法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการขนส่งทางบก

ประกาศกรมการขนส่งทางบก

เรื่อง

หลักเกณฑ์การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง

สภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้มีความเหมาะสมเกิดความปลอดภัยในการใช้งานยิ่งขึ้น

ตลอดจนเพื่อให้การปฏิบัติงานของนายทะเบียนเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อธิบดีกรมการขนส่งทางบกออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕

(๒) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง

หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบรถที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบ

ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๖

(๓) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง

หลักเกณฑ์การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๓

(๔) หนังสือกรมการขนส่งทางบก ที่ คค ๐๓๐๕/๐๒๑๒๕ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม

๒๕๓๒ เรื่อง การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

(๕) หนังสือกรมการขนส่งทางบก ที่ คค ๐๓๐๕/ว ๕๖ ลงวันที่ ๑๔ กันยายน

๒๕๓๓ เรื่อง

การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

(๖) หนังสือกรมการขนส่งทางบก ที่ คค ๐๔๐๘.๓/ว ๒๙๔ ลงวันที่ ๗

พฤศจิกายน ๒๕๔๘ เรื่อง

การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

บรรดาระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด

ในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในประกาศนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้

ให้ใช้ประกาศนี้แทน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“รถ” หมายความว่า

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร และรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถที่ประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ให้ยื่นคำขอตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญดังต่อไปนี้

ให้นายทะเบียนอนุญาตให้ดำเนินการได้

หากเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบดังกล่าวถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และมีความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยในการใช้งาน

(๑) เครื่องกำเนิดพลังงาน

(๒) ตัวถัง

(๓) สีภายนอกตัวรถ

(๔) จำนวนที่นั่งผู้โดยสาร

(๕) จำนวนดวงโคมไฟแสงพุ่งไกล แสงพุ่งต่ำ

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตัวถังรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

น้ำหนักรวมสูงสุดและการกระจายนํ้าหนักลงเพลาของรถต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในคู่มือการตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดและน้ำหนักลงเพลา

(เอกสารหมายเลข ๑)

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตัวถัง หรือจำนวนที่นั่งผู้โดยสาร

ของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

น้ำหนักรวมสูงสุดและการกระจายน้ำหนักลงเพลาของรถต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในคู่มือการตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดและน้ำหนักลงเพลา

(เอกสารหมายเลข ๑)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญดังต่อไปนี้

ให้นายทะเบียนอนุญาตให้ดำเนินการได้

แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศนี้

(๑) โครงคัสซี

(๒) ระบบบังคับเลี้ยว

(๓) จำนวนกงล้อและยาง

(๔) จำนวนเพลาล้อ

(๕) ช่วงล้อ

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถตามวรรคหนึ่ง

ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถต้องยื่นเอกสารตามรายการรายละเอียดของรถ

(เอกสารหมายเลข ๒) และหนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงของรถและเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถจากผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

สาขาวิศวกรรมเครื่องกลประเภทสามัญวิศวกรขึ้นไปประกอบการพิจารณาด้วย

ให้นายทะเบียนรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด

และผลการตรวจสอบรถและเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ (เอกสารหมายเลข ๓)

แล้วแต่กรณี เสนอกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอรับความเห็นชอบก่อนพิจารณาอนุญาตให้ดำเนินการ

เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตามข้อ ๗ ที่ยกเว้นไม่ต้องยื่นขอรับความเห็นชอบ

ให้นายทะเบียนพิจารณาอนุญาตได้ตามเหตุผลและความจำเป็น แต่ทั้งนี้ ต้องปรากฏว่าการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงมีความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยในการใช้งาน

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบ

ของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซี

ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

(๑) โครงคัสซีเดิมจากผู้ผลิตซึ่งมีหมายเลขคัสซีปรากฏอยู่ที่เป็นชิ้นเดียวกันต้องมีความยาวเหลืออยู่เกินกว่าร้อยละ

๕๐ ของความยาวโครงคัสซีทั้งหมด และเป็นสาระสำคัญในการรองรับน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุก

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากมีการเสริมดามโครงคัสซีต้องเป็นไปในลักษณะเสริมความมั่นคงแข็งแรงของโครงคัสซี

และจากกึ่งกลางหมายเลขคัสซีไปทางด้านหน้าและด้านท้ายด้านละ ๕๐ เซนติเมตร ต้องไม่มีการปิดทับหรือเสริมดามโครงคัสซีด้านที่มีหมายเลขคัสซีปรากฏอยู่

(๒) ไม่ผ่าขยายโครงคัสซีตลอดความยาวของโครงคัสซี

เว้นแต่เป็นการผ่าขยายโครงคัสซีบางส่วนโดยมีความยาวรวมไม่เกินร้อยละ ๕๐

ของความยาวโครงคัสซีเดิม

และโครงคัสซีที่ผ่าขยายแล้วต้องมีความสูงไม่เกินกว่าขนาดความสูงสูงสุดของโครงคัสซีเดิม

(๓) โครงคัสซีที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงต้องไม่ผุกร่อน

บิดเบี้ยว หรือเสียรูปทรงจนมีผลกระทบต่อการรองรับน้ำหนักของรถและน้ำหนักบรรทุก

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีหากเป็นไปในลักษณะที่โครงคัสซีเดิมเหลืออยู่ไม่เกินร้อยละ

๕๐ หรือแม้จะเหลืออยู่เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของความยาวโครงคัสซีทั้งหมด

แต่มิได้เป็นสาระสำคัญในการรองรับน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุก

ไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซี และไม่สามารถกระทำได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถตามข้อ

๕ เฉพาะกรณีที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

ให้นายทะเบียนอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอรับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก

(๑) การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยาง

๑) การลดจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยางของรถจากเดิม ๔ เพลา ๘ ล้อ ยาง ๑๒

เส้น เป็น ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น

ตามสภาพที่เคยจดทะเบียนไว้ก่อนที่จะมีการเพิ่มจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยางเป็น ๔ เพลา

๘ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น โดยการถอดเพลาล้อหน้าที่ ๒ ออก

และต้องไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีระหว่างช่วงล้อ

หรือเปลี่ยนแปลงช่วงล้อให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่จดทะเบียนไว้

โดยให้กำหนดน้ำหนักรวมสูงสุดของรถเท่ากับที่เคยจดทะเบียนไว้เดิมในสภาพที่เป็นรถ ๓

เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น หากไม่สามารถตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดดังกล่าวได้

ให้กำหนดน้ำหนักรวมสูงสุดตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบไว้

หรือตามที่ผู้ผลิตกำหนดตามลำดับ แต่ทั้งนี้

ต้องไม่เกินพิกัดน้ำหนักตามที่กรมทางหลวงประกาศกำหนด

๒) การลดจำนวนกงล้อและยางของรถจากเดิม ๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง ๖ เส้น เป็น

๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง ๔ เส้น

โดยไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีระหว่างช่วงล้อ ช่วงล้อ หรือระบบบังคับเลี้ยว

ให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่จดทะเบียนไว้เดิม

ให้การกำหนดน้ำหนักรวมสูงสุดของรถเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในคู่มือการตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดและน้ำหนักลงเพลา

(เอกสารหมายเลข ๑) แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินพิกัดน้ำหนักตามที่กรมทางหลวงประกาศกำหนด

๓) การลดจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยางของรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงจากเดิม ๓

เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น เป็น ๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง ๘ เส้น

ตามสภาพที่เคยจดทะเบียนไว้ก่อนที่จะมีการเพิ่มจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยางเป็น ๓ เพลา

๖ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น

และต้องไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีระหว่างช่วงล้อ หรือตัวถัง

หรือช่วงล้อให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่จดทะเบียนไว้ในขณะที่เป็นรถ ๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง

๘ เส้น โดยให้กำหนดน้ำหนักรวมสูงสุดของรถเท่ากับที่เคยจดทะเบียนไว้เดิมในสภาพที่เป็นรถ

๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง ๘ เส้น หากไม่สามารถตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดดังกล่าวได้

ให้กำหนดน้ำหนักรวมสูงสุดตามที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบไว้หรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในคู่มือการตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดและน้ำหนักลงเพลา

(เอกสารหมายเลข ๑) ตามลำดับ แต่ทั้งนี้

ต้องไม่เกินพิกัดน้ำหนักตามที่กรมทางหลวงประกาศกำหนด

๔)

การเปลี่ยนขนาดกงล้อและยางที่ทำให้สมรรถนะของกงล้อและยางเปลี่ยนแปลงไปกรณีมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น

ให้กำหนดน้ำหนักรวมสูงสุดของรถเท่ากับที่เคยจดทะเบียนไว้เดิม สำหรับกรณีมีสมรรถนะลดลง

ให้การกำหนดน้ำหนักรวมสูงสุดของรถเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในคู่มือการตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดและน้ำหนักลงเพลา

(เอกสารหมายเลข ๑)

(๒) การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซี

๑) การตัดหรือต่อปลายโครงคัสซีด้านท้ายของรถ โดยแนวตัดหรือต่อโครงคัสซีที่ใกล้สุดกับจุดรองรับน้ำหนักของระบบรองรับน้ำหนักเป็น

ดังนี้

(ก) กรณีที่เพลาท้ายสุดมีระบบรองรับน้ำหนักที่แยกออกจากเพลาท้ายอื่น

แนวตัดหรือต่อโครงคัสซีที่ใกล้สุดอยู่ห่างจากจุดรองรับน้ำหนักทางด้านท้ายของระบบรองรับน้ำหนักเพลาท้ายสุดไม่น้อยกว่า

๒๐ เซนติเมตร

(ข) กรณีที่เพลาท้ายสุดมีระบบรองรับน้ำหนักแบบเพลาคู่ (Tandem Axle) แนวตัดหรือต่อโครงคัสซีอยู่ห่างจากจุดกึ่งกลางของเพลาคู่ท้ายไม่น้อยกว่า

๑๒๐ เซนติเมตร

๒) การเปลี่ยนแปลงระยะห่างโครงคัสซีจากเดิมไม่เกิน ๕ เซนติเมตร

อันเป็นผลจากการตัดหรือต่อโครงคัสซีตาม ๑)

โดยไม่มีการแก้ไขดัดแปลงโครงตามขวางของโครงคัสซี (Crossmember) ที่มีผลกระทบกับความมั่นคงแข็งแรงในการรับน้ำหนัก

๓)

การตัดหรือต่อปลายโครงคัสซีด้านหน้าของรถที่ไม่กระทบกับระบบบังคับเลี้ยวโดยแนวตัดหรือต่อโครงคัสซีที่ใกล้สุดอยู่ห่างจากจุดรองรับน้ำหนักทางด้านหน้าของระบบรองรับน้ำหนักเพลาหน้าไม่น้อยกว่า

๒๐ เซนติเมตร

การตัดหรือต่อปลายโครงคัสซีตาม ๑) และ ๓)

ต้องมีการกระจายน้ำหนักเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในคู่มือการตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดและน้ำหนักลงเพลา

(เอกสารหมายเลข ๑) และโครงคัสซีที่นำมาต่อใหม่จะต้องมีขนาดเดียวกันกับโครงคัสซี ณ

จุดที่จะทำการต่อนั้น

(๓)

การเสริมดามโครงคัสซีที่มีลักษณะเสริมความมั่นคงแข็งแรงของโครงคัสซีเดิม

โดยจากกึ่งกลางหมายเลขโครงคัสซีไปทางด้านหน้าและด้านท้าย ด้านละ ๕๐ เซนติเมตร

ต้องไม่มีการปิดทับหรือเสริมดามโครงคัสซีด้านที่มีหมายเลขคัสซีปรากฏอยู่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การเปลี่ยนโครงคัสซี

ต้องเป็นกรณีมีเหตุผลความจำเป็นอันเนื่องมาจากการชำรุดหรือความเสียหายของโครงคัสซีเดิมเท่านั้น

และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

(๑)

เป็นรถที่จดทะเบียนหรือเคยจดทะเบียนไว้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

(๒) ใช้เครื่องกำเนิดพลังงาน และตัวถังของรถคันที่จดทะเบียนไว้เดิม

(๓) โครงคัสซีที่จะเปลี่ยนใหม่ต้องเป็นชนิด (Maker) และแบบ (Type) หรือรุ่น (Model) เดียวกันกับรถคันที่จดทะเบียนไว้เดิม ทั้งนี้ โครงคัสซีที่นำมาเปลี่ยน

หากมีความแตกต่างของแบบย่อยหรือรุ่นย่อยของแบบนั้น ๆ ให้สามารถกระทำได้

(๔) ช่วงล้อ จำนวนเพลาล้อ กงล้อและยาง

ต้องไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่จดทะเบียนไว้เดิม

(๕) โครงคัสซีที่นำมาเปลี่ยนต้องไม่มีการตัดหรือต่อ

ยกเว้นเป็นการตัดหรือต่อปลายโครงคัสซีตามข้อ ๗ (๒) ๑) หรือข้อ ๗ (๒) ๓)

การเปลี่ยนโครงคัสซีต้องจดทะเบียนและชำระภาษีรถใหม่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การเปลี่ยนเครื่องกำเนิดพลังงาน

เครื่องกำเนิดพลังงานที่นำมาเปลี่ยนต้องมีกำลังไม่น้อยกว่าที่จดทะเบียนไว้เดิม

หรือไม่น้อยกว่า ๕ กิโลวัตต์ต่อตันของน้ำหนักรวมสูงสุด

ในกรณีที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังไม่น้อยกว่าที่จดทะเบียนไว้เดิมแต่มีกำลังน้อยกว่า

กิโลวัตต์ต่อตันของน้ำหนักรวมสูงสุดน้ำหนักรวมสูงสุดของรถต้องไม่เพิ่มไปจากที่จดทะเบียนไว้เดิม

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบ

ของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีหรือโครงสร้างรถ

ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

(๑) รถที่มีโครงคัสซี (chassis Frame) ต้องมีโครงคัสซีเดิมเป็นสาระสำคัญในการรับน้ำหนักรถ ดังนี้

๑)

โครงคัสซีเดิมจากผู้ผลิตซึ่งมีหมายเลขคัสซีปรากฏอยู่ที่เป็นชิ้นเดียวกัน

ต้องมีความยาวเหลืออยู่เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของความยาวโครงคัสซีทั้งหมด

กรณีโครงคัสซีเดิมจากผู้ผลิตซึ่งมีหมายเลขคัสซีปรากฏอยู่ที่เป็นชิ้นเดียวกันมีความยาวเหลืออยู่ไม่เกินร้อยละ

๕๐ ของความยาวโครงคัสซีทั้งหมด

การอนุญาตจะทำได้ต่อเมื่อมีเหตุผลความจำเป็นเนื่องจากสภาพโครงสร้างและการใช้งานของรถ

และโครงคัสซีส่วนนั้นต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า ๑๓๐ เซนติเมตร

ซึ่งเมื่อรวมกับความยาวของโครงคัสซีเดิมจากผู้ผลิตส่วนอื่น ๆ

อีกไม่เกินสองส่วนแล้วต้องทำให้โครงคัสซีเดิมยาวเกินกว่าร้อยละ ๕๐

ของความยาวโครงคัสซีทั้งหมด และต้องมีหนังสือรับรองชิ้นส่วนของโครงคัสซีเดิมจากผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถด้วย

๒)

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีที่ทำให้ความยาวสุดของรถผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมและรถมีความยาวเกินกว่า

๑๐ เมตร ต้องเป็นรถที่ผู้ผลิตกำหนดให้มีน้ำหนักรวมสูงสุด (GVW) ไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม หรือมีขนาดหน้าตัดของโครงคัสซีเดิมส่วนที่ใหญ่ที่สุดมีความสูงไม่น้อยกว่า

๒๐๐ มิลลิเมตร

(๒) รถที่มีโครงสร้างเป็นโมโนค็อก (Monocoque) หรือเซมิโมโนค็อก

(Semi - Monocoque) ซึ่งใช้โครงสร้างตัวถังเป็นสาระสำคัญในการรับน้ำหนักรถ

ต้องมีโครงสร้างส่วนที่รองรับน้ำหนักบริเวณเพลาล้อหน้า เพลาล้อท้ายหรือคู่ท้าย

และส่วนที่มีหมายเลขคัสซีเป็นโครงสร้างเดิม ดังนี้

๑) โครงสร้างส่วนที่รองรับน้ำหนักบริเวณเพลาล้อหน้า

เพลาล้อท้ายหรือคู่ท้าย

ต้องมีความยาวโครงสร้างเดิมที่เป็นชิ้นเดียวกันยาวเกินกว่าร้อยละ ๕๐

ของบริเวณเพลาล้อหน้า เพลาล้อท้ายหรือคู่ท้ายของรถนั้น แล้วแต่กรณี

๒) โครงสร้างส่วนที่มีหมายเลขคัสซี การตัดต่อเปลี่ยนแปลงความยาวเดิม

ต้องมีโครงสร้างส่วนที่มีหมายเลขคัสซีที่เป็นชิ้นเดียวกันเกินกว่าร้อยละ ๕๐

ของส่วนนั้น และต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า ๑๓๐ เซนติเมตร

๓) การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของรถที่ทำให้ความยาวสุดของรถผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมและทำให้รถมีความยาวเกินกว่า

๑๐ เมตร ต้องเป็นรถที่ผู้ผลิตกำหนดให้มีน้ำหนักรวมสูงสุด (GVW) ไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม

หรือมีขนาดหน้าตัดของโครงสร้างของรถเดิมส่วนที่ใหญ่ที่สุดมีความสูงไม่น้อยกว่า ๒๐๐

มิลลิเมตร

๔)

ต้องมีหนังสือรับรองชิ้นส่วนของโครงสร้างเดิมจากผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ

กรณีการดำเนินการตาม (๑) และ (๒)

หากมีการเสริมดามโครงคัสซีหรือโครงสร้างของรถต้องเป็นไปในลักษณะเสริมความมั่นคงแข็งแรงของโครงคัสซีหรือโครงสร้างของรถ

และจากกึ่งกลางหมายเลขคัสซีไปทางด้านหน้าและด้านท้ายด้านละ ๕๐ เซนติเมตร

ต้องไม่มีการปิดทับหรือเสริมดามด้านที่มีหมายเลขคัสซีปรากฏอยู่

รถตาม (๒)

หากมีการเปลี่ยนตัวถังหรือเปลี่ยนโครงสร้างของรถต้องจดทะเบียนและชำระภาษีรถใหม่

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเปลี่ยนโครงคัสซี

ต้องเป็นกรณีมีเหตุผลความจำเป็นอันเนื่องมาจากการชำรุดหรือความเสียหายของโครงคัสซีเดิมเท่านั้น

และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

(๑)

เป็นรถที่จดทะเบียนหรือเคยจดทะเบียนไว้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

(๒) ใช้เครื่องกำเนิดพลังงาน และตัวถังของรถคันที่จดทะเบียนไว้เดิม

(๓) โครงคัสซีที่จะเปลี่ยนใหม่ต้องเป็นชนิด (Maker) และแบบ (Type) หรือรุ่น (Model) เดียวกันกับรถคันที่จดทะเบียนไว้เดิม ทั้งนี้ โครงคัสซีที่นำมาเปลี่ยน

หากมีความแตกต่างของแบบย่อยหรือรุ่นย่อยของแบบนั้น ๆ ให้สามารถกระทำได้

(๔) ช่วงล้อ จำนวนเพลาล้อ กงล้อและยาง ต้องไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่จดทะเบียนไว้เดิมการเปลี่ยนโครงคัสซีต้องจดทะเบียนและชำระภาษีรถใหม่

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การเปลี่ยนเครื่องกำเนิดพลังงาน

เครื่องกำเนิดพลังงานที่นำมาเปลี่ยนต้องมีกำลังไม่น้อยกว่าที่จดทะเบียนไว้เดิม

หรือไม่น้อยกว่า ๕ กิโลวัตต์ต่อตันของน้ำหนักรวมสูงสุด ในกรณีที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังไม่น้อยกว่าที่จดทะเบียนไว้เดิมแต่มีกำลังน้อยกว่า

กิโลวัตต์ต่อตันของน้ำหนักรวมสูงสุดน้ำหนักรวมสูงสุดของรถต้องไม่เพิ่มไปจากที่จดทะเบียนไว้เดิม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่เคยได้รับอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีหรือโครงสร้างของรถไว้แล้ว

หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไป ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขนี้

(๑)

กรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีหรือโครงสร้างของรถเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ

๑๐ ให้พิจารณาอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน

(๒)

กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงโครงคัสซีหรือโครงสร้างของรถเดิมก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

แต่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๐

ห้ามมิให้พิจารณาอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรถโดยสารมาตรฐาน ๔ ทั้งนี้ เว้นแต่รถนั้นจดทะเบียนเป็นรถมาตรฐาน

๔ ไว้แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

ธีระพงษ์

รอดประเสริฐ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คู่มือการตรวจสอบน้ำหนักรวมสูงสุดและน้ำหนักลงเพลา

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒ มิถุนายน

๒๕๕๘

ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ

๒ มิถุนายน

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑๒๖ ง/หน้า ๕/๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_630274e280145696

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com