法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลส้มสดจากญี่ปุ่น พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลส้มสดจากญี่ปุ่น

พ.ศ. ๒๕๕๓

ด้วยกรมวิชาการเกษตรได้วิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชของผลส้มสดที่นำเข้าเพื่อการค้าจากญี่ปุ่นเสร็จสิ้นแล้ว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อธิบดีกรมวิชาการเกษตรโดยคำแนะนำของคณะกรรมการกักพืชจึงออกประกาศกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าผลส้มสดจากญี่ปุ่น ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำผลส้มจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ชนิดพืช

ผลส้ม ตามที่ปรากฏในเอกสารหมายเลข ๑ ท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ศัตรูพืชกักกันที่เกี่ยวข้อง

๓.๑ รายชื่อศัตรูพืชกักกันของราชอาณาจักรไทยสำหรับส้มจากญี่ปุ่นปรากฏตามเอกสารหมายเลข ๒ ท้ายประกาศนี้

๓.๒ ศัตรูพืชกักกันที่ต้องมีการจัดการความเสี่ยง คือ citrus fruit fly, Bactrocera tsuneonis

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หน่วยงานที่รับผิดชอบ

๔.๑ ราชอาณาจักรไทย คือ กรมวิชาการเกษตร

๔.๒ ญี่ปุ่น คือ Plant Protection Division, Food Safety and Consumer Affairs Bureau, Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries ซึ่งต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “MAFF”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การขออนุญาตนำเข้า

ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าซึ่งออกให้โดยกรมวิชาการเกษตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ วิธีการขนส่ง

ต้องส่งส้มมาจากเมืองท่าแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นไปยังเมืองท่าปลายทางในราชอาณาจักรไทยในลักษณะเป็นสินค้าขนส่งทางน้ำหรือทางอากาศ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ แหล่งปลูก

๗.๑ ส้มต้องมาจากแหล่งปลูกซึ่งจดทะเบียนตามเอกสารหมายเลข ๓ ท้ายประกาศนี้

๗.๒ ถ้า MAFF จดทะเบียนแหล่งปลูกใหม่เพื่อส่งส้มออกไปยังราชอาณาจักรไทย MAFF ต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบพร้อมทั้งให้ข้อมูลของแหล่งปลูกใหม่ กรมวิชาการเกษตรต้องดำเนินการตรวจรับรองแหล่งปลูกแห่งใหม่และระบบการบริหารจัดการแมลงวันผลไม้ก่อนที่จะมีการส่งส้มออกไปยังราชอาณาจักรไทย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจดทะเบียนสวนส้มส่งออก

๘.๑ สวนส้มในแหล่งปลูกส้มที่กำหนดไว้สำหรับส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทย ต้องจดทะเบียนเป็นสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก และต้องมีการสำรวจแบบติดตามศัตรูพืชโดย MAFF เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเป็นส้มที่ปลอดจากศัตรูพืชกักกัน

๘.๒ เกษตรกรเจ้าของสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกต้องปฏิบัติตามแผนการบริหารจัดการศัตรูพืชในสวนส้มอย่างสมํ่าเสมอเป็นประจำ รวมทั้งบันทึกตารางการฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าศัตรูพืชกักกันได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

๘.๓ MAFF ต้องให้ข้อมูลแผนการบริหารจัดการศัตรูพืชของส้มตลอดฤดูกาลปลูก เมื่อได้รับการร้องขอจากกรมวิชาการเกษตร

๘.๔ MAFF ต้องแจ้งบัญชีรายชื่อสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก ได้แก่ ชื่อเกษตรกร ที่อยู่ และข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ปลูก ต่อกรมวิชาการเกษตรเป็นเวลาอย่างน้อย ๒ เดือน ก่อนเริ่มการส่งออกเป็นประจำทุกปี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การจดทะเบียนโรงบรรจุสินค้า

๙.๑ โรงบรรจุสินค้าต้องจดทะเบียนไว้กับ MAFF และต้องตั้งอยู่ภายในขอบเขตรัศมีการดักจับแมลงของกับดักแกลลอนเท่านั้น

๙.๒ โรงบรรจุสินค้าต้องนำส้มมาจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกที่ได้จดทะเบียนไว้กับ MAFF เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถดำเนินการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของส้มที่ส่งออกได้อย่างรวดเร็ว

๙.๓ MAFF มีหน้าที่รับผิดชอบเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียดสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก ซึ่งส่งส้มมายังโรงบรรจุสินค้าเพื่อส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทย โดยข้อมูลเหล่านี้ต้องส่งให้กับกรมวิชาการเกษตรทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ

๙.๔ MAFF ต้องแจ้งรายชื่อโรงบรรจุสินค้าที่ได้รับการจดทะเบียน ได้แก่ ชื่อโรงบรรจุสินค้า รหัส ที่อยู่ และชื่อผู้จัดการ ต่อกรมวิชาการเกษตรอย่างน้อย ๒ เดือนก่อนเริ่มฤดูกาลส่งออกเป็นประจำทุกปี

๙.๕ ถ้า MAFF จดทะเบียนโรงบรรจุสินค้าแห่งใหม่ MAFF ต้องแจ้งรายชื่อโรงบรรจุสินค้านั้นต่อกรมวิชาการเกษตรทันที กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการตรวจสอบโรงบรรจุสินค้าและตรวจสอบระบบปฏิบัติงานในการคัดเลือกหรือการบรรจุส้มตามความเหมาะสมในขั้นตอนของการตรวจสอบก่อนการส่งออกตามที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อที่ ๑๔.๑

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ข้อกำหนดสำหรับโรงบรรจุสินค้า

๑๐.๑ โรงบรรจุสินค้า

๑๐.๑.๑ ต้องเก็บรักษาส้มในสภาพที่เหมาะสมตั้งแต่หลังการเก็บเกี่ยวจนถึงขั้นตอนการบรรจุ ซึ่งสามารถป้องกันมิให้ศัตรูพืชต่าง ๆ เข้าทำลายส้มได้ใหม่อีกครั้ง

๑๐.๑.๒ โรงบรรจุสินค้าแต่ละแห่ง ต้องมีผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการอย่างน้อย ๑ คน ซึ่งได้รับการอบรมจาก MAFF โดยเป็นผู้ที่มีความรู้และสามารถทราบลักษณะการทำลายของศัตรูพืชบนส้ม ผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการนี้ต้องดูแลเอาใจใส่ในขั้นตอนการคัดเลือกส้มและการคัดออกส้ม ซึ่งสงสัยว่ามีการทำลายของศัตรูพืชที่กำหนดไว้ในเอกสารหมายเลข ๒ ท้ายประกาศนี้ โรงบรรจุสินค้าต้องเก็บเอกสารการฝึกอบรมหรือบันทึกการฝึกอบรมของผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการด้วย

๑๐.๒ ระบบควบคุมการปฏิบัติงานในโรงบรรจุสินค้า

๑๐.๒.๑ ส้มซึ่งผลิตจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก ต้องเก็บรักษาและบรรจุในโรงบรรจุสินค้าที่ได้รับการจดทะเบียน นอกจากนี้แล้ว การดำเนินการบรรจุส้มเพื่อส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทยจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายนของทุกปี

๑๐.๒.๒ กรณีที่ส้มผลิตมาจากสวนส้มซึ่งไม่ได้จดทะเบียนเพื่อการส่งออกแต่มาจากแหล่งปลูกที่ได้รับอนุญาต เมื่อมีการเก็บส้มเหล่านี้ไว้ในโรงบรรจุสินค้าเดียวกันกับส้มที่มาจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก ต้องแยกส้มทั้งสองแหล่งออกจากกันและแยกเก็บรักษาไม่ให้ปะปนกัน ต้องไม่ทำการคัดและบรรจุส้มสำหรับส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทยซึ่งผลิตจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกและส้มอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน

๑๐.๒.๓ ต้องทำความสะอาดโรงบรรจุสินค้าก่อนดำเนินการคัดและบรรจุส้มทุกวัน

๑๐.๒.๔ ต้องคัดทิ้งส้มที่มีโรคหรือศัตรูพืชทำลายและนำไปทำลายนอกโรงบรรจุสินค้าทันที

๑๐.๒.๕ เจ้าหน้าที่กักกันพืชของ MAFF ต้องยืนยันมาตรการป้องกันศัตรูพืชปนเปื้อนในโรงบรรจุสินค้า ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่ามาตรการป้องกันศัตรูพืชปนเปื้อนไม่เหมาะสม MAFF ควรสั่งการให้ผู้จัดการโรงบรรจุสินค้ารีบดำเนินการป้องกันศัตรูพืชปนเปื้อน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ข้อกำหนดสำหรับบรรจุภัณฑ์และฉลาก

๑๑.๑ บรรจุภัณฑ์ทำด้วยกระดาษลูกฟูกซึ่งอาจผลิตจากวัสดุที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่หรือวัสดุใหม่ อนุญาตให้ใช้เฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดและใหม่เท่านั้นสำหรับการบรรจุส้ม

๑๑.๒ ภาชนะบรรจุส้มต้องไม่มีรู ถ้ามีรูหรือช่องเปิดต้องปิดด้วยผ้าตาข่าย ขนาดของตาข่ายแต่ละรูต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่เกิน ๑.๖ มิลลิเมตร หรือต้องคลุมภาชนะที่บรรจุผลส้มด้วยผ้าตาข่าย (ขนาดของตาข่ายแต่ละรูต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่เกิน ๑.๖ มิลลิเมตร)

๑๑.๓ ภาชนะบรรจุส้มต้องไม่มีชิ้นส่วนของพืชปะปน เช่น ดิน ใบ ลำต้น หรือสิ่งอื่น ๆ ที่สามารถนำพาศัตรูพืชกักกันได้

๑๑.๔ ส้มที่จะส่งออกแต่ยังไม่ได้มีการขนย้ายเข้าตู้ขนส่งสินค้าในทันที ต้องมีการจัดการและควบคุมความปลอดภัยจากศัตรูพืชกับส้มเหล่านี้ และต้องเก็บรักษาส้มดังกล่าวแยกจากส้มอื่น ๆ ภายในห้องเย็น จนกว่าจะมีการขนย้ายเข้าสู่ตู้บรรทุกสินค้า โดยต้องดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของ MAFF

๑๑.๕ ต้องพิมพ์ข้อความต่อไปนี้ติดไว้บนบรรจุภัณฑ์

สินค้าของญี่ปุ่น

ชื่อบริษัทผู้ส่งออก

ชื่อส้ม ได้แก่ สกุล ชนิด และพันธุ์

หมายเลขทะเบียนสวน

หมายเลขทะเบียนโรงบรรจุสินค้า

วันที่บรรจุ

จุดหมายปลายทางส่งออก ราชอาณาจักรไทย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ แหล่งผลิตส้มปลอดแมลงวันผลไม้

๑๒.๑ การกำหนดทำเลที่ตั้งสวนส้มปลอดแมลง citrus fruit fly จากแหล่งปลูกที่จดทะเบียนตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ นั้น

MAFF ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้กรมวิชาการเกษตรทราบอย่างเป็นทางการ

๑๒.๒ MAFF ต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบทันที หากการสำรวจตรวจหาพบแมลงวันผลไม้ชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจาก citrus fruit fly

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ข้อกำหนดสำหรับการสำรวจแบบติดตามแมลง citrus fruit fly

๑๓.๑ สวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกซึ่งเป็นแหล่งของส้มที่จะส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทย ต้องมีระบบการสำรวจแบบติดตามแมลง citrus fruit fly ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสวนส้มดังกล่าวปลอดจากแมลง citrus fruit fly

๑๓.๒ การสำรวจแบบติดตามควรดำเนินการโดยใช้กับดักแกลลอน (Gallon Trap) และการสำรวจส้ม

๑๓.๒.๑ การสำรวจโดยใช้กับดักแกลลอน

(ก) ระยะเวลาการสำรวจคือจากวันที่ ๑ เมษายน ถึง ๓๑ ตุลาคม ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวนี้จะคลอบคลุมช่วงเวลาของระยะตัวเต็มวัยของแมลง citrus fruit fly ซึ่งจะอยู่ประมาณเดือนมิถุนายนถึงกันยายน

(ข) กับดักแกลลอนควรวางให้คลุมพื้นที่ทุก ๆ ๑ ตารางกิโลเมตร ในแหล่งที่ปลูกส้มและพื้นที่ใกล้เคียง

(ค) กับดักแกลลอนจะใช้โปรตีนไฮโดรไลเซท (protein - hydrolyzate) (๑.๕ - ๒.๐ เปอร์เซ็นต์ โปรตีนในรูปของแข็ง) และสารฆ่าแมลงที่มีดีดีวีพีเป็นสารออกฤทธิ์ เช่น วาโพนา® ๑๘.๖ เปอร์เซ็นต์

(ง) เจ้าหน้าที่กักกันพืชของ MAFF ต้องตรวจกับดักแกลลอนทุก ๆ ๒ สัปดาห์ และต้องเปลี่ยนโปรตีนไฮโดรไลเซททุก ๆ ๒ สัปดาห์ และสารฆ่าแมลง ทุก ๆ ๔ สัปดาห์

๑๓.๒.๒ การสำรวจส้ม

เจ้าหน้าที่กักกันพืชของ MAFF ต้องสำรวจส้มในช่วงเวลาตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓.๒.๑ (ก) และผ่าตรวจดูผลส้มที่ร่วงหล่นและหรือผลส้มที่เปลี่ยนสีว่ามีสาเหตุมาจากการทำลายของแมลง citrus fruit fly หรือไม่

๑๓.๓ ต้องจัดเตรียมข้อมูลการสำรวจแบบติดตามแมลง citrus fruit fly รวมถึงจำนวนและสถานที่ที่ติดตั้งกับดัก ข้อมูลแมลงที่ติดในกับดัก และชนิดของแมลงวันผลไม้ที่ได้จากกับดักทั้งหมด (กับดักแกลลอนและวาโพนา) และข้อมูลการสำรวจส้มไว้ให้กับเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ

๑๓.๔ วิธีดำเนินการเมื่อตรวจไม่พบแมลง citrus fruit fly

๑๓.๔.๑ สวนส้มซึ่งตรวจไม่พบแมลง citrus fruit fly ในช่วงระยะเวลาที่สำรวจจะได้รับการจดทะเบียนโดย MAFF ให้เป็นสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก สำหรับส่งออกส้มไปยังราชอาณาจักรไทย

๑๓.๔.๒ สวนส้มที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกมีสิทธิที่จะส่งออกส้มไปยังราชอาณาจักรไทยตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีถัดไป ตามปีปฏิทิน ซึ่งได้พิจารณาแล้วถือว่าเป็นปีส่งออก

๑๓.๔.๓ ส้มซึ่งเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายนและหลังจากวันนี้ไปจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก ได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทย

๑๓.๕ วิธีดำเนินการเมื่อตรวจพบแมลง citrus fruit fly

ถ้าตรวจพบแมลง citrus fruit fly ในระหว่างช่วงของการสำรวจแบบติดตาม สวนส้มซึ่งอยู่ในแหล่งผลิตส้มตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ ต้องห้ามส่งออกส้มไปยังราชอาณาจักรไทยในปีส่งออกตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๓.๔.๒

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การตรวจส่งออก

๑๔.๑ ส้มที่ส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทยต้องมีการตรวจสอบร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กักกันพืชของ MAFF และเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตร นอกจากนี้แล้วในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลส่งออกของทุกปี เจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตรต้องตรวจสอบโรงบรรจุสินค้า ตรวจสอบข้อมูลการสำรวจแบบติดตามแมลง citrus fruit fly ในพื้นที่ที่ปลูกส้ม ตรวจสอบข้อมูลแมลงที่ติดกับดัก และตรวจสอบรายงานการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กักกันพืชของ MAFF

๑๔.๒ MAFF ต้องส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกรมวิชาการเกษตร เพื่อขอให้กรมวิชาการเกษตรจัดส่งเจ้าหน้าที่กักกันพืชเพื่อตรวจรับรองส้มก่อนการส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทย โดยต้องส่งหนังสือดังกล่าวล่วงหน้าเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๒ เดือน ก่อนเริ่มฤดูกาลส่งออกเป็นประจำทุกปี (วันที่ ๑ พฤศจิกายนของทุกปี) และญี่ปุ่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตร

๑๔.๓ เจ้าหน้าที่กักกันพืชของ MAFF และเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตรต้องร่วมกันสุ่มตรวจส้ม ถ้ามีส้มจำนวนน้อยกว่า ๑,๐๐๐ ผล ต้องสุ่มตรวจส้มจำนวน ๔๕๐ ผล หรือสุ่มตรวจส้มทั้งหมด ถ้ามีส้มจำนวนเท่ากับหรือมากกว่า ๑,๐๐๐ ผล ต้องสุ่มตรวจส้มจำนวน ๖๐๐ ผล

๑๔.๔ ในกรณีตรวจพบศัตรูพืชกักกันที่ระบุไว้ในเอกสารหมายเลข ๒ ท้ายประกาศนี้ ต้องดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้

๑๔.๔.๑ ถ้าตรวจพบแมลง citrus fruit fly ในระหว่างการสุ่มตรวจส้มก่อนส่งออก ต้องห้ามส่งส้มทั้งหมดออกไปยังราชอาณาจักรไทยและต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(ก) เจ้าหน้าที่กักกันพืชของ MAFF และเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตร ต้องร่วมกันตรวจสอบหาสาเหตุที่มีการทำลายของแมลง citrus fruit fly ในส้ม

(ข) โรงบรรจุสินค้าที่เป็นผู้บรรจุส้มที่มีแมลง citrus fruit fly ทำลายต้องหยุดดำเนินการบรรจุส้มส่งออกไปยังราชอาณาจักรไทยโดยทันที ต้องระงับการส่งส้มที่ได้ผ่านการคัดและบรรจุไว้แล้วออกไปยังราชอาณาจักรไทย ส่วนสวนส้มที่ผลิตส้มซึ่งพบว่ามีแมลง citrus fruit fly ต้องห้ามส่งส้มออกไปยังราชอาณาจักรไทยโดยทันทีหลังจากนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ส้มที่ได้ผ่านการตรวจสอบและมีการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชแล้ว ยังสามารถส่งออกไปราชอาณาจักรไทยได้

(ค) MAFF ต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบโดยทันทีเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเสนอมาตรการแก้ไข กรมวิชาการเกษตรจะยกเลิกมาตรการระงับการส่งออกเมื่อมีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงสาเหตุและมีการดำเนินมาตรการแก้ไขจนเป็นที่ยอมรับของกรมวิชาการเกษตร

๑๔.๔.๒ ถ้าตรวจพบศัตรูพืชกักกันชนิดอื่น ๆ ที่มีชีวิตซึ่งไม่ใช่แมลง citrus fruit fly ในระหว่างการสุ่มตรวจส้มก่อนส่งออก ส้มทั้งหมดจะส่งไปยังราชอาณาจักรไทยได้ต่อเมื่อได้ทำการกำจัดศัตรูพืชเหล่านั้นให้หมดสิ้นแล้ว

๑๔.๕ ในกรณีตรวจไม่พบศัตรูพืชกักกันตามที่ระบุไว้ในเอกสารหมายเลข ๒ ท้ายประกาศนี้ เจ้าหน้าที่กักกันพืชของ MAFF จะออกใบรับรองสุขอนามัยพืช และเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตรจะลงนามบนพื้นที่ว่างของใบรับรองสุขอนามัยพืช

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การรับรองสุขอนามัยพืช

๑๕.๑ MAFF จะออกใบรับรองสุขอนามัยพืชให้กับส้มที่ส่งออกไปราชอาณาจักรไทย และต้องระบุข้อความเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ “This consignment was produced in (designated production area) and prepared for export in accordance with conditions for import of citrus fruit from Japan to Thailand”

๑๕.๒ ต้องระบุชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อพันธุ์ของส้ม หมายเลขสวนที่ได้รับการจดทะเบียน หมายเลขโรงคัดบรรจุที่ได้รับการจดทะเบียน หมายเลขผนึกปิดตู้ขนส่งสินค้า และหมายเลขตู้ขนส่งสินค้า (สำหรับการขนส่งทางน้ำ) ในใบรับรองสุขอนามัยพืช

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การตรวจนำเข้า

๑๖.๑ เมื่อส้มถูกขนส่งมาถึงด่านนำเข้าในราชอาณาจักรไทย การตรวจนำเข้าส้มจะดำเนินการหลังจากได้ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดที่แนบมาพร้อมกับสินค้า

๑๖.๒ เจ้าหน้าที่จะสุ่มตัวอย่างส้มและตรวจสอบเพื่อยื่นยันว่ามีศัตรูพืชหรือไม่ ถ้าตรวจพบศัตรูพืชมีชีวิตจะส่งตัวอย่างศัตรูพืชไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อจำแนกชนิด และต้องกักส้มไว้จนกว่าจะทราบผลจากห้องปฏิบัติการ

๑๖.๓ ถ้ามีส้มนำเข้าจำนวนน้อยกว่า ๑,๐๐๐ ผล ต้องสุ่มตรวจส้มจำนวน ๔๕๐ ผล หรือสุ่มตรวจส้มทั้งหมด ถ้ามีส้มจำนวนเท่ากับหรือมากกว่า ๑,๐๐๐ ผล ต้องสุ่มตรวจส้มจำนวน ๖๐๐ ผล

๑๖.๔ ในกรณีตรวจพบศัตรูพืชกักกันของราชอาณาจักรไทยตามที่ระบุไว้ในเอกสารหมายเลข ๒ ท้ายประกาศนี้ระหว่างการสุ่มตรวจส้ม ต้องดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้

๑๖.๔.๑ ถ้าพบแมลง citrus fruit fly ที่มีชีวิต ส้มทั้งหมดต้องถูกส่งกลับหรือทำลายเท่านั้นโดยผู้นำเข้าสินค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย กรมวิชาการเกษตรจะสั่งระงับการนำเข้าและแจ้งให้ MAFF ทราบโดยทันที

๑๖.๔.๒ MAFF ต้องตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทันทีและเสนอมาตรการแก้ไข กรมวิชาการเกษตรจะยกเลิกมาตรการระงับการนำเข้า เมื่อมีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงสาเหตุและมีการดำเนินมาตรการแก้ไขจนเป็นที่ยอมรับของกรมวิชาการเกษตร

๑๖.๔.๓ ถ้าตรวจพบศัตรูพืชกักกันชนิดอื่น ๆ ที่มีชีวิตซึ่งไม่ใช่แมลง citrus fruit fly ส้มทั้งหมดจะถูกส่งกลับ ทำลาย หรือทำการกำจัดศัตรูพืชเหล่านั้นด้วยวิธีที่เหมาะสม (ถ้ามีวิธีการกำจัด) โดยผู้นำเข้าสินค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

๑๖.๔.๔ ถ้าตรวจพบสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่ไม่มีรายชื่อปรากฏในเอกสารหมายเลข ๒ ท้ายประกาศนี้ ที่มีศักยภาพเป็นศัตรูพืชกักกันของราชอาณาจักรไทย ต้องส่งกลับ ทำลาย หรือกำจัดศัตรูพืชบนส้มด้วยวิธีการที่เหมาะสม (ถ้ามีวิธีการกำจัด) โดยผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย กรมวิชาการเกษตรมีสิทธิระงับการนำเข้าส้มจากช่องทางการนำเข้านั้นเป็นการชั่วคราวจนกว่าการประเมินความเสี่ยงศัตรูพืชที่ตรวจพบนั้นได้ดำเนินการแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การประเมินกระบวนการส่งออก

๑๗.๑ การส่งออกส้มจากญี่ปุ่นไปยังราชอาณาจักรไทยจะเริ่มได้หลังจากที่กรมวิชาการเกษตรได้ทำการประเมินกระบวนการตรวจรับรองส่งออกในญี่ปุ่นแล้วเท่านั้น โดยญี่ปุ่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

๑๗.๒ ในกรณีที่มีการระงับการนำเข้า กรมวิชาการเกษตรอาจส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปประเมินกระบวนการตรวจรับรองส่งออกในญี่ปุ่นก่อนจะตัดสินใจอนุญาตให้นำเข้าส้มจากญี่ปุ่นได้อีกต่อไป ถ้ากรมวิชาการเกษตรพิจารณาแล้วเห็นว่าการประเมินกระบวนการตรวจรับรองส่งออกมีความจำเป็น โดยญี่ปุ่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓

จิรากร โกศัยเสวี

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

[เอกสารแนบท้าย]

๑. รายชื่อชนิดส้ม แนบท้ายประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลส้มสดจากญี่ปุ่น พ.ศ. ๒๕๕๓ (เอกสารหมายเลข ๑)

๒. รายชื่อศัตรูพืชกักกันของผลส้มจากญี่ปุ่น แนบท้ายประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลส้มสดจากญี่ปุ่น พ.ศ. ๒๕๕๓ (เอกสารหมายเลข ๒)

๓. แหล่งปลูกส้มที่ได้รับอนุญาต แนบท้ายประกาศกรมวิชาเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลส้มสดจากญี่ปุ่น พ.ศ. ๒๕๕๓ (เอกสารหมายเลข ๓)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓

ณัฐวดี/ตรวจ

๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓

พิมลกร/ปรับปรุง

๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

พลัฐวัษ/ตรวจ

๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้า ๓/๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลส้มสดจากญี่ปุ่น พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6362e7e090d1b4ca

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com