法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ [ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นฉบับที่ต้องใช้บังคับในปัจจุบัน]

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
37
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสํานักงานศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสํานักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานศาลปกครอง

“การฝึกอบรม” หมายความว่า การอบรม การประชุม การเสวนา หรือสัมมนาทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ การบรรยายพิเศษ การฝึกศึกษา การปฏิบัติการวิจัย หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีหลักสูตรและช่วงเวลาจัดที่แน่นอนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลหรือประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานโดยไม่มีการรับปริญญา และให้หมายความรวมถึงการดูงานและการฝึกงานด้วย

“การฝึกศึกษา” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ ความชํานาญ หรือประสบการณ์ด้วยการศึกษาและฝึกปฏิบัติ

“การปฏิบัติการวิจัย” หมายความว่า การทํางานวิจัยที่กําหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการฝึกอบรม

“การดูงาน” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการสังเกตการณ์ซึ่งกําหนดไว้ในหลักสูตรการฝึกอบรม และหมายความรวมถึงโครงการดูงานภายในประเทศหรือต่างประเทศที่สํานักงานหรือบุคคลอื่นจัดขึ้น ด้วย

“การฝึกงาน” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการปฏิบัติงานหรือการปฏิบัติงานภาคสนาม ซึ่งกําหนดไว้ในหลักสูตรการฝึกอบรม และหมายความรวมถึงโครงการฝึกงานภายในประเทศหรือต่างประเทศที่สํานักงานหรือบุคคลอื่นจัดขึ้น ด้วย

“หน่วยงานผู้จัด” หมายความว่า สํานักงาน ส่วนราชการอื่น องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐอื่นหรือเอกชน ซึ่งเป็นผู้จัดการฝึกอบรมหรือจัดร่วมกัน

“ผู้เข้ารับการฝึกอบรม” หมายความว่า

(๑) ตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง หรือลูกจ้างของสํานักงาน และให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเสนอแต่งตั้งให้เป็นตุลาการศาลปกครอง แต่ยังอยู่ในระหว่างดําเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และบุคคลที่ผ่านการสอบแข่งขันหรือการคัดเลือก แต่ยังอยู่ในระหว่างรอการบรรจุแต่งตั้งหรือจ้างเป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง หรือลูกจ้างของสํานักงาน แล้วแต่กรณี หรือ

(๒) เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐที่สํานักงานเห็นสมควรให้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมที่สํานักงานเป็นผู้จัด หรือ

(๓) บุคคลที่มิใช่บุคลากรของรัฐที่สํานักงานเห็นสมควรให้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมที่สํานักงานเป็นผู้จัด

การจัดฝึกอบรมตาม (๒) และ (๓) ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักกฎหมายมหาชนการบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมายมหาชน หรือการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง

“การฝึกอบรมประเภท ก” หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการตําแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ประเภทอํานวยการระดับสูง ประเภทบริหารระดับต้นและระดับสูง หรือตําแหน่งที่เทียบเท่า

“การฝึกอบรมประเภท ข” หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นข้าราชการตําแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน ระดับชํานาญงาน และระดับอาวุโส ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ ระดับชํานาญการ และระดับชํานาญการพิเศษ ประเภทอํานวยการระดับต้น หรือตําแหน่งที่เทียบเท่า และให้หมายความรวมถึงการฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นพนักงานราชการศาลปกครองหรือลูกจ้างของสํานักงานด้วย

“การฝึกอบรมบุคคลภายนอก” หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ

“ค่าอาหาร” หมายความว่า ค่าอาหารเช้า อาหารกลางวันและอาหารเย็น

“วิทยากร” หมายความว่า ผู้บรรยาย ผู้อภิปราย ผู้เสนอหรือผู้วิจารณ์บทความหรือรายงานหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่ทําหน้าที่ให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตร แต่ไม่รวมถึงผู้จัดการฝึกอบรม

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออกประกาศ คําสั่ง หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองมีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ หลักสูตร เรื่อง หรือหัวข้อในการฝึกอบรม หรือการจัดการฝึกอบรมที่สํานักงานเป็นผู้จัดหรือจัดร่วมกับหน่วยงานผู้จัดอื่น ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การเดินทางไปจัดการฝึกอบรม การเข้ารับการฝึกอบรม และการเดินทางไปต่างประเทศตามที่กําหนดในหลักสูตรการฝึกอบรม ทุกหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่สํานักงานเป็นผู้จัดหรือจัดร่วมกับหน่วยงานผู้จัดอื่นหรือไม่ ต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอํานาจอนุมัติตามข้อ ๘ โดยให้พิจารณาอนุมัติเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องหรือจะได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมนั้น ตามจํานวนที่เห็นสมควรและประหยัด

ในกรณีที่หลักสูตรการฝึกอบรมใดกําหนดให้ผู้ไปจัดการฝึกอบรมหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรต้องเดินทางในประเทศครั้งหนึ่งหรือหลายครั้ง ให้ถือว่าการอนุมัติให้เดินทางไปจัดการฝึกอบรมหรือการอนุมัติให้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นการอนุมัติให้เดินทางในประเทศตามหลักสูตรด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอํานาจอนุมัติการเดินทางไปจัดการฝึกอบรม การเข้ารับการฝึกอบรม และการเดินทางไปต่างประเทศ ตามที่กําหนดในหลักสูตรการฝึกอบรมทุกหลักสูตร

(๑) เลขาธิการ สําหรับข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง และลูกจ้างของสํานักงาน ทุกตําแหน่ง

(๒) อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น สําหรับตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นในศาลนั้น

(๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด สําหรับตุลาการในศาลปกครองสูงสุด อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่ประจําศาลปกครองสูงสุด และเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการขออนุมัติตามข้อ ๖ และข้อ ๗ หากมีค่าใช้จ่ายที่จะต้องเบิกจากเงินงบประมาณหรือเงินอื่นใดของสํานักงาน ให้ผู้จัดทําโครงการฝึกอบรม ผู้ขออนุมัติเข้ารับการฝึกอบรมที่สํานักงานไม่ใช่ผู้จัดหรือจัดร่วมกับหน่วยงานผู้จัดอื่น หรือผู้ขออนุมัติการเดินทางไปต่างประเทศตามที่กําหนดในหลักสูตรการฝึกอบรม ตรวจสอบกับฝ่ายงบประมาณก่อนว่าค่าใช้จ่ายที่จะเบิกนั้นมีวงเงินกําหนด

ในทะเบียนคุมเงินงบประมาณรายจ่ายหรือไม่ พร้อมทั้งเสนอหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปพร้อมหนังสือขออนุมัติด้วย ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการกําหนดวงเงินไว้เพื่อการนั้น หรือไม่มีการกําหนดวงเงิน แต่มีคํารับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าสามารถจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายอื่นมาใช้เพื่อการนั้นได้ให้ผู้มีอํานาจตามข้อ ๘ พิจารณาอนุมัติได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในประเทศหรือต่างประเทศทั้งหมด ไม่ว่าเป็นเงิน บริการ หรือสิ่งของ ให้งดเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

กรณีได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในประเทศหรือต่างประเทศบางส่วน หากจําเป็นต้องเบิกค่าใช้จ่ายสมทบให้เบิกค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ บุคคลที่จะเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตามระเบียบนี้ ได้แก่

(๑) ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม

(๒) ตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง และลูกจ้างของสํานักงาน ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการฝึกอบรม

(๓) วิทยากร

(๔) ผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษ

(๕) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(๖) ผู้สังเกตการณ์

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

(๑) ข้าราชการแต่ละประเภทให้เป็นไปตามระดับตําแหน่งหรือชั้นยศตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ โดยอนุโลม สําหรับตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ให้เบิกจ่ายในอัตราเทียบเท่าข้าราชการระดับ ๑๐ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ให้เบิกจ่ายในอัตราเทียบเท่าข้าราชการระดับปลัดกระทรวง ประธานศาลปกครองสูงสุดและรองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้เบิกจ่ายในอัตราเทียบเท่าประธานศาลฎีกาและรองประธานศาลฎีกา

(๒) ลูกจ้างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเทียบตําแหน่งลูกจ้างในการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่กระทรวงการคลังกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การเทียบตําแหน่งของบุคคลตามข้อ ๑๑ (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) ที่มิได้เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของทางราชการเพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ ให้เทียบตําแหน่งดังนี้

(๑) บุคคลที่สํานักงานหรือทางราชการกําหนดเทียบระดับตําแหน่งไว้แล้ว

(๒) บุคคลที่เคยรับราชการมาแล้ว ให้เทียบตามระดับตําแหน่งหรือชั้นยศครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการ

(๓) วิทยากรในการฝึกอบรมประเภท ก ให้เทียบเท่าข้าราชการตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูงสําหรับการฝึกอบรมประเภท ข และการฝึกอบรมบุคคลภายนอก ให้เทียบเท่าข้าราชการตําแหน่งประเภทอํานวยการระดับต้น

(๔) นอกจาก (๑) (๒) หรือ (๓) ให้เลขาธิการพิจารณาเทียบตําแหน่งตามความจําเป็นและเหมาะสม โดยถือหลักการเทียบตําแหน่งของสํานักงานหรือทางราชการตาม (๑) เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๔/๑

ข้อ ๑๔/๑ การเทียบตําแหน่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ ให้เทียบตําแหน่งดังนี้

(๑) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการฝึกอบรมประเภท ก ให้เทียบได้ไม่เกินสิทธิของข้าราชการตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง

(๒) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการฝึกอบรมประเภท ข ให้เทียบได้ไม่เกินสิทธิของข้าราชการตําแหน่งประเภทอํานวยการระดับต้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การพิจารณาหาสถานที่เพื่อจัดการฝึกอบรม ให้อยู่ในดุลพินิจของเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ค่าใช้จ่ายในการจัดการฝึกอบรม ได้แก่

(๑) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้และการตกแต่งสถานที่ในการฝึกอบรม

(๒) ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม

(๓) ค่าวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์

(๔) ค่าพิมพ์และเขียนใบประกาศนียบัตร

(๕) ค่าพิมพ์เอกสารและสิ่งตีพิมพ์

(๖) ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร

(๗) ค่าเช่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการฝึกอบรม

(๘) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จําเป็นในการจัดการฝึกอบรม

(๙) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

(๑๐) ค่าสมนาคุณวิทยากร

(๑๑) ค่าอาหาร

(๑๒) ค่าเช่าที่พัก

(๑๓) ค่ายานพาหนะ

(๑๔) ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษ

(๑๕) ค่าหนังสือสําหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(๑๖) ค่ากระเป๋าหรือสิ่งที่ใช้บรรจุเอกสารสําหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(๑๗) ค่าของสมนาคุณในการดูงานตามระเบียบนี้

ค่าใช้จ่ายตาม (๑) ถึง (๙) และ (๑๕) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจําเป็น เหมาะสม และประหยัด

ค่าใช้จ่ายตาม (๑๒) และ (๑๔) ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้

ค่าใช้จ่ายตาม (๑๐) (๑๑) (๑๓) (๑๖) และ (๑๗) ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กระทรวงการคลังกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ค่าอาหารตามข้อ ๑๖ (๑๑) ในกรณีที่สํานักงานออกค่าใช้จ่ายในการจัดอาหารสําหรับบุคคลตามข้อ ๑๑ ให้เบิกจ่ายค่าอาหารได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกําหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ค่าเช่าที่พักตามข้อ ๑๖ (๑๒) ในกรณีที่สํานักงานกําหนดให้พักแรมร่วมกันและออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พักสําหรับบุคคลตามข้อ ๑๑ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) การจัดที่พักให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม สําหรับการฝึกอบรมข้าราชการประเภท ข และการฝึกอบรมบุคคลภายนอก ให้พักรวมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยให้พักห้องพักคู่ เว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมหรือมีเหตุจําเป็นไม่อาจพักรวมกับผู้อื่นได้ อาจจัดให้พักห้องพักคนเดียวได้

(๒) การจัดที่พักให้แก่ผู้สังเกตการณ์หรือเจ้าหน้าที่ตําแหน่งประเภทอํานวยการระดับต้น ตําแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ ระดับชํานาญการ ระดับชํานาญการพิเศษ และตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ระดับชํานาญงาน ระดับอาวุโส ให้พักรวมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยให้พักห้องพักคู่ เว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมหรือมีเหตุจําเป็นไม่อาจพักรวมกับผู้อื่นได้ อาจจัดให้พักห้องพักคนเดียวได้ ส่วนผู้สังเกตการณ์หรือเจ้าหน้าที่ตําแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ระดับสูง หรือตําแหน่งที่เทียบเท่าตําแหน่งประเภทอํานวยการระดับสูง ตําแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ระดับทรงคุณวุฒิ และตําแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ จะจัดให้พักห้องพักคนเดียวก็ได้

(๓) การจัดที่พักให้แก่ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตามหรือวิทยากร ให้พักห้องพักคนเดียวหรือพักห้องพักคู่ก็ได้ และเบิกจ่ายค่าเช่าที่พักได้เท่าที่จ่ายจริง

(๔) อัตราค่าเช่าที่พัก ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราค่าเช่าที่พักที่สํานักงานกําหนดตามความจําเป็น เหมาะสม และประหยัด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ค่ายานพาหนะ ตามข้อ ๑๖ (๑๓) กรณีสํานักงานจัดยานพาหนะระหว่างการฝึกอบรมและออกค่าใช้จ่ายดังกล่าวสําหรับบุคคลตามข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) กรณีใช้ยานพาหนะของสํานักงาน หรือกรณียืมยานพาหนะจากส่วนราชการหรือบุคคลอื่นให้เบิกค่าน้ํามันเชื้อเพลิงได้เท่าที่จ่ายจริง

(๒) กรณีนอกจาก (๑) ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ดังนี้

(๒.๑) การฝึกอบรมประเภท ก ให้เบิกจ่ายได้ในอัตราตามสิทธิของข้าราชการตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เว้นแต่ในกรณีเดินทางโดยเครื่องบินให้ใช้ชั้นธุรกิจ ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางโดยชั้นธุรกิจได้ให้เดินทางโดยชั้นหนึ่ง

(๒.๒) การฝึกอบรมประเภท ข ให้เบิกจ่ายได้ในอัตราตามสิทธิของข้าราชการประเภททั่วไประดับชํานาญงาน

(๒.๓) การฝึกอบรมบุคคลภายนอก ให้เบิกจ่ายได้ในอัตราตามสิทธิของข้าราชการตําแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายค่าพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจําเป็น เหมาะสม และประหยัด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่สํานักงานเป็นผู้ติดต่อประสานงานเรื่องจัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะแทนบุคคลตามข้อ ๑๑ ให้สํานักงานดําเนินการดังนี้

(๑) คํานวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนแต่ละประเภทการฝึกอบรม และแจ้งให้หน่วยงานผู้ส่งทราบ เพื่อเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์ต่อไป ตามอัตราดังนี้

(๑.๑) ค่าอาหาร ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกําหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๑.๒) ค่าเช่าที่พักไม่เกินอัตราที่สํานักงานกําหนด ตามความจําเป็น เหมาะสม และประหยัด

(๑.๓) ค่ายานพาหนะ ไม่เกินหลักเกณฑ์และอัตราตามข้อ ๒๐ (๒)

(๒) ค่าใช้จ่ายสําหรับประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม ข้าราชการ พนักงานราชการศาลปกครอง หรือลูกจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติและผู้ติดตาม วิทยากรหรือผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษ ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราเช่นเดียวกับผู้เข้ารับการฝึกอบรมแต่ละประเภทการฝึกอบรม โดยให้งดเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากต้นสังกัด

(๓) สําหรับการจัดที่พักและยานพาหนะ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่สํานักงานไม่จัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะ หรือมิได้เป็นผู้ติดต่อประสานงานในเรื่องดังกล่าว ให้สํานักงานเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาฝึกอบรมสําหรับบุคคลตามข้อ ๑๑ แต่ถ้าบุคคลตามข้อ ๑๑ (๕) หรือ (๖) เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เบิกจ่ายจากต้นสังกัด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

การคํานวณเวลาเพื่อเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้นับตั้งแต่เวลาที่เดินทางออกจากสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการตามปกติจนกลับถึงสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการตามปกติ แล้วแต่กรณี โดยให้นับยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน ถ้าไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงและส่วนที่ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นเกินกว่าสิบสองชั่วโมง ให้ถือเป็นหนึ่งวัน แล้วนําจํานวนวันทั้งหมดมาคูณกับอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ในกรณีที่ผู้จัดการฝึกอบรมจัดอาหารบางมื้อในระหว่างการฝึกอบรม ให้หักเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่คํานวณได้ในอัตรามื้อละ ๑ ใน ๓ ของอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางต่อวัน

การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหารทุกมื้อ ให้งดจ่ายเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่หรือที่พักกับสถานที่จัดฝึกอบรมในช่วงระหว่างการฝึกอบรมห้ามเบิกจ่ายค่าพาหนะรับจ้าง (แท็กซี่) เว้นแต่เป็นกรณีที่มีเหตุจําเป็น เลขาธิการอาจอนุมัติให้เบิกจ่ายได้ตามความเหมาะสมเป็นกรณี ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๒๒/๑

ข้อ ๒๒/๑ การจัดการฝึกอบรมบุคคลภายนอก ถ้าสํานักงานไม่จัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะให้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือจัดให้บางส่วน ให้สํานักงานเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ ๒๒ และให้สํานักงานเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่ขาดให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกําหนดให้ใช้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มิได้เป็นบุคลากรของรัฐ

มาตรา ข้อ ๒๒/๒

ข้อ ๒๒/๒ การเบิกค่าเครื่องแต่งตัวในการเดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศ ให้เบิกจ่ายได้เฉพาะผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่เป็นตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง ลูกจ้างของสํานักงาน ตามที่กระทรวงการคลังกําหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยให้ตุลาการศาลปกครอง เบิกค่าเครื่องแต่งตัวได้ในอัตราข้าราชการตําแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง และให้พนักงานราชการศาลปกครองและลูกจ้างของสํานักงานเบิกค่าเครื่องแต่งตัวได้ในอัตราข้าราชการตําแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษตามข้อ ๑๖ (๑๔) ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนเฉพาะวันที่ปฏิบัติงาน ดังนี้ (๑) พนักงานแปลหรือล่ามที่มิได้เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนคนละชั่วโมงละไม่เกิน ๘๐๐ บาท โดยให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินคนละ ๖,๐๐๐ บาท ต่อวัน

(๒) พนักงานแปลหรือล่ามที่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการ องค์การมหาชนรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนกึ่งหนึ่งของอัตราตาม (๑) เว้นแต่พนักงานแปลหรือล่ามที่เป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง หรือลูกจ้างของสํานักงาน ซึ่งตามมาตรฐานกําหนดตําแหน่งกําหนดให้ปฏิบัติหน้าที่ลักษณะดังกล่าว ให้งดเบิกจ่ายค่าตอบแทน

ในกรณีที่มีความจําเป็นจะต้องเบิกจ่ายค่าตอบแทนในอัตราเกินกว่าที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้เสนอต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นกรณี ๆ ไป ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายได้ตามความจําเป็น เหมาะสม และเพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ค่าใช้จ่ายเป็นค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายทํานองเดียวกันที่เรียกชื่ออย่างอื่นสําหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงในอัตราที่หน่วยงานผู้จัดเรียกเก็บสําหรับการฝึกอบรม

กรณีที่ค่าลงทะเบียนตามวรรคหนึ่งได้รวมค่าอาหาร ค่าที่พัก และหรือค่ายานพาหนะแล้ว ให้งดเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ กรณีหน่วยงานผู้จัดออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่ายานพาหนะทั้งหมดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์งดเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ กรณีหน่วยงานผู้จัดออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าที่พัก และหรือค่ายานพาหนะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ เฉพาะส่วนที่หน่วยงานผู้จัดมิได้ออกให้ ภายใต้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๒๒

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ กรณีหน่วยงานผู้จัดเป็นผู้ติดต่อประสานงานเรื่องอาหาร ที่พัก และหรือยานพาหนะโดยสํานักงานซึ่งเป็นส่วนราชการผู้ส่งเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้เบิกค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์ตามจํานวนเงินต่อคนในอัตราไม่เกินที่กําหนดไว้ในข้อ ๒๑

สําหรับค่าใช้จ่ายในส่วนที่หน่วยงานผู้จัดมิได้ดําเนินการติดต่อประสานงาน ให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการภายใต้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๒๒

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ กรณีหน่วยงานผู้จัดไม่จัดหรือไม่ติดต่อประสานงานเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่ายานพาหนะ ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์ในการเดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศที่หน่วยงานผู้จัดเป็นหน่วยงานในประเทศหรือต่างประเทศ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในหมวด ๓ เว้นแต่กรณีที่หน่วยงานผู้จัดเป็นผู้ติดต่อประสานงานเรื่องจัดอาหาร ที่พัก และยานพาหนะหรือเรื่องหนึ่งเรื่องใด โดยสํานักงานเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ตามจํานวนที่

หน่วยงานผู้จัดแจ้ง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑)[[2]](#_ftn2) ค่าอาหาร ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางเหมาจ่ายตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

(๒)[[3]](#_ftn3) ค่าเช่าที่พัก ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกําหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๓) ค่ายานพาหนะระหว่างการฝึกอบรม ไม่เกินหลักเกณฑ์และอัตราตามข้อ ๒๐ (๒)

มาตรา ข้อ ๒๙/๑

ข้อ ๒๙/๑ โครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมที่สํานักงานได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากหน่วยงานภายในประเทศ หน่วยงานของต่างประเทศ หรือหน่วยงานหรือองค์กรระหว่างประเทศให้งดเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเป็นกรณีที่สํานักงานได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเพียงบางส่วนให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายสมทบได้เฉพาะในส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตรา

ที่กระทรวงการคลังกําหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

มาตรา ข้อ ๒๙/๒

ข้อ ๒๙/๒ ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองหรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครองได้รับอนุมัติให้เดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศโดยได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมทั้งหมด ให้งดเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเป็นกรณีที่ได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมเพียงบางส่วนให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายสมทบเฉพาะในส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือได้ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่าย

ในการเดินทางไปราชการ แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่ได้รับความช่วยเหลือ และภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

(๑) กรณีได้รับความช่วยเหลือค่าโดยสารเครื่องบินไป - กลับ แล้ว แม้จะต่ํากว่าสิทธิที่ได้รับก็ให้งดเบิกค่าโดยสารเครื่องบิน แต่ถ้าได้รับความช่วยเหลือค่าโดยสารเครื่องบินเพียงเที่ยวเดียว ให้เบิกค่าโดยสารเครื่องบินอีกหนึ่งเที่ยวในชั้นเดียวกับที่ได้รับความช่วยเหลือ แต่ต้องไม่สูงกว่าสิทธิที่พึงได้รับ

(๒) กรณีมีการจัดที่พักให้ ให้งดเบิกค่าเช่าที่พัก แต่ถ้าได้รับความช่วยเหลือค่าเช่าที่พักต่ํากว่าสิทธิที่พึงได้รับ ให้เบิกค่าเช่าที่พักสมทบเฉพาะส่วนที่ขาดตามที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับค่าเช่าที่พักที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว จะต้องไม่เกินสิทธิที่พึงได้รับ

(๓) กรณีได้รับความช่วยเหลือค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางต่ํากว่าสิทธิที่พึงได้รับ ให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางสมทบเฉพาะส่วนที่ขาด แต่ถ้ามีการจัดอาหารในระหว่างการฝึกอบรม การเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ ๑๘

การเบิกค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้จัดทํารายละเอียดค่าใช้จ่ายตามแบบรายละเอียดค่าใช้จ่ายกรณีได้รับความช่วยเหลือที่สํานักงานกําหนด พร้อมแนบสําเนาหนังสือของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย แต่ถ้าหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือไม่ได้ระบุวงเงินให้ความช่วยเหลือไว้ ให้คํานวณเงินค่าใช้จ่ายที่ได้รับความช่วยเหลือตามอัตราค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๙/๓

ข้อ ๒๙/๓ ในกรณีที่สํานักงานประสงค์จะจ้างจัดฝึกอบรมในโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมไ่ม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ดําเนินการได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ และถ้าใช้เครื่องบินโดยสารเป็นยานพาหนะในการเดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศ ให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีและหนังสือกระทรวงการคลังที่กําหนดในเรื่องดังกล่าวด้วย

การจ่ายเงินค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินของผู้รับจ้างเป็นหลักฐานการจ่าย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การเบิกจ่ายเงินและการรายงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓

อักขราทร จุฬารัตน

กรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ทําหน้าที่ประธานกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

37 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ [ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นฉบับที่ต้องใช้บังคับในปัจจุบัน] (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_64140c70c6678bb9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com