ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่ ๑๒
กันยายน ๒๕๖๐ ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑
โดยวิธีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑
ครั้งที่ ๑ โดยมีเงื่อนไขและสาระสำคัญดังนี้
๑. การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑ ได้ดำเนินการจำหน่ายระหว่างวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน
๒๕๖๐ - ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ โดยจำหน่ายให้แก่ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา
มูลนิธิ สถาบันอื่นที่จัดตั้งขึ้นซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร ส่วนราชการสังกัดรัฐบาลกลาง
วัด สถาบันการเงินอื่น และส่วนราชการสังกัดรัฐบาลท้องถิ่น
โดยทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขา เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (เครื่อง ATM) และผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคารผู้จัดจำหน่าย ๔ แห่ง ประกอบด้วย
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
และผ่าน KTB netbank Application ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรและจัดการอื่น
ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ ในการนี้
ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
๒. ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑ วงเงินรวม ๒๑,๐๓๐,๗๔๖,๐๐๐ บาท แบ่งเป็น ๒
รุ่นอายุดังนี้
๒.๑ พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๓ ปี จำนวน ๔,๘๖๑,๐๘๔,๐๐๐ บาท
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ ๑.๘๕ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
๒.๒ พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๗ ปี จำนวน ๑๖,๑๖๙,๖๖๒,๐๐๐ บาท
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ ๒.๔๕ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
๓. พันธบัตรออมทรัพย์ข้างต้นมีการจ่ายดอกเบี้ยปีละ
๒ งวด คือ ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม และ ๒๗ พฤศจิกายน ของทุกปี
จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร
โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี ๓๖๕ วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง
เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปจ่ายในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้
เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้าย (งวดไถ่ถอน)
จะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายดอกเบี้ยโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์
ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน
(กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร) ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา
๓๐ วัน ก่อนวันกำหนดจ่ายดอกเบี้ย
๔. การจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรจะดำเนินการในวันครบกำหนดไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดของธนาคารแห่งประเทศไทย จะเลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป
กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัท
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร (Scrip) การจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตร
จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร
๕. การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้
๕.๑ ธนาคารผู้จัดจำหน่ายคิดค่าธรรมเนียมในการจำหน่ายพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๐๓ ของวงเงินที่จำหน่ายได้
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ Custodian แล้ว) ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมการจำหน่ายพันธบัตรรวมทั้งสิ้น
๖,๓๐๙,๒๒๓.๘๐ บาท ทั้งนี้
ธนาคารผู้จัดจำหน่ายจะจ่ายค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร
(Scripless) โดยคำนวณตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ ๑.๐๐
บาทต่อเดือน ยกเว้น เมื่อพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๗ ปี
มีวงเงินจำหน่ายรวมของธนาคารผู้จัดจำหน่ายทั้ง ๔ แห่ง ได้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นไป
บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
จะคิดอัตราค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือของรุ่นอายุ ๗ ปี
ล้านละ ๐.๖๐ บาทต่อเดือน
โดยราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร
๕.๒ ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียน และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑ ได้คิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังนี้
(๑)
ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๐๕ ของดอกเบี้ยที่จ่ายและเงินต้นพันธบัตรที่จ่ายคืน
(๒) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑
จุมพล ริมสาคร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พรวิภา/จัดทำ
๒ มิถุนายน
๒๕๖๑
นุสรา/ตรวจ
๓ มิถุนายน ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๒๒ ง/หน้า ๓/๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑