sectors) และนิติบุคคลร่วมลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น

private equity และ venture capital fund เป็นต้น

(๒) วางหลักเกณฑ์และพิจารณาคำขออนุญาตเกี่ยวกับ

๑. ตราสารทุนและตราสารที่คล้ายทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น

และตราสารกึ่งทุน

๒. ตราสารการเงินเพื่อการลงทุนใน real assets เช่น property fund/REITs

และกองทุนรวมสาธารณูปโภค (infrastructure fund) เป็นต้น

(๓) ให้ความเห็นชอบ วางหลักเกณฑ์ในการทำหน้าที่ พิจารณาเรื่องร้องเรียน

รวบรวมข้อมูล

กรณีที่สงสัยว่าอาจมีการกระทำหน้าที่บกพร่องของที่ปรึกษาทางการเงินและผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน

โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์

(๔) ขึ้นทะเบียนรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

(๕) ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์ - ตราสารหนี้และตราสารอื่น มีหน้าที่

(๑) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการออกตราสารประเภทใหม่ ๆ ในเชิงรุก

(๒) วางหลักเกณฑ์และพิจารณาคำขออนุญาตเกี่ยวกับ

๑. การเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้และตราสารที่มีอนุพันธ์แฝง

๒. การอนุมัติจัดตั้งและแก้ไขโครงการจัดการกองทุนรวม

รวมทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการในการจัดตั้งกองทุน

รวมทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับการลงทุน

๓. การออกตราสารประเภทอื่น ๆ เช่น structured products

(๓)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ฝ่ายตรวจสอบกิจการภายใน มีหน้าที่

(๑) ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานภายใน

๑. เป็นไปตามขั้นตอนและวิธีปฏิบัติที่กำหนด

๒. มีระบบการควบคุมภายในที่รัดกุม

๓. ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน

๔. เป็นไปตามแนวทางการเสริมสร้างบรรษัทภิบาลที่ดี

(๒)

เสนอข้อเท็จจริงและปฏิบัติงานในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการตรวจสอบ

(๓) ให้คำปรึกษาและความเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในที่ดี

(๔) ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ฝ่ายตรวจสอบตลาดทุน มีหน้าที่

(๑)

ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำที่ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขาย

และการกระทำความผิดในมาตราที่สำคัญอื่น

(๒) ติดตามข่าวสารและพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขาย

(๓) ประสานงานและสนับสนุนด้านข้อมูลกับฝ่ายคดี พนักงานสอบสวน

และพนักงานอัยการ

(๔)

จัดการระบบฐานข้อมูลลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์

(๕) ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ฝ่ายตรวจสอบธุรกิจหลักทรัพย์ มีหน้าที่

(๑) ติดตาม ตรวจสอบ

และพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกประเภท

และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

เช่น

นายทะเบียนหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นบริษัทในกลุ่มของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

ผู้ดูแลผลประโยชน์ ผู้รับฝากทรัพย์สิน และบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (TSFC) เป็นต้น

(๒) พิจารณาเรื่องร้องเรียน และรวบรวมข้อมูลกรณีที่สงสัยว่า

บริษัทผู้ประกอบธุรกิจผู้บริหาร และผู้จัดการกองทุน ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง

(๓)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

มีหน้าที่

(๑)

ศึกษาและติดตามเทคนิคการบริหารจัดการเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านพนักงานใหม่ ๆ

เพื่อนำมาปรับใช้ในงานสำนักงาน

(๒) รับผิดชอบงานด้านบริหารบุคคลของสำนักงาน (human resource management)

ซึ่งรวมถึงการจัดโครงสร้างองค์กร จัดทำแผนอัตรากำลัง การสรรหาพนักงาน การประเมินผล

และการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ

(๓) รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาพนักงาน (human resource development)

รวมถึงการพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหาร การฝึกอบรม การพัฒนาสายงานอาชีพ

การพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพ และการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้

(๔)

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานรวมถึงการสื่อสารและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้เป็นองค์กรน่าทำงาน

(happy workplace)

(๕)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

มีหน้าที่

(๑) ติดตามและนำเสนอการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้าน ICT ทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบ ICT

ได้ถูกนำมาใช้ในงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(๒) บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารการจัดการเครือข่ายข้อมูล

และความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ

(๓) วิเคราะห์ จัดหา และออกแบบระบบงานเพื่อการใช้งานภายใน

(๔) บริหารจัดการระบบสารสนเทศกลาง

(๕) ให้คำปรึกษาและความเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับ ICT

(๖)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ฝ่ายบริหารทั่วไป มีหน้าที่

(๑) บริหารงานพัสดุและธุรการทั่วไป

(๒) รับผิดชอบงานการลงทุน การเงิน การบัญชี

และการงบประมาณของสำนักงาน

(๓) รักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับบุคคล ข้อมูล ข่าวสาร

และทรัพย์สินของสำนักงาน รวมถึงการตรวจสอบประวัติบุคลากร

(๔) รับผิดชอบงานดูแลรักษาอาคารสถานที่ทำงาน

(๕)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ฝ่ายใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์ มีหน้าที่

(๑) ให้ใบอนุญาต/รับขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกประเภท

รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทั้งหมด

เช่น

นายทะเบียนหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นบริษัทในกลุ่มของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

ผู้ดูแลผลประโยชน์ ผู้รับฝากทรัพย์สิน เป็นต้น รวมถึงพิจารณาอนุญาตให้เริ่มประกอบธุรกิจ

(activation)

(๒)

ให้ความเห็นชอบบุคลากรที่ปฏิบัติงานในธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกประเภท

เช่น ผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้บริหาร ผู้ขายตราสาร ผู้จัดการกองทุน เป็นต้น

(๓) พิจารณาเรื่องร้องเรียนและรวบรวมข้อมูลกรณีที่สงสัยว่าผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนมีการกระทำความผิด

รวมถึงการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต

(๔)

ดำเนินการในฐานะนายทะเบียนภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐

รวมทั้งการตอบข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

การเผยแพร่ความรู้ในเรื่องบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

และการให้สมาชิกกองทุนตระหนักถึงการรักษาและปกป้องสิทธิประโยชน์

(๕)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ฝ่ายพัฒนากฎเกณฑ์ มีหน้าที่

(๑) ยกร่างและปรับปรุงประกาศที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลภาคธุรกิจ

(๒)

ส่งเสริมให้ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลภาคธุรกิจอ่านเข้าใจได้ง่าย เช่น

การจัดทำคู่มือฉบับประชาชน เป็นต้น

(๓) ให้คำปรึกษาและความเห็นต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลภาคธุรกิจ

(๔) ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ฝ่ายพัฒนาบริษัท

มีหน้าที่

(๑) ส่งเสริมและพัฒนาภาคธุรกิจในการปรับตัวเพื่อให้แข่งขันได้ เช่น

การควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้าง การซื้อกิจการโดยการใช้หนี้หรือเงินกู้ (leverage buy out) เป็นต้น

โดยครอบคลุมทั้งบริษัทจดทะเบียน และบริษัทที่ยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนด้วย

(๒) กำกับดูแลการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ซึ่งรวมถึง

การวางหลักเกณฑ์กำกับดูแล การพิจารณาคำขอ/ผ่อนผัน และการเปิดเผยข้อมูล

รวมทั้งการกำกับดูแลการทำหน้าที่ของที่ปรึกษาการเงินที่เกี่ยวข้อง

(๓) ติดตามการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน

การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

(๔) พัฒนาระบบและสอบทานการเปิดเผยข้อมูล

ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หลังการเสนอขายหลักทรัพย์

(๕) พิจารณาเรื่องร้องเรียน และกรณีที่สงสัยว่าอาจมีการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับ

(๒) - (๔)

รวมทั้งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องของที่ปรึกษาการเงิน

และผู้ประเมินราคาทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว

(๖)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ฝ่ายยุทธศาสตร์และวางแผน มีหน้าที่

(๑) ศึกษา กำหนดท่าที นโยบาย และยุทธศาสตร์ของตลาดทุนไทย

ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลและตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

รวมถึงนโยบายและยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ สินค้าในตลาดทุน

และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

(๒) กำหนดท่าที นโยบาย

และยุทธศาสตร์เกี่ยวกับบทบาทในการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ล.ต.

ในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน

(๓) จัดทำแผนกลยุทธ์ของสำนักงาน

(๔) ผลักดันและบริหารให้มีการดำเนินการตามท่าที นโยบาย ยุทธศาสตร์

และแผนกลยุทธ์ที่กำหนดตาม (๑) (๒) และ (๓)

(๕)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ฝ่ายวิจัย

มีหน้าที่

(๑) ผลิตงานวิจัยเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในด้านพัฒนาการต่าง

ๆ ของตลาดทุนไทย รวมถึงโอกาสและปัจจัยเสี่ยงที่กระทบต่อตลาดทุนไทยทั้งในและต่างประเทศ

ที่อาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน

พร้อมทั้งเสนอแนะแนวนโยบายในการบริหารจัดการที่เหมาะสมต่อผู้บริหารสำนักงาน

(๒) ดำเนินการวิจัยตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารของฝ่ายงานต่าง

ๆ ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๓) พัฒนาศูนย์ข้อมูลโครงสร้างตลาดทุน

เพื่อใช้ประกอบการทำงานวิจัยและการตัดสินใจของผู้บริหารสำนักงานในการกำหนดนโยบายด้านต่าง

(๔) จัดให้มีการประชุมเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยเชิงนโยบายเป็นประจำต่อผู้บริหารสำนักงาน

(๕) ให้การสนับสนุนด้าน technical แก่ฝ่ายงานต่าง

ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับตราสารทุน ตราสารหนี้ และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(๖)

ให้ความรู้แก่พนักงานของสำนักงานและบุคคลภายนอกเกี่ยวกับตลาดทุนด้วยการเขียนบทความเผยแพร่

ให้คำแนะนำ รวมทั้งเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไป

(๗)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ฝ่ายส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน มีหน้าที่

(๑) ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และตลาดทุน

ให้แก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไป

(๒)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ฝ่ายส่งเสริมความสัมพันธ์องค์กร มีหน้าที่

(๑)

กำหนดกลยุทธ์และดำเนินการบริหารจัดการภาพลักษณ์ขององค์กรและการสื่อสารทั้งภายในและภายนอก

รวมถึงการสร้างกลยุทธ์แบรนด์องค์กร การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกรูปแบบ

การเขียนบทความ การจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ การจัดกิจกรรม

และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders)

(๒) ศูนย์กลางในการรับเรื่องสอบถามข้อมูลทั่วไปและเรื่องร้องเรียนจากบุคคลภายนอก

(๓) บริหารจัดการเว็บไซต์ขององค์กร (webmaster)

(๔)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ศูนย์คดีปกครอง

มีหน้าที่

(๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานทางปกครองของสำนักงานและกฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้อง

(๒) พิจารณาการอุทธรณ์ในคดีปกครอง

(๓) เสนอข้อเท็จจริงและปฏิบัติงานในฐานะเลขานุการของ

๑. คณะกรรมการที่ทำหน้าที่วินิจฉัยอุทธรณ์

๒. คณะอนุญาโตตุลาการ

(๔) เป็นผู้แทนเพื่อแก้ต่างให้สำนักงาน กรรมการ ก.ล.ต.

และพนักงานของสำนักงาน

ในกรณีที่ถูกฟ้องร้องต่อศาลปกครองอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่

(๕)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ศูนย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีหน้าที่

(๑) กำหนดท่าทีและกลยุทธ์ในการสร้างความสัมพันธ์กับตลาดทุนต่างประเทศ

องค์กรกำกับดูแลต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ

ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของตลาดทุนไทย

(๒)

ดำเนินการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นไปตามท่าทีและกลยุทธ์ที่กำหนด

ทั้งในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค ระดับพหุภาคีและทวิภาคี รวมถึงบุกเบิกการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในช่วงแรกตั้งตลาดทุน

(๓) ติดตามการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานสากลสำคัญ ๆ ในตลาดทุน

เพื่อสนับสนุนฝ่ายงานต่าง ๆ ในการปรับปรุงกติกาให้ได้มาตรฐาน

(๔) เป็นศูนย์กลางของ ก.ล.ต. ในการติดต่อและประสานงานกับต่างประเทศ

(๕) สื่อสารและให้ข้อมูลแก่ฝ่ายงานต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

และภาคธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการขยายโอกาสในต่างประเทศสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์ไทย

(๖)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ศูนย์บริหารความเสี่ยงองค์กร มีหน้าที่

(๑) จัดทำกรอบนโยบายและแนวทางการบริหารความเสี่ยงในภาพรวมขององค์กร (enterprise risk management : ERM) ตามแนวทางสากล

ประกอบด้วยความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (strategic risk) และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (operational risk) โดยทำการประเมินความเสี่ยง การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

การติดตาม รายงาน และจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

(๒) จัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยงด้าน ERM ต่อผู้บริหารสำนักงานเป็นประจำ

เพื่อส่งเสริมให้การดำเนินงานของสำนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

และสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ และสร้างความมั่นใจว่าผู้บริหารสำนักงานจะได้รับทราบถึงสถานะความเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสำนักงาน

และแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านั้น

(๓) ศึกษาและพัฒนาระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อระบบตลาดทุน (systemic risk) ให้สอดคล้องกับสากล โดยมีการพัฒนา early warning indicator

เพื่อติดตามและแจ้งเตือนความเสี่ยงล่วงหน้า

ประสานงานกับสายงานหลักที่เกี่ยวข้องในการกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสมและทันการณ์

พร้อมทั้งมีการจัดทำรายงานสภาวะความเสี่ยง (systemic risk outlook report)

นำเสนอต่อผู้บริหารสำนักงานเป็นประจำ

(๔) ประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกและฝ่ายงานต่าง ๆ

ภายในสำนักงาน เพื่อผลักดันให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยง ERM และ systemic risk

ตามที่กำหนดไว้

(๕) สื่อสารและให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง ERM ให้ทั่วถึงภายในสำนักงานเพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานได้ตระหนักและมีความเข้าใจตรงกันถึงวัตถุประสงค์และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของสำนักงาน

(๖) พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ เพื่อรองรับงานบริหารความเสี่ยง ERM และ systemic risk

(๗) ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ศูนย์ส่งเสริมการระดมทุน มีหน้าที่

(๑) ส่งเสริม พัฒนา และให้ความรู้เกี่ยวกับแหล่งเงินทุนและการระดมทุน

(๒)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ศูนย์ส่งเสริมบรรษัทภิบาล

มีหน้าที่

(๑) กำหนดแนวทางการเสริมสร้างบรรษัทภิบาลที่ดี (CG) การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

สำหรับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น

(๒) กำหนดแนวทางเพื่อเสริมสร้างการมีบรรษัทภิบาลที่ดีในสำนักงาน (CG) รวมถึงสนับสนุนแนวทางการปฏิบัติงานที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

(๓)

ปฏิบัติงานและ/หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ที่ทำการของสำนักงานตั้งอยู่ที่ชั้น ๑๐ และชั้น ๑๓-๑๖ อาคารจีพีเอฟ วิทยุ

เลขที่ ๙๓/๑ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๓๐ โทรศัพท์ ๐ -

๒๖๙๕ - ๙๙๙๙ และ ๐ - ๒๒๖๓ - ๖๔๙๙ โทรสาร ๐ - ๒๒๕๖ - ๗๗๑๑

การติดต่อสำนักงาน หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต.

สามารถกระทำผ่านสำนักงานได้ตามสถานที่ทำการข้างต้น หรือทาง email: [email protected]

นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th

ประกาศ

ณ วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖

วรพล โสคติยานุรักษ์

เลขาธิการ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๑ กุมภาพันธ์

๒๕๕๖

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๒๗ กุมภาพันธ์

๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๙ ง/หน้า ๗/๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ ขส. 1/2556 เรื่อง โครงสร้างองค์กร และอำนาจหน้าที่ขององค์กร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_62d50aa023b52c41

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com