法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า "แห่งประเทศไทย" พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
38
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ระเบียบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการดำเนินการเลือก” หมายความว่า

คณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

“ประธานกรรมการดำเนินการเลือก” หมายความว่า

ประธานกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

“กรรมการดำเนินการเลือก” หมายความว่า

กรรมการดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

“คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนในการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

“อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน” หมายความว่า

อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนในการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

คณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เพื่อให้การเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการดำเนินการเลือกหนึ่งคนและกรรมการดำเนินการเลือกอีกจำนวนไม่เกินหกคน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประธานกรรมการดำเนินการเลือกและกรรมการดำเนินการเลือกต้องไม่เป็นนายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” กรรมการสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑) จัดทำรายชื่อนายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ผู้มีสิทธิลงคะแนน

และผู้มีสิทธิสมัครรับเลือก

(๒) ดำเนินการรับสมัครรับเลือก

(๓) ตรวจสอบคุณสมบัติและหลักฐานการสมัครรับเลือก

(๔) ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกและผู้มีสิทธิลงคะแนน

(๕) กำหนดรูปแบบบัตรลงคะแนนที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับช่องลงคะแนน

รายชื่อผู้สมัครรับเลือกและหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือก

(๖) กำหนดรูปแบบ ลักษณะ

และรายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการเลือก

(๗) พิจารณาตัดสิทธิลงคะแนนของผู้มีสิทธิลงคะแนนที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้

(๘) ประกาศผลการเลือก

(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน

หรือคณะอนุกรรมการอื่นเพื่อช่วยดำเนินการตามระเบียบนี้

ให้นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนแก่คณะกรรมการดำเนินการเลือกตามที่คณะกรรมการดำเนินการเลือกร้องขอ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการดำเนินการเลือกโดยอนุโลม

การลงมติวินิจฉัยของคณะกรรมการดำเนินการเลือกให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการดำเนินการเลือกคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการดำเนินการเลือกออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

การสมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อจะมีการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ให้นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาส่งบัญชีรายชื่อนายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ให้แก่คณะกรรมการดำเนินการเลือก

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดทำประกาศการรับสมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” โดยต้องกำหนดวัน เวลา สถานที่

และรายละเอียดการรับสมัครรับเลือก และวันเลือกและสถานที่เลือกไว้ด้วย ทั้งนี้ วันเลือกต้องเป็นวันหยุดราชการและสถานที่เลือกต้องจัดในเขตกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล

ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดส่งประกาศตามวรรคหนึ่งไปยังสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ตามที่ปรากฏในทะเบียนของนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา

โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ และถือว่าสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” นั้นได้รับแจ้งประกาศดังกล่าวแล้วเมื่อครบเจ็ดวันนับแต่วันส่ง

ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกปิดประกาศตามวรรคหนึ่งไว้ ณ ที่ทำการ

กกท. สำนักงานใหญ่พร้อมทั้งเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของการกีฬาแห่งประเทศไทย

หรือจะประกาศทางสื่อมวลชนอื่นเพิ่มเติมหรือปิดประกาศ ณ สำนักงาน กกท. จังหวัด

ตามที่เห็นสมควรด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้สมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” นอกจากต้องดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” และไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของการกีฬาแห่งประเทศไทยแล้ว

ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันสมัคร

(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๖)

ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๗) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น

หรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๘) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง

เว้นแต่เป็นการดำรงตำแหน่งกรรมการตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

(๙) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง

หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง

(๑๐) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่

(๑๑) ไม่เป็นกรรมการ หรือผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ

หรือมีส่วนได้เสียในนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ร่วมทุน

หรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของการกีฬาแห่งประเทศไทย เว้นแต่เป็นประธานกรรมการ

กรรมการ หรือผู้บริหารโดยการมอบหมายของการกีฬาแห่งประเทศไทย

(๑๒) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจอื่นเกินกว่าสองแห่ง ทั้งนี้ ให้นับรวมการเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

และการได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งกรรมการด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้นายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ยื่นใบสมัครตามแบบ

คกก. ๑ ท้ายระเบียบนี้ต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือก

พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้

(๒) ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

(๓) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกขนาด ๔ x ๖ เซนติเมตร

ถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือนนับถึงวันสมัคร จำนวนสองรูป

(๔) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกขนาด ๔ x ๖ นิ้ว

ถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือนนับถึงวันสมัครจำนวนสองรูป

(๕) หลักฐานแสดงการเป็นนายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ที่นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬารับรองหรือออกให้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกได้รับใบสมัครพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ

๑๑ แล้ว ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกตรวจสอบความถูกต้องของใบสมัครและความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบใบสมัคร

ในกรณีที่ใบสมัครที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้องหรือเอกสารหรือหลักฐานประกอบใบสมัครไม่ครบถ้วนให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกแนะนำให้ผู้สมัครรับเลือกแก้ไขเพิ่มเติมใบสมัครให้ถูกต้องหรือนำเอกสารหรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมภายในเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการเลือกกำหนด

ในกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกไม่แก้ไขเพิ่มเติมใบสมัครหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในเวลาตามวรรคสอง

ให้ถือว่าผู้สมัครรับเลือกไม่ประสงค์จะสมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดทำบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ตามลำดับการสมัครรับเลือกพร้อมบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนน

ส่งไปยังสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก่อนกำหนดวันเลือกไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน

ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกปิดประกาศบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนไว้

ณ ที่ทำการ กกท. สำนักงานใหญ่ พร้อมทั้งเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของการกีฬาแห่งประเทศไทย

หรือจะประกาศทางสื่อมวลชนอื่นเพิ่มเติมหรือปิดประกาศ ณ สำนักงาน กกท. จังหวัด

ตามที่เห็นสมควรด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ก่อนกำหนดวันเลือกไม่น้อยกว่าห้าวัน

ถ้าผู้มีสิทธิลงคะแนนผู้ใดยังไม่ได้รับบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ให้ผู้นั้นแจ้งต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกเพื่อดำเนินการให้ตนทราบรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการเลือกพบว่าบัญชีรายชื่อหรือหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” หรือบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนมีข้อผิดพลาด

ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนกำหนดวันเลือกไม่น้อยกว่าสามวัน

เพื่อให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนนำไปปิดประกาศตามข้อ ๑๖ (๔)

การดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนขึ้นคณะหนึ่ง

ประกอบด้วยประธานอนุกรรมการหนึ่งคนและอนุกรรมการอีกจำนวนไม่เกินสิบคน

มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำบัตรลงคะแนน

(๒) จัดเตรียมสถานที่ลงคะแนน สถานที่ตรวจนับคะแนน

และสถานที่สังเกตการณ์

(๓) จัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ลงคะแนน ดังต่อไปนี้

(ก) หีบบัตรลงคะแนน

(ข) คูหาลงคะแนน

(ค) เครื่องเขียน

(ง) กระดานดำ กระดาษ

หรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันเพื่อใช้ในการตรวจนับคะแนน

(๔) ปิดประกาศบัญชีรายชื่อ

หมายเลขประจำตัวพร้อมรูปถ่ายของผู้สมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนน

(๕) จัดระเบียบและควบคุมดูแลให้ความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิลงคะแนน

เพื่อให้การลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

รวมทั้งต้องมิให้ผู้ใดเข้าไปในสถานที่ลงคะแนน

เว้นแต่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการลงคะแนนในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนน

(๖) ตรวจสอบหลักฐานการแสดงตนของผู้มีสิทธิลงคะแนน

บันทึกชื่อและหมายเหตุลงในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนน

(๗) ส่งบัตรลงคะแนนให้กับผู้มีสิทธิลงคะแนนเพื่อใช้สิทธิลงคะแนน

(๘) จัดระเบียบในการเข้าไปลงคะแนนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๙) ดำเนินการตรวจนับคะแนน

(๑๐)

รักษาความสงบเรียบร้อยในสถานที่ตรวจนับคะแนนเพื่อให้การตรวจนับคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

รวมทั้งต้องมิให้ผู้ใดเข้าไปในสถานที่ตรวจนับคะแนน

เว้นแต่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตรวจนับคะแนนในระหว่างที่มีการตรวจนับคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ปรากฏต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกว่า

ผู้สมัครรับเลือกผู้ใดตายหรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๐ ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกแจ้งให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนทราบ

และให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกผู้นั้นไว้

ณ สถานที่ลงคะแนนเพื่อให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนทราบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในวันลงคะแนน

ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกมอบหมายให้กรรมการดำเนินการเลือกจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนมาประจำ

ณ สถานที่ลงคะแนนและสถานที่ตรวจนับคะแนน

เพื่อให้การดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ที่ประสงค์จะส่งบุคคลใดมาเป็นผู้สังเกตการณ์ในการลงคะแนนหรือการตรวจนับคะแนน

ให้ยื่นหนังสือแต่งตั้งผู้สังเกตการณ์จำนวนหนึ่งคนต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่าสามวัน

ผู้สังเกตการณ์ต้องอยู่ในสถานที่ที่คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนกำหนดไว้

โดยสามารถมองเห็นการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนได้

หากผู้สังเกตการณ์กระทำ

การอันเป็นอุปสรรคแก่การลงคะแนนหรือการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน

ให้ประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นออกไปจากสถานที่สังเกตการณ์ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในวันลงคะแนน

ให้ประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนเปิดการลงคะแนน ตั้งแต่เวลา

๐๙.๐๐ นาฬิกา โดยเปิดหีบบัตรลงคะแนนในที่เปิดเผยแสดงให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนซึ่งอยู่

ณ สถานที่เลือก เห็นว่าหีบบัตรลงคะแนนเป็นหีบเปล่า

แล้วให้ทำการบันทึกการดำเนินการดังกล่าว

โดยให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนไม่น้อยกว่าสองคนซึ่งอยู่ ณ

สถานที่เลือกในขณะนั้นลงลายมือชื่อในบันทึกด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การลงคะแนนให้ลงคะแนนโดยวิธีการลงคะแนนลับ

ในการลงคะแนน ให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนไปแสดงตนต่ออนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนโดยแสดงหลักฐานการเป็นนายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

ให้อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนตรวจสอบรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนน

และให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนน

แล้วให้อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนมอบบัตรลงคะแนนที่มีลายมือชื่อของประธานกรรมการดำเนินการเลือกกำกับเป็นหลักฐานให้แก่ผู้นั้นเพื่อไปลงคะแนน

ผู้มีสิทธิลงคะแนนต้องมาใช้สิทธิด้วยตนเอง

จะมอบให้ผู้อื่นมาใช้สิทธิแทนไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนได้รับบัตรลงคะแนนแล้ว

ให้ไปยังคูหาลงคะแนนที่ว่างคูหาละหนึ่งคน โดยให้ทำเครื่องหมายกากบาทในบัตรลงคะแนนในช่องทำเครื่องหมายให้ตรงกับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกซึ่งตนต้องการเลือกเพียงหมายเลขเดียว

หรือในกรณีที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ทำเครื่องหมายกากบาทในช่องทำเครื่องหมาย

“ไม่ลงคะแนน” แล้วพับบัตรลงคะแนนเพื่อมิให้ผู้อื่นทราบว่าตนลงคะแนนให้แก่ผู้ใด

แล้วนำบัตรลงคะแนนนั้นใส่ลงหีบบัตรลงคะแนนด้วยตนเองต่อหน้าอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนแล้วออกไปจากสถานที่ลงคะแนน

ทั้งนี้ ต้องลงคะแนนให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้มีสิทธิลงคะแนนจะนำโทรศัพท์

อุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์บันทึกภาพ

หรืออุปกรณ์อื่นใดในลักษณะเดียวกันเข้าไปในสถานที่ลงคะแนนไม่ได้

ในขณะลงคะแนน ผู้มีสิทธิลงคะแนนจะกระทำด้วยประการใด ๆ

เพื่อสร้างหลักฐานการลงคะแนนของตนไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อถึงเวลา

๑๒.๐๐ นาฬิกา

ให้ประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนประกาศปิดการลงคะแนน เช่น

กล่าวว่า “บัดนี้ถึงเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกาแล้ว ให้ปิดการลงคะแนน” ถ้ามีผู้มีสิทธิลงคะแนนซึ่งประสงค์จะลงคะแนนได้มาอยู่ในสถานที่ลงคะแนนแล้วก่อนเวลา

๑๒.๐๐ นาฬิกา ให้ดำเนินการมอบบัตรลงคะแนนตามข้อ ๒๑

ให้แก่ผู้นั้นและเมื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนนั้นลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้วให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนลงลายมือชื่อในป้ายสำหรับปิดช่องใส่บัตรลงคะแนน

และนำป้ายดังกล่าวไปปิดบนหีบบัตรลงคะแนน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนนำบัตรลงคะแนนที่เหลือมานับให้ทราบจำนวนและทำเครื่องหมายโดยเจาะบัตรลงคะแนนที่เหลือทุกบัตรหรือกระทำด้วยวิธีการอื่นใดที่สามารถป้องกันมิให้ใช้บัตรลงคะแนนที่เหลืออยู่ได้

แล้วทำรายงานเกี่ยวกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนและจำนวนบัตรลงคะแนนที่เหลือเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนแล้ว

และให้ลงชื่อกำกับรายงานนั้นไว้จำนวนสามชุด เพื่อ

(๑) ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ลงคะแนน

(๒) ส่งให้คณะกรรมการดำเนินการเลือก

(๓) เก็บไว้เป็นหลักฐาน

การตรวจนับคะแนน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อปิดการลงคะแนนแล้ว

ให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนดำเนินการตรวจนับคะแนน ณ

สถานที่ตรวจนับคะแนนโดยเปิดเผยต่อหน้าผู้ซึ่งอยู่ในสถานที่ตรวจนับคะแนนและบริเวณโดยรอบสถานที่นั้น

และให้ดำเนินการจนแล้วเสร็จในรวดเดียวภายในเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ของวันเลือก

โดยห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการตรวจนับคะแนน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ผู้สังเกตการณ์กระทำการอันเป็นอุปสรรคแก่การตรวจนับคะแนนหรือการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน

ให้ประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นออกไปจากสถานที่สังเกตการณ์ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการตรวจนับคะแนน

ให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนเปิดหีบบัตรลงคะแนน

แล้วดำเนินการตรวจนับคะแนนตามลำดับ ดังต่อไปนี้

(๑) อนุกรรมการประจำ สถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่หนึ่ง

มีหน้าที่หยิบบัตรลงคะแนนทีละฉบับและคลี่บัตรส่งให้อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สอง

(๒) อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สอง

มีหน้าที่วินิจฉัยบัตรลงคะแนนและอ่านผลการลงคะแนน

(๓) อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สาม

มีหน้าที่เจาะบัตรลงคะแนนที่ได้วินิจฉัยและอ่านผลการลงคะแนนจากอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สอง

แล้วใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับใส่บัตรเสีย บัตรดี

และบัตรที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน แล้วแต่กรณี

(๔) อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สี่

มีหน้าที่ขานทวนคะแนน และขีดคะแนนในบันทึกการตรวจนับคะแนน

โดยต้องให้บุคคลทั่วไปที่อยู่ในบริเวณโดยรอบสถานที่ตรวจนับคะแนนเห็นการขีดคะแนนอย่างชัดเจน

อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนที่เหลือมีหน้าที่ช่วยเหลือ

อำนวยความสะดวกและคอยสับเปลี่ยน ในการปฏิบัติหน้าที่กับอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ บัตรลงคะแนนต่อไปนี้

ให้ถือเป็นบัตรเสียและไม่ให้นับคะแนน

(๑)

บัตรที่มิใช่บัตรฉบับที่อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนมอบให้หรือบัตรที่ไม่มีลายมือชื่อของประธานกรรมการดำเนินการเลือกกำกับเป็นหลักฐาน

(๒) บัตรที่เขียนเครื่องหมายกากบาทในช่องหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกเกินหนึ่งเครื่องหมาย

(๓)

บัตรที่มิได้เขียนเครื่องหมายกากบาทในช่องหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกเลย

(๔)

บัตรที่เขียนเครื่องหมายอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาทในช่องหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือก

(๕)

บัตรที่เขียนเครื่องหมายกากบาทในช่องหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกที่ตายหรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

ตามที่ได้ปิดประกาศไว้ตามข้อ ๑๗

(๖)

บัตรที่เขียนเครื่องหมายในช่องหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกไม่ชัดเจนจนไม่สามารถทราบเจตนาอันแท้จริงของผู้เลือกได้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนสลักหลังบัตรเสียว่า

“เสีย” และลงลายมือชื่อกำกับไว้

การประกาศผลการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย”

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจนับคะแนน

ให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนประกาศผลการตรวจนับคะแนน ณ

สถานที่ตรวจนับคะแนน และให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือก

โดยเรียงลำดับผู้ได้รับคะแนนมากที่สุดจนถึงผู้ได้รับคะแนนน้อยที่สุด

และให้ผู้ได้รับคะแนนมากที่สุดเป็นผู้ได้รับเลือก

ในกรณีที่มีผู้ได้รับคะแนนมากที่สุดเท่ากัน

ให้ประธานกรรมการดำเนินการเลือกจับสลากโดยเปิดเผยเพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกในลำดับแรกจำนวนหนึ่งคน

และจัดเรียงลำดับผู้ได้รับเลือกในลำดับถัดไป

ในกรณีที่มีผู้ได้รับคะแนนลำดับอื่นเท่ากัน

ให้ประธานกรรมการดำเนินการเลือกจับสลากโดยเปิดเผย

เพื่อจัดเรียงลำดับในระหว่างผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน

ให้คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนเก็บบัตรลงคะแนนที่ใช้ตรวจนับคะแนนใส่ซองปิดผนึกโดยลงลายมือชื่อคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนกำกับไว้บนซองและแยกเก็บบัตรเสียหรือบัตรลงคะแนนที่เหลือไว้ต่างหาก

และเก็บบัตรลงคะแนนทั้งหมดไว้ด้วยกันในหีบบัตรลงคะแนน

โดยปิดหีบบัตรลงคะแนนใส่กุญแจไว้

แล้วส่งมอบให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เมื่อคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนประกาศผลการตรวจนับคะแนนแล้ว

ถ้าผู้สมัครรับเลือกเห็นว่าการลงคะแนนหรือการตรวจนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ให้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกภายในสามวันนับแต่วันเลือก

เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกได้รับคำคัดค้านแล้ว

ให้ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยสั่งการให้แล้วเสร็จภายในสามวัน

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการดำเนินการเลือกให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ไม่มีการคัดค้านตามข้อ ๓๒

ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกประกาศผลการเลือก

แล้วส่งรายชื่อผู้ได้รับเลือกในลำดับแรกพร้อมทั้งรายงานผลการเลือกต่อรัฐมนตรีภายในสี่วันนับแต่วันเลือก

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในกรณีที่มีการคัดค้าน

ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกรอการประกาศผลการเลือกไว้จนกว่าจะได้วินิจฉัยคำคัดค้านแล้วเสร็จ

ในกรณีที่คำคัดค้านฟังขึ้นและทำให้ผู้ได้รับเลือกในลำดับแรกเปลี่ยนแปลงลำดับไปให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดส่งรายชื่อผู้ได้รับเลือกในลำดับถัดไปพร้อมทั้งให้รายงานผลต่อรัฐมนตรีภายในวันถัดจากวันที่ได้มีคำวินิจฉัย

ในกรณีที่คำคัดค้านฟังไม่ขึ้นหรือฟังขึ้นแต่ไม่ทำให้ผู้ได้รับเลือกในลำดับแรกเปลี่ยนแปลงลำดับไปก็ให้จัดส่งรายชื่อผู้ได้รับเลือกในลำดับแรกนั้นพร้อมทั้งรายงานผลต่อรัฐมนตรีภายในวันถัดจากวันที่ได้มีคำวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า

ผู้ได้รับเลือกในลำดับแรกตาย

หรือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐

ภายในสามวันนับแต่วันเลือก

ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกนำรายชื่อผู้ได้รับเลือกในลำดับถัดไปเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป

ภายในสี่วันนับจากวันเลือก

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เมื่อรัฐมนตรีได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” แล้ว

ให้บัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตามข้อ ๓๑ เป็นอันยกเลิกไป

ในกรณีที่ไม่มีการเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ตามระเบียบนี้

ให้บัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นอันยกเลิกไปและให้รายงานผลต่อรัฐมนตรีเพื่อสั่งการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อรัฐมนตรีได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” แล้ว หากไม่มีการฟ้องคดี

คณะกรรมการดำเนินการเลือกจะทำลายบัตรลงคะแนนหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องก็ได้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ตามมาตรา ๑๔ (๕)

แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นวาระแรก

หากสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ใด ยังไม่มีนายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ตามกฎหมาย ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ตามข้อบังคับของสมาคมกีฬานั้น

เป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภท ผู้แทนสมาคมกีฬาใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” โดยแสดงหลักฐานการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า

“แห่งประเทศไทย” ต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกและคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน

ประกาศ

ณ วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

กอบกาญจน์

วัฒนวรางกูร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ใบสมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” (แบบ คกก. ๑)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๗ กันยายน

๒๕๕๘

ปุณิกา/ผู้ตรวจ

๙ ตุลาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๒๑๓ ง/หน้า ๑/๑๐ กันยายน ๒๕๕๘

38 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า "แห่งประเทศไทย" พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_64ec4326acf1545f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com