法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 2/2563

เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ

อื่นๆ ๑ เหตุผลในการออกประกาศ

เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาภาคครัวเรือนของไทยประสบปัญหาหนี้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นหนี้ด้อยคุณภาพทั้งในส่วนของสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกําหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกําหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 เพื่อขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจของบริษัทบริหารสินทรัพย์ให้สามารถรับซื้อ รับโอน และรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้วยคุณภาพจากผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินได้ รวมทั้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถทําหน้าที่ในการให้คําปรึกษาให้แก่ลูกหนี้สถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนสามารถดําเนินการได้อย่างครบถ้วน เบ็ดเสร็จ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีการกําหนดต้องห้ามของกรรมการและผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อส่งเสริมให้บริษัทบริหารสินทรัพย์มีการดําเนินงานที่โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ด้วยปัจจุบันสภาพแวดล้อมทางการเงินมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคาดเดายาก รวมทั้งมีแนวโน้มการนําเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการทางการเงินและการให้ความสําคัญกับการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลทําให้ธรรมาภิบาลในองค์กรถือเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสําคัญในการดําเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส่และน่าเชื่อถือ อันจะนําไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ความมั่นคงในระยะยาว การเพิ่มมูลค่าของกิจการ ตลอดจนการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน นอกจากนี้ ด้วยสาเหตุที่สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ประกาศใช้มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศและมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่งวดบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ในการนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศนี้ เพื่อกําหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์เพิ่มเติมจากที่กําหนดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ตลอดจนปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินดังกล่าว

อื่นๆ ๒ อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 4/1 มาตรา 4/2 มาตรา 5 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 11/1 แห่งพระราชกําหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและ ข้อ 3 (8) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2541 ออกตามความในพระราชกําหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ตามที่กําหนดในประกาศนี้

อื่นๆ ๓ ยกเลิก

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 5/2552 เรื่อง การกําหนดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและหลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 25 เมษายน 2562

อื่นๆ ๔ ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ทุกแห่ง

อื่นๆ ๕ เนื้อหา

5.1 คําจํากัดความ

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทจํากัด บริษัทมหาชนจํากัด ห้างหุ้นส่วนจํากัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

“บริษัทจํากัด” หมายความว่า บริษัทจํากัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชนจํากัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด

“บริษัทบริหารสินทรัพย์” หมายความว่า บริษัทจํากัดที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และนิติบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา

“ผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน” หมายความว่า

(1) ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตซึ่งเป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย

(2) ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย

(3) ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพซึ่งเป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย

(4) ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดซึ่งเป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย

(5) ผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา

“บริษัทแม่” หมายความว่า บริษัทที่มีอํานาจควบคุมกิจการของบริษัทอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในลักษณะดังต่อไปนี้

(1) มีหุ้นในบริษัทหนึ่งเกินกว่าร้อยละ 50 ของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด

(2) มีอํานาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทหนึ่ง

(3) มีอํานาจควบคุมการแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้มีอํานาจในการจัดการหรือกรรมการตั้งแต่กึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดในบริษัทหนึ่ง หรือ

(4) มีอํานาจควบคุมกิจการในลักษณะอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนดให้เป็นบริษัทแม่ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

การมีหุ้นในบริษัทหนึ่งตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไปของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีอํานาจควบคุมกิจการ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีอํานาจควบคุมกิจการ

“บริษัทลูก” หมายความว่า

(1) บริษัทที่มีบริษัทอื่นเป็นบริษัทแม่ หรือ

(2) บริษัทลูกของบริษัทตาม (1) ต่อไปทุกทอด

“บริษัทร่วม” หมายความว่า บริษัทลูกที่มีบริษัทแม่ร่วมกัน

“ผู้มีอํานาจในการจัดการ” หมายความว่า

(1) ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(2) บุคคลซึ่งบริษัทบริหารสินทรัพย์ทําสัญญาให้มีอํานาจในการบริหารทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ

(3) บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอํานาจควบคุมหรือครอบงําผู้จัดการหรือกรรมการหรือการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ให้ปฏิบัติตามคําสั่งของตนในการกําหนดนโยบาย หรือการดําเนินงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์

“ผู้ที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่า บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับอีกบุคคลหนึ่งในลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นคู่สมรส

(2) เป็นบุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

(3) เป็นบริษัทที่บุคคลนั้นหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) มีอํานาจในการจัดการ

(4) เป็นบริษัทที่บุคคลนั้นหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) มีอํานาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

(5) เป็นบริษัทที่บุคคลนั้นหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) มีอํานาจควบคุมการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ

(6) เป็นบริษัทลูกของบริษัทตาม (3) หรือ (4) หรือ (5)

(7) เป็นบริษัทร่วมของบริษัทตาม (3) หรือ (4) หรือ (5)

(8) เป็นตัวการ ตัวแทน หรือ

(9) บุคคลอื่นที่มีลักษณะตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนดให้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

ในกรณีที่บุคคลใดถือหุ้นในบริษัทใดตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไปของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริษัทนั้นเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง

“สินทรัพย์” หมายความว่า สินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน สินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดําเนินกิจการ เลิก หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองเซอร์ และสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินตลอดจนหลักประกันของสินทรัพย์นั้น

“สินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน” หมายความว่า

(1) สินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (non-performing) และสินทรัพย์ทางการเงินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตเมื่อซื้อหรือเมื่อเกิดรายการ (purchased or originated credit-impaired) รวมถึงสินทรัพย์ที่เสียหายหรือสินทรัพย์ที่สถาบันการเงินตัดออกจากบัญชี ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงิน ซึ่งสินทรัพย์ทางการเงิน และสินทรัพย์ที่เสียหายหรือสินทรัพย์ที่สถาบันการเงินตัดออกจากบัญชีข้างต้น หมายถึงลูกหนี้จากการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อของสถาบันการเงิน ตามที่กําหนดในแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยแนวนโยบายการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อ การลงทุนในหลักทรัพย์ และการขายสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน เท่านั้น

(2) ทรัพย์สินรอการขาย

(3) สินทรัพย์ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เกิดจากการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้วยคุณภาพจากสถาบันการเงิน สินทรัพย์จากสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดําเนินกิจการ เลิก หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และสินทรัพย์ด้วยคุณภาพจากผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน

“สินทรัพย์ด้อยคุณภาพของผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน” หมายความว่า

(1) สินทรัพย์ของผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ลูกหนี้ค้างชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือนนับแต่วันถึงกําหนดชําระ หรือวันที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินทวงถามหรือเรียกให้ชําระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ตลอดจนสินทรัพย์ที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินตัดออกจากบัญชีไปแล้ว

(2) สินทรัพย์ของผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินนอกจาก (1) ที่เข้าลักษณะที่แสดงว่าอาจมีปัญหาในการเรียกให้ชําระคืนหรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติ ซึ่งได้แก่ลูกหนี้ที่มีลักษณะ ดังนี้

(2.1) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญ

(2.2) ลูกหนี้ที่หยุดดําเนินกิจการ เลิกกิจการ หรือกิจการอยู่ระหว่างชําระบัญชี

(2.3) ลูกหนี้ที่ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว

(2.4) ลูกหนี้ที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินได้ฟ้องหรือได้ยื่นคําขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง และในกรณีนั้น ๆ ได้มีการบังคับหรือคําสั่งของศาลแล้ง

(3) ทรัพย์สินรอการขาย

“ธุรกิจทางการเงินและระบบการชําระเงิน” หมายความว่า

(1) ธุรกิจสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(2) ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกํากับธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สําหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล ซึ่งเป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย

(3) ธุรกิจระบบการชําระเงินภายใต้การกํากับและธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน

(4) ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์

(5) ธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

(6) ธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต และธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย

(7) ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน และธุรกิจให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(8) ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(9) ธุรกิจทรัสตีตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน

(10) ธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

(11) ธุรกิจอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด

“มาตรฐานการบัญชี” หมายความว่า มาตรฐานการบัญชีที่ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และให้หมายความรวมถึงมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย

“ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับ เก็บรักษาหรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

5.2 หลักเกณฑ์ในการยื่นคําขอจดทะเบียน

บริษัทจํากัดที่ประสงค์จะยื่นคําขอจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ จะต้องยื่นคําขอจดทะเบียนพร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กําหนดในคู่มือประชาชนต่อธนาคารแห่งประเทศไทย

5.3 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

5.3.1 การกําหนดกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์

(1) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องกําหนดกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยต้องเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อให้ความเห็นชอบทุกปี ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วยทิศทางและนโยบายในการประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ เป้าหมายในการบริการแก่ลูกค้า รวมถึงนโยบายการดูแลลูกค้า

(2) กลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจตามข้อ 5.3.1 (1) ต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ที่มีวัตถุประสงค์ให้บริษัทจํากัดที่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ดําเนินการรับซื้อ รับโอน หรือรับจ้างบริหารสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นหนึ่งกลไกในการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้วยคุณภาพในระบบสถาบันการเงินและในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ในการนี้ กลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจของบริษัทบริหารสินทรัพย์จะต้องมิใช่การดําเนินการที่มีลักษณะ เป็นการรับซื้อ รับโอน หรือรับจ้างบริหารสินทรัพย์ ที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ เช่น กรณีการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ และนํามาบริหารหรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจอื่น

5.3.2 การกําหนดหลักเกณฑ์หรือระเบียบปฏิบัติ สําหรับกรรมการและผู้มีอํานาจในการจัดการ

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องกําหนดหลักเกณฑ์หรือระเบียบวิธีปฏิบัติที่ช่วยป้องกันมิให้กรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กระทําการหรือไม่กระทําการอันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น

นอกจากนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องไม่แต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ และบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทําหน้าที่กรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์

(1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(2) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริต

(3) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงและการแปลงตามประมวลกฎหมายอาญาหรือความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

(4) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฟอกเงินหรือเคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเป็นบุคคลที่ถูกกําหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทําอันเป็นการก่อการร้าย หรือการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง หรือเคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูงตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง

(5) เคยเป็นกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินและระบบการชําระเงินยกเว้นธุรกิจบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ในขณะที่ถูกเพิกถอนการอนุญาตประกอบธุรกิจ หรือเพิกถอนการจดทะเบียนประกอบธุรกิจ โดยผู้นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบในการถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือถูกเพิกถอนการจดทะเบียน

(6) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน หรือเคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือเคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย เว้นแต่การถอดถอนนั้นไม่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตหรือทุจริตต่อหน้าที่

(7) เคยถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ องค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ ฐานทุจริตต่อหน้าที่

(8) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจทางการเงินและระบบการชําระเงิน

(9) เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือหน่วยงานของรัฐทั้งในและต่างประเทศ กล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกําลังถูกดําเนินคดี ในความผิดฐานฉ้อโกง หรือทุจริต เว้นแต่ปรากฏว่าคดีถึงที่สุดโดยไม่มีความผิด

(10) มีเหตุอันสมควรสงสัยว่าได้กระทําหรือเคยกระทําการอันเป็นการ หรือก่อให้เกิดการฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชน หรือเป็นการปฏิบัติต่อผู้บริโภคโดยไม่สุจริตหรือไม่เป็นธรรม

(11) มีเหตุอันควรสงสัยว่าได้กระทําหรือเคยกระทําการอันเป็นการ หรือก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดอันอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีพฤติกรรมที่แสดงถึงการกระทําอันส่อไปในทางไม่สุจริต

5.3.3 การย้ายหรือปิดสํานักงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์

การย้ายสํานักงานใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องรับได้อนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดําเนินการ โดยให้ยื่นคําขอพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กําหนดในคู่มือประชาชน มายังธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ในการย้ายสถานที่ตั้งสํานักงานใหญ่หรือสํานักงานสาขา หรือปิดสํานักงานสาขา บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องกําหนดแนวทางดําเนินการเพื่ออํานวยความสะดวกให้ลูกค้าและประชาชนตามความเหมาะสม รวมทั้งต้องประกาศกําหนดการย้ายสถานที่ตั้งสํานักงานใหญ่หรือสํานักงานสาขา หรือปิดสํานักงานสาขา ไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานนั้น ๆ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน เว้นแต่กรณีที่เป็นการปิดสํานักงานสาขาเพียงชั่วคราวเนื่องจากเหตุฉุกเฉินหรือเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจทราบล่วงหน้าได้ ให้ประกาศทันทีปิดสํานักงานสาขาชั่วคราว

5.3.4 ขอบเขตการประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องประกอบธุรกิจภายในขอบเขตการบริหารสินทรัพย์ตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์เท่านั้น รวมถึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) การรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์

ในการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้วยคุณภาพของสถาบันการเงินหรือสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดําเนินกิจการ เลิก หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ หรือสินทรัพย์ด้วยคุณภาพของผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน ตลอดจนหลักประกันของสินทรัพย์นั้น ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถดําเนินการได้ดังต่อไปนี้

(1.1) กรณีรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถรับซื้อหรือรับโอนได้เฉพาะสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ตลอดจนหลักประกันของสินทรัพย์นั้น เท่านั้น

(1.2) กรณีรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดําเนินกิจการ เลิก หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งกฎหมายกําหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ทุกประเภท ตลอดจนหลักประกันของสินทรัพย์นั้น

(1.3) กรณีรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน ซึ่งกฎหมายกําหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถรับซื้อหรือรับโอนได้เฉพาะสินทรัพย์ด้วยคุณภาพ ตลอดจนหลักประกันของสินทรัพย์นั้น โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องมีระบบการบัญชี และการจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ดังกล่าว แยกต่างหากจากกิจการอื่นของบริษัทบริหารสินทรัพย์

(2) การรับจ้างบริหารสินทรัพย์

ในการรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้วยคุณภาพของสถาบันการเงินสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดําเนินกิจการ เลิก หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ หรือสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน ตลอดจนหลักประกันของสินทรัพย์นั้น ซึ่งกฎหมายกําหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถดําเนินการได้ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องมีระบบการบัญชีและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจ้างบริหารสินทรัพย์ดังกล่าว แยกต่างหากจากกิจการอื่นของบริษัทบริหารสินทรัพย์

(3) การรับเป็นที่ปรึกษาในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ในการรับเป็นที่ปรึกษาให้แก่ลูกหนี้ สถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และการดําเนินการที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นที่ปรึกษาดังกล่าว ซึ่งกฎหมายกําหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถดําเนินการได้ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องมีระบบการจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการรับเป็นที่ปรึกษาในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวแยกต่างหากจากกิจการอื่นของบริษัทบริหารสินทรัพย์

ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์อาจดําเนินการเพื่อบริหารสินทรัพย์ที่ได้รับซื้อหรือรับโอนตามข้อ 5.3.4 (1) หรือรับจ้างบริหารตามข้อ 5.3.4 (2) ภายในขอบเขตธุรกิจบริหารสินทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบ 1

5.3.5 การจัดหาเงินทุน

บริษัทบริหารสินทรัพย์อาจจัดหาเงินทุนได้ด้วยวิธีการดังนี้

(1) กู้ยืมเงินจากในหรือต่างประเทศ

(2) ออกหลักทรัพย์เฉพาะ

(2.1) หุ้นหรือหุ้นกู้ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(2.2) ตราสารหนี้ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย

5.3.6 การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing)

บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกได้เฉพาะในส่วนของงานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (strategic function) ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ โดยการพิจารณางานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ดังกล่าว ให้พิจารณาการจัดกลุ่มตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) รวมทั้งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน โดยอนุโลม

อนึ่ง บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกต้องรับผิดชอบต่อลูกค้าเสมือนบริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นผู้ดําเนินการเอง และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องสําคัญ 3 ประการ ได้แก่

(1) การดูแลเรื่องความจ่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจและการให้บริการแก่ลูกค้า

(2) การมีระบบดูแลลูกค้าอย่างเหมาะสม โดยเน้นในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้าอย่างเพียงพอ การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ตลอดจนการดูแลเรื่องร้องเรียนและแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้า

(3) การมีระบบการบริหารความเสี่ยงจากการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก

ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 2 และต้องดําเนินการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ตรวจสอบภายนอก หรือหน่วยงานของทางการอื่น สามารถเข้าตรวจสอบการดําเนินงานระบบการควบคุมภายในต่าง ๆ ของผู้ให้บริการภายนอกหรือผู้รับจ้างช่วงงานต่อ (ถ้ามี) ได้ โดยข้อมูลดังกล่าวจะต้องมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

5.3.7 อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง

ในกรณีที่บริษัทบริหารสินทรัพย์รับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงิน ถ้าปรากฏว่าสัญญาเดิมกําหนดอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นอัตราลอยตัวและไม่มีฐานในการคํานวณอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินเดิมให้อ้างอิงได้ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์คํานวณอัตราดอกเบี้ยที่จะเรียกเก็บจากลูกหนี้ตามสัญญาเดิมดังกล่าวได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทนั้น ๆ ของ 5 ธนาคารพาณิชย์ใหญ่ ณ วันที่กําหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตามสัญญาเดิม

5.3.8 การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct)

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct) รวมถึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) การเปิดเผยข้อมูลอัตราดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะเรียกเก็บจากลูกค้า

บริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเรียกเก็บจากลูกค้า ให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าก่อนวันที่อัตราดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั้น มีผลบังคับใช้ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องมีกระบวนการที่ทําให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าได้รับทราบและเข้าใจในรายละเอียดดังกล่าวอย่างชัดเจน เช่น ประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการทุกแห่ง เผยแพร่ในเว็บไซต์ หรือช่องทางอื่น ของบริษัทบริหารสินทรัพย์

(2) การจัดทําตารางแสดงภาระหนี้

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องจัดทําตารางแสดงภาระหนี้สําหรับลูกค้าแต่ละราย โดยให้แสดงรายละเอียดของข้อมูลเป็นรายงวด ซึ่งอย่างน้อยข้อมูลแต่ละงวดต้องประกอบด้วยจํานวนเงินที่ลูกค้าต้องชําระ โดยแยกเป็นเงินต้นและดอกเบี้ย จํานวนเงินต้นคงค้าง เพื่อมอบให้แก่ลูกค้าเมื่อมีการทําสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือทําสัญญาสินเชื่อเพิ่มเติมสําหรับลูกค้าซึ่งเป็นลูกหนี้ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ได้รับซื้อหรือรับโอน

(3) การเรียกให้ชําระหนี้และการติดตามทวงถามให้ชําระหนี้

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้ รวมถึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(3.1) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแสดงรายละเอียดการคํานวณดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากลูกค้าในใบแจ้งหนี้

(3.2) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งเตือนลูกค้าที่ผิดนัดชําระหนี้ก่อนดําเนินการบังคับชําระหนี้ตามกฎหมาย โดยต้องมีระยะเวลาที่เพียงพอให้ลูกค้าตรวจสอบและโต้แย้งรายการดังกล่าวได้

(4) การปฏิบัติและการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลของลูกค้า

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องดูแลให้มีการรักษาข้อมูลของลูกค้าไว้เป็นความลับ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์จะเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าได้เฉพาะ กรณีดังต่อไปนี้

(4.1) การเปิดเผยโดยได้รับความยินยอมจากลูกค้าแล้ว

(4.2) การเปิดเผยตามหน้าที่ หรือเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดี

(4.3) การเปิดเผยแก่ผู้สอบบัญชีของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น

(4.4) การส่งข้อมูลเครดิตให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต

(4.5) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

(5) การปฏิบัติเมื่อมีข้อร้องเรียน

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องดําเนินการตรวจสอบเมื่อลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และแจ้งความคืบหน้าของผลการตรวจสอบ รวมทั้งชี้แจงขั้นตอนการดําเนินการต่อไปให้ลูกค้าทราบภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งการร้องเรียน รวมทั้งดําเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนนั้นให้แล้วเสร็จ และแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยเร็ว

5.3.9 การจัดทําบัญชีและงบการเงิน และการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องจัดทําบัญชีและงบการเงิน และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ดังนี้

(1) บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินหรือบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เป็นบริษัทแม่ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยข้อกําหนดเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีของสถาบันการเงินโดยอนุโลม

(2) บริษัทบริหารสินทรัพย์นอกเหนือจากข้อ 5.3.9 (1) ต้องบันทึกบัญชีตามที่มาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้องกําหนด

(3) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องใช้รูปแบบงบการเงินของบริษัทเงินทุนตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการจัดทําและการประกาศงบเงินของบริษัทเงินทุน และบัตรเครดิตฟองซิเอร์ โดยอนุโลม ยกเว้นกรณีบริษัทบริหารสินทรัพย์ซึ่งเป็นกิจการที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียสาธารณะ (Non-Publicly Accountable Entites: NPAEs) ตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี และประสงค์ที่จะจัดทํารายงานทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานสําหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะตามที่ประกาศกําหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้นํารูปแบบงบการเงินตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 21/2558 เรื่อง การจัดทําและการประกาศงบการเงินของธนาคารพาณิชย์และบริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2558 มาใช้โดยอนุโลม

(4) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องปิดบัญชีทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลา 1 ปี

(5) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องใช้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินหรือบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เป็นบริษัทแม่ ต้องใช้ผู้สอบบัญชีในสํานักงานเดียวกันกับผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินหรือบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่เป็นบริษัทแม่ดังกล่าว

ทั้งนี้ ในกรณีที่สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ถือว่าสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 5.3.9 (5) วรรคหนึ่ง

5.3.10 การประกาศและจัดส่งงบการเงิน

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องประกาศและจัดส่งงบการเงินที่จัดทําขึ้นเป็นภาษาไทยซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบรวมทั้งได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีการลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอํานาจกระทําการแทนของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) เปิดเผย ณ สํานักงานใหญ่และสํานักงานสาขาของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น โดยสามารถเปิดเผยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชี

ทั้งนี้ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เปิดเผยเฉพาะรายงานของผู้สอบบัญชีงบแสดงฐานะการเงิน และงบกําไรขาดทุนและกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากรายงานของผู้สอบบัญชีมีการอ้างถึงหมายเหตุประกอบงบการเงินใดโดยไม่ระบุจํานวนเงินที่เกี่ยวข้องในรายงานผู้สอบบัญชี ให้แสดงหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีอ้างถึงนั้นไว้ด้วย

(2) เผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (ถ้ามี) โดยต้องเปิดเผยรายงานของผู้สอบบัญชี งบแสดงฐานะการเงิน งบกําไรขาดทุนและกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงินทั้งหมด

(3) จัดส่งงบการเงิน ซึ่งได้แก่ รายงานของผู้สอบบัญชี งบแสดงฐานะการเงิน งบกําไรขาดทุนและกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงินทั้งหมด มายังธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชี เว้นแต่มีเหตุจําเป็นและได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยในการผ่อนผันธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ต้องปฏิบัติได้

5.3.11 การจัดทําและการยื่นรายงานที่เกี่ยวข้อง

(1) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องจัดและจัดส่งแบบรายงานในรูปแบบและภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด โดยส่งผ่านช่องทางระบบบริการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (DMS Data Acquisition)

(2) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องจัดทําและจัดส่งรายงานและข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติมเป็นรายกรณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ

5.3.12 การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น กรรมการและผู้มีอํานาจในการจัดการ

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น กรรมการและผู้มีอํานาจในการจัดการตามที่กําหนดในคู่มือประชาชนให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันทําการ นับแต่วันที่มีกรณีดังต่อไปนี้เกิดขึ้น

(1) กรณีมีบุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เกินกว่าร้อยละ 10 ของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยให้รวมถึงหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวถือหรือมีไว้ด้วย

(2) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์

5.3.13 บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินหรือบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เป็นบริษัทแม่

บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินหรือบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เป็นบริษัทแม่ นอกจากจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศนี้แล้ว ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์รอการขายตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 3 รวมถึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศและแนวนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยตามเอกสารแนบ 4 โดยอนุโลม

5.3.14 การจัดทํา จัดเก็บ และจัดส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

กรณีที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ประสงค์จะดําเนินการเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด เช่น การจัดทํา จัดเก็บหรือจัดส่งข้อมูล การแจ้งข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงการแจ้งข้อมูลต่าง ๆ แก่ผู้ใช้บริการทางการเงินตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ แก่ผู้ใช้บริการทางการเงินเป็นการทั่วไป ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถดําเนินการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยให้นําหลักเกณฑ์ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการจัดทํา จัดเก็บ และส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงิน มาใช้โดยอนุโลม

อื่นๆ ๖ บทเฉพาะกาล

ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนแล้วในก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการและผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในคู่มือประชาชน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้

สําหรับบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนแล้วในก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ และมีกรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5.3.2 ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ดําเนิดการแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 180 วันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้

อื่นๆ ๗ วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ยกเว้นข้อกําหนดเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct) ตามข้อ 5.3.8 ให้ใช้บังคับเมื่อประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct) มีผลบังคับใช้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563

(นายวิรไท สันติประภพ)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ฝ่ายนโยบายการกํากับสถาบันการเงิน

โทรศัพท์ 0 2283 5806, 0 2283 5837

โทรสาร 0 2283 5983

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_643039f49620768e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com