ข้อ ๕ มาตรค่าโดยสารที่ขอรับความเห็นชอบต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) วงจรภายในทำงานด้วยไมโครคอมพิวเตอร์ ใช้กระแสไฟจากแบตเตอรี่ของ
รถยนต์ มาตรค่าโดยสารที่บรรจุวงจรไว้ภายในต้องมีลักษณะปิดมิดชิด แต่มีช่องระบายความร้อนได้
และต้องผ่านการประทับเครื่องหมายรับรอง (SEAL) จากกรมการขนส่งทางบกเพียงจุดเดียว
เมื่อผ่านการประทับเครื่องหมายรับรองแล้วไม่สามารถถอดเอาวงจรภายในออกมาได้ โดยไม่ทำลาย
เครื่องหมายรับรอง และตำแหน่งที่ประทับเครื่องหมายรับรองต้องมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อติดตั้ง
มาตรค่าโดยสารเข้าไว้ที่ตัวรถแล้ว
(๒) คำนวณค่าโดยสารจากระยะทางที่โดยสาร และเวลา (ในกรณีรถไม่สามารถ
เคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขณะทำการโดยสารตามอัตราค่าโดยสาร
ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ระยะทางที่โดยสารต้องได้จากการทำงานของเซนเซอร์ และเวลาในการ
โดยสารต้องได้จากการทำงานของวงจรที่อยู่ภายในมิเตอร์
(๓) สามารถแสดงข้อมูลให้ผู้โดยสารทราบ ดังต่อไปนี้
(ก) ระยะทางในการโดยสาร มีหน่วยเป็นกิโลเมตรมีทศนิยม ๑ ตำแหน่ง
(๑๐๐ เมตร) ระยะทางในการโดยสารสูงสุดต้องแสดงได้อย่างน้อย ๙๙.๙ กิโลเมตร โดยแสดงเป็น
ตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๓ นิ้ว
(ข) เวลาในการโดยสารมีหน่วยเป็นชั่วโมงและนาที เวลาในการโดยสารสูงสุด
ต้องแสดงได้อย่างน้อย ๙ ชั่วโมง ๕๙ นาที โดยแสดงเป็นตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๓ นิ้ว
(ค) ค่าโดยสารมีหน่วยเป็นบาท สามารถแสดงอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นและ
การเปลี่ยนแปลงค่าโดยสารที่คำนวณจากระยะทางและเวลา (ในกรณีรถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือ
เดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตลอดเวลาของการโดยสาร โดยเมื่อจำนวนค่าโดยสาร
ครบ ๒ บาทให้แสดงการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเป็นตัวเลขขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๐.๕ นิ้ว
การแสดงผลตาม (ก) และ (ข) ต้องปรากฏให้เห็นได้ตลอดเวลา หรือเปิดเมื่อ
ผู้โดยสารต้องการทราบ ส่วนการแสดงผลตาม (ค) ต้องปรากฏอยู่ตลอดเวลาของการโดยสาร ตัวเลข
ที่แสดงผลต้องมีแสงสว่างที่ตัวเลข และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
(๔) ด้านการมีสวิทช์ใช้กดเมื่อเริ่มการเดินทาง และสวิทช์สำหรับกดเมื่อสิ้นสุด
การเดินทาง การคำนวณค่าโดยสารจะเริ่มเมื่อกดสวิทช์เริ่มการเดินทางและสิ้นสุดการคำนวณ
ค่าโดยสารเมื่อกดสวิทช์สำหรับสิ้นสุดการเดินทาง
(๕) บนหน้าปัทม์มีข้อความอธิบายสวิทช์ และช่องตัวเลขแสดงผลเป็นภาษาไทย
และมีภาษาอังกฤษกำกับทุกแห่ง
(๖) การแก้ไขอัตราค่าโดยสาร กระทำได้โดยการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเฉพาะ
หน่วยความจำของไมโครคอมพิวเตอร์เท่านั้น
(๗) ตัวมิเตอร์และเซนเซอร์สามารถทำงานได้ปกติแม้รถจะวิ่งด้วยความเร็วเกินกว่า
๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในที่ซึ่งมีอุณหภูมิเกินกว่า ๖๐ องศาเซนติเกรด
(๘) ไม่สามารถปรับแต่งวงจรภายในตัวมาตรค่าโดยสารได้จากภายนอกด้วยวิธีการ
ใด ๆ ทั้งสิ้น
(๙) มีหมายเลขประจำแต่ละเครื่องเก็บอยู่ในชุดคำสั่ง (PROGRAM) และสามารถ
แสดงออกมาทางส่วนแสดงผลได้ เมื่อต้องการทราบ
(๑๐) มี CONNECTOR สำหรับต่อสายไฟจากมิเตอร์ไปยังเครื่องหมายซึ่งแสดง
ข้อความว่า "ว่าง" เมื่อไม่มีผู้โดยสาร ตัวอักษรคำว่าว่างบนเครื่องหมายดังกล่าว จะต้องมีความสูง
ไม่น้อยกว่า ๒ นิ้ว และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกทั้งเวลากลางวันและกลางคืน
(๑๑) ระบบเซนเซอร์ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(ก) เป็นแบบใช้ใบพัดตัดลำแสงอินฟาเรดที่ส่งออกจากตัวส่งและรับโดยตัวรับ
ใบพัดต่ออยู่ระหว่างสายวัดความเร็วกับเครื่องวัดความเร็วของรถ
(ข) ไม่มีวงจรอิเล็คทรอนิคอื่นใด นอกจากตัวส่งแสง และตัวรับแสง
(ค) ระหว่างเซนเซอร์และมิเตอร์มีสายไฟได้เพียง ๓ เส้น เท่านั้น ๒ เส้น
สำหรับเป็นกระแสไฟเลี้ยงและสายดิน (GROUND) ของตัวส่งแสงและรับแสง ส่วนอีก ๑ เส้น
สำหรับส่งสัญญาณกลับไปยังมิเตอร์
(ง) เมื่อสายวัดความเร็วหมุนไป ๑ รอบ ใบพัดซึ่งมีเพียง ๑ ช่อง จะทำให้มี
สัญญาณส่งกลับไปยังมิเตอร์เพียง ๑ พัลซ์ (PULSK) เท่านั้น