ประกาศ
เรื่อง
การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
(คราวที่ ๓)[๑]
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคราวที่ ๒ ออกไปจนถึงวันที่ ๓๐
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น
โดยที่รัฐบาลได้ดำเนินบรรดามาตรการต่าง ๆ อันจำเป็นเพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 หรือโรคโควิด - 19
มาแล้วช่วงระยะเวลาหนึ่งทำให้การระบาดในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม
ยาและวัคซีนยังอยู่ในระหว่างการศึกษา วิจัย
และทดลอง ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคดังกล่าวทั่วโลกยังมีความรุนแรง แม้ในประเทศที่ควบคุมการระบาดของโรคได้ดีจนมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอัตราต่ำหรือคงที่ เมื่อได้ผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ
ลงกลับปรากฏว่ามีการระบาดระลอกใหม่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ดังปรากฏข้อเท็จจริงว่าในสัปดาห์ที่สี่ของเดือนมิถุนายนมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากที่สุดภายในวันเดียวนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรค
กระทั่งองค์การอนามัยโลกได้แถลงเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
และสนับสนุนให้ดำเนินมาตรการป้องกันโรคอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด
เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคมิให้นำไปสู่การระบาดระลอกใหม่ จึงมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง แต่การขยายระยะเวลาในคราวนี้มิได้มุ่งที่จะห้ามหรือจำกัดการดำเนินกิจกรรมหรือกิจการใด
ๆ แต่มุ่งประโยชน์เพื่อการบูรณาการความรับผิดชอบและการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย
นอกเหนือไปจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ
พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อให้การเฝ้าระวังการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคในห้วงเวลาที่ประเมินว่ายังคงมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค
ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ
ด้วยการให้กิจการและกิจกรรมต่าง ๆ สามารถเปิดดำเนินการได้มากขึ้น เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นไปโดยมีเอกภาพ
มีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ มุ่งรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในด้านสุขภาพและชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พิไลภรณ์/ธนบดี/จัดทำ
๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
สุภาทิพย์/ตรวจ
๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๑๕๓ ง/หน้า ๒๗/๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓