法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิด

ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.

๒๕๔๗

โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๕๙ บัญญัติให้บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

เว้นแต่ความผิดตามมาตรา ๑๕๗ เป็นความผิดที่สามารถเปรียบเทียบได้

โดยความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมาย

สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่นให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย

เพื่อให้การดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบตามมาตรา

๑๕๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

เป็นไปโดยเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

และคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“การดำเนินคดี”

หมายความว่า การดำเนินคดีโดยการเปรียบเทียบ

รวมทั้งการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

“นิติกร”

หมายความว่า ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งนิติกร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

“พนักงานเจ้าหน้าที่”

หมายความว่า พนักงานตรวจแรงงานและนิติกร

“ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ”

หมายความว่า

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมาย

สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายสำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น

“อธิบดี”

หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด

การพิจารณาการดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีและการรวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ

ดังนี้

(๑) บันทึกวัน เวลา

สถานที่เกิดเหตุ ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด

หากผู้ถูกกล่าวหาเป็นนิติบุคคลให้ระบุชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลในขณะกระทำความผิด

และในขณะที่บันทึกข้อเท็จจริง

(๒)

บันทึกรายละเอียดแห่งการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่า

ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดทั้งบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องและตรวจพบ

หรือพบเห็นพยานหลักฐาน และให้บันทึกไว้ด้วยว่าผู้ถูกกล่าวหายอมรับหรือไม่ว่าได้กระทำความผิด

(๓)

สอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้อง

หรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำและบันทึกรายละเอียดไว้

(๔)

บันทึกจะต้องระบุสถานที่ วัน เดือน ปี ที่ทำบันทึก ชื่อ

และตำแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึก และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกลงลายมือชื่อของตนในบันทึกนั้น

การบันทึกถ้ามีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบออก

ให้เพียงแต่ขีดฆ่าคำผิดนั้นแล้วเขียนใหม่และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกลงนามย่อรับรอง

(๕)

อ่านบันทึกให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง หรือให้ผู้ให้ถ้อยคำอ่านด้วยตนเอง ถ้ามีข้อความแก้ไขทักท้วง

หรือเพิ่มเติม ให้แก้ไขให้ถูกต้อง

หรือมิฉะนั้นให้บันทึกไว้และให้ผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้อง

ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ให้ผู้นั้นพิมพ์ลายนิ้วมือแทน

แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคำไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกเหตุนั้นไว้

(๖)

มีหนังสือเรียกพยานหลักฐาน

หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องจากผู้ครอบครองมารวบรวมไว้ในสำนวน

โดยเฉพาะเอกสารหลักฐานที่นายจ้างจะต้องจัดทำไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ รวมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้

สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับคดี

เอกสารที่ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้จัดทำเป็นภาษาไทย

ถ้าเป็นเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ

ให้ผู้ยื่นจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยที่มีการรับรองความถูกต้องมาให้ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

ในกรณีนี้ให้ถือว่าเอกสารดังกล่าวได้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำแปลนั้น

เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะยอมรับเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ

และในกรณีนี้ให้ถือว่าวันที่ได้ยื่นเอกสารฉบับที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประทศเป็นวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารนั้น

ทั้งนี้

หลักเกณฑ์และวิธีการรับรองความถูกต้องของคำแปลเป็นภาษาไทยหรือการยอมรับเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(๗)

กระทำการอื่นตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

ให้อำนาจไว้โดยให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงแน่ชัดในการกระทำความผิด

การบันทึกตาม (๑) ถึง

(๔) พนักงานเจ้าหน้าที่อาจมอบหมายเจ้าหน้าที่อื่นทำการบันทึกแทนได้ ทั้งนี้

ให้เจ้าหน้าที่นั้นลงลายมือชื่อในฐานะผู้เขียนหรือพิมพ์แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อในบันทึกนั้น

และให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ทำบันทึกนั้น

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ความผิดตามข้อ

๙ (๒) ถึง (๔)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เมื่อได้ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นองค์ประกอบของความผิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะสามารถทำได้

เพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา

และเพื่อจะรู้ตัวหรือยืนยันหรือชี้ชัด และพิสูจน์ให้เห็นความผิดของผู้กระทำความผิด

เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำความเห็นว่าควรดำเนินคดีหรือไม่ดำเนินคดีแล้วส่งพร้อมกับสำนวนไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการ

ถ้าผู้บังคับบัญชาตามวรรคสองเห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าไม่ควรดำเนินคดี

ให้ผู้บังคับบัญชานั้นออกคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยุติการดำเนินคดีและรายงานผลการดำเนินการให้อธิบดีโดยผ่านผู้อำนวยการกองนิติการทราบ

ถ้าผู้บังคับบัญชาตามวรรคสองเห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าควรดำเนินคดี

ให้ผู้บังคับบัญชานั้นออกคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีต่อไป

ถ้าผู้บังคับบัญชาตามวรรคสองไม่เห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

ให้ผู้บังคับบัญชานั้นเร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจาณาชี้ขาดและมีคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีต่อไปหรือให้งดการดำเนินคดี

ผู้ใดจะเป็นผู้บังคับบัญชาตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เมื่อมีคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามข้อ ๗

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีในทะเบียนการดำเนินคดีอาญาแล้วเร่งดำเนินคดีอาญาต่อไปโดยไม่ชักช้า

ทั้งนี้ ภายในกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

ที่สามารถเปรียบเทียบได้

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนการเปรียบเทียบก่อน

เว้นแต่ความผิดดังต่อไปนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีโดยการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเปรียบเทียบ

(๑)

ความผิดที่มีพฤติการณ์พิเศษ หรือเกิดผลกระทบกับลูกจ้างจำนวนมาก

(๒)

ความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กโดยมีการทารุณ หน่วงเหนี่ยว กักขัง

หรือมีการกระทำความผิดอาญาฐานอื่นรวมอยู่ด้วย

(๓)

ความผิดเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย หรือสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตรายสาหัส

หรือถึงแก่ความตาย โดยมิได้เกิดจากความประมาทของลูกจ้าง

ไม่ว่าจะมีความผิดลักษณะอื่นรวมอยู่หรือไม่

(๔) ความผิดตามมาตรา

๑๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

(๕) ความผิดตามมาตรา

๑๔๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เฉพาะกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา

๑๓๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

(๖) ความผิดตามมาตรา

๑๕๐ หรือมาตรา ๑๕๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

เฉพาะความผิดที่กระทำต่อพนักงานตรวจแรงงาน

(๗) ความผิดตามมาตรา

๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ หรือมาตรา ๕๐

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

ที่เป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตาย

(๘) ความผิดตามมาตรา

๑๕๔ หรือมาตรา ๑๕๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

(๙)

ความผิดที่มีการกระทำความผิดอาญาฐานอื่นรวมอยู่ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้

หรือที่สามารถเปรียบเทียบได้แต่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบเห็นสมควรไม่เปรียบเทียบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ

หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

หมวด

การดำเนินคดีเปรียบเทียบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การดำเนินคดีเปรียบเทียบ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบหรือไปพบผู้ถูกกล่าวหาด้วยตนเอง

เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเป็นหนังสือหรือวาจาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ แล้วสอบถามผู้ถูกกล่าวหาว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธโดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคำให้การ

ตามแบบ กสร.นก. ๑ ท้ายระเบียบนี้และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อไว้ด้วย

การมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

ผู้ถูกกล่าวหาอาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นซึ่งเป็นผู้ที่รู้หรือเข้าใจในการปฏิบัติเกี่ยวกับสภาพการจ้างและอื่นๆ

ที่เกี่ยวข้องในกิจการของผู้ถูกกล่าวหามาพบพนักงานเจ้าหน้าที่แทนก็ได้

ทั้งนี้ผู้รับมอบอำนาจนั้นสามารถให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธแทนผู้ถูกกล่าวหาได้

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามผู้ถูกกล่าวหาว่าจะยินยอมให้เปรียบเทียบหรือไม่

เมื่อผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำยินยอมให้เปรียบเทียบในแบบ

กสร. นก. ๑ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อในบันทึกคำยินยอมให้เปรียบเทียบตามแบบ

กสร. นก. ๒ ท้ายระเบียบนี้ ทั้งนี้ ผู้รับมอบอำนาจตามวรรคสองจะลงลายมือชื่อในแบบ

กสร. นก. ๒ แทนผู้ถูกกล่าวหามิได้

หากเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีเปรียบเทียบได้ก็ต่อเมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้นำเงินมาชำระให้แก่ลูกจ้าง

หรือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้าง

เว้นแต่ลูกจ้างจะแจ้งการสละสิทธิในการรับเงินเป็นหนังสือ

การลงลายมือชื่อในแบบ

กสร. นก. ๒ ตามวรรคสาม ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นนิติบุคคล

ให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อในแบบ กสร. นก. ๒

ในฐานะนิติบุคคลและฐานะส่วนตัวโดยในฐานะนิติบุคคลนั้นให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลในขณะยินยอมให้เปรียบเทียบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและประทับตราเป็นสำคัญตามที่หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลกำหนดและในฐานะส่วนตัวให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลในขณะกระทำความผิดเป็นผู้ลงลายมือชื่อ

พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าเป็นดุลพินิจของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบที่จะทำการเปรียบเทียบหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในกรณีที่เป็นความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑

ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบจะดำเนินการเปรียบเทียบได้ก็ต่อเมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้นำเงินมาชำระให้แก่ลูกจ้าง

หรือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าทีเพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้าง

เว้นแต่ลูกจ้างจะแจ้งการสละสิทธิในการรับเงินเป็นหนังสือ

ถ้าผู้ถูกกล่าวหาตกลงกับลูกจ้างผ่อนชำระเงินตามวรรคหนึ่ง

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกเหตุนั้นไว้ และเสนอผู้บังคับบัญชาตามข้อ ๗ วรรคสอง

เพื่อพิจารณาสั่งให้ชะลอการดำเนินคดีเปรียบเทียบจนกว่าผู้ถูกกล่าวหาจะได้ชำระเงินครบตามที่ตกลงก็ได้

แต่ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่เกินกว่ากำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา

ในกรณีที่ลูกจ้างไม่มารับเงินภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ถูกกล่าวหานำมามอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำส่งเงินนั้นเพื่อเก็บรักษาในกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามระเบียบที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คดีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำประวัติการกระทำความผิดรวมทั้งพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด

พร้อมด้วยความเห็นในการเปรียบเทียบ

เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับบันทึกคำยินยอมให้เปรียบเทียบ

ในกรุงเทพมหานครให้ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองแรงงาน

ผู้อำนวยการกองตรวจความปลอดภัย ผู้อำนวยการกองสวัสดิการแรงงาน

ส่งสำนวนคดีที่จะทำการเปรียบเทียบให้กองนิติการเพื่อพิจารณาตรวจสำนวนคดีเสนอผู้มีอำนาจเปรียบเทียบโดยนิติกร

กองนิติการ ตรวจสำนวน สรุปข้อเท็จจริง และเสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการกองนิติการโดยไม่ชักช้าหลังจากรับสำนวนคดีและให้ผู้อำนวยการกองนิติการพิจารณาสำนวนคดีและเสนอความเห็นในการพิจารณาเปรียบเทียบพร้อมทั้งจำนวนเงินค่าปรับต่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ

สำหรับจังหวัดอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพิจารณาตรวจสำนวน

สรุปข้อเท็จจริง

และเสนอความเห็นต่อสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดโดยไม่ชักช้าหลังจากรับสำนวนคดี

และให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพิจารณาสำนวนคดีและเสนอความเห็นในการพิจารณาเปรียบเทียบพร้อมทั้งจำนวนเงินค่าปรับต่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ

ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบให้มีอำนาจเปรียบเทียบได้เฉพาะความผิดที่มีเหตุเกิดในท้องที่ที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบดำรงตำแหน่งในท้องที่หรือภายในจังหวัดนั้น

ทั้งนี้

การเปรียบเทียบเป็นดุลพินิจของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบที่จะเปรียบเทียบหรือไม่รับเปรียบเทียบก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การสรุปข้อเท็จจริงและความเห็นในการเปรียบเทียบให้เป็นไปตามแบบ กสร.นก. ๓

ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการเปรียบเทียบ

ให้ดำเนินการเปรียบเทียบโดยคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด

ความหนักเบาแห่งข้อหา ฐานะของผู้กระทำความผิด จำนวนลูกจ้าง เหตุบรรเทาโทษและเหตุเพิ่มโทษ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบมีความเห็นให้เปรียบเทียบ

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรุงเทพมหานคร

ให้นิติกร กองนิติการ แจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ

โดยกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหานำเงินค่าปรับมาชำระ ณ กลุ่มงานกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

สำนักคุ้มครองแรงงาน

ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบ

หากครบกำหนดแล้วผู้ถูกกล่าวหาไม่มาชำระค่าปรับ

ให้ส่งสำนวนให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องเพื่อร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

เว้นแต่กรณีมีเหตุอันสมควร นิติกร

กองนิติการอาจนำคดีไปร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนก็ได้

(๒) ในจังหวัดอื่น

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ

โดยกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหานำเงินค่าปรับมาชำระ ณ

ที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบหากครบกำหนดแล้วผู้ถูกกล่าวหาไม่มาชำระค่าปรับ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำคดีไปร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป

ในกรณีที่ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานได้กระทำลงในหลายท้องที่หรือหลายจังหวัด

ให้ท้องที่หรือจังหวัดที่พบการกระทำความผิดก่อนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี

ในกรณีที่ลูกจ้างยื่นคำร้องตามมาตรา

๑๒๓ และพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งตามมาตรา ๑๒๔

ให้พนักงานตรวจแรงงานในท้องที่ที่ออกคำสั่งเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับชำระเงินค่าปรับออกใบเสร็จรับเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา

และแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนทราบ

เพื่อบันทึกหมายเหตุการชำระค่าปรับไว้ท้ายบันทึกความเห็นของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบในแบบ

กสร. นก. ๓

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับชำระค่าปรับนำเงินค่าปรับส่งเป็นรายได้ของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกำหนด

หมวด

การดำเนินคดีชั้นพนักงานสอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

ให้ดำเนินการร้องทุกข์หรืกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนที่ความผิดเกิด

อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตท้องที่ และนำพยานหลักฐานที่รวบรวมได้

อันเกี่ยวกับการกระทำความผิดพร้อมบันทึกเหตุกรณีที่ผู้กระทำความผิดไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ

หรือไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบ

หรือกรณีที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบมีความเห็นไม่เปรียบเทียบ หรือกรณีความผิดตาม ข้อ

๙ (๑) ไปมอบให้พนักงานสอบสวนผู้รับเรื่องร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ

ในกรณีลูกจ้างเป็นผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเอง

เมื่อได้รับการร้องขอจากพนักงานสอบสวน

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีมอบให้พนักงานสอบสวนโดยเร็ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดตามผลการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเป็นระยะจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ความผิดตามข้อ ๙ (๒) และ (๓)

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนทันทีเมื่อทราบหรือพบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น

ทั้งนี้

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อใช้ในการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

ความผิดตามข้อ ๙ (๔)

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นก่อนนำเรื่องไปร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

โดยมีลูกจ้างผู้ถูกล่วงเกินทางเพศเป็นผู้เสียหายร่วมและพยานในคดี

ความผิดตามข้อ ๙ (๕)

ให้พนักงานตรวจแรงงานผู้ทำหนังสือสอบถามหรือหนังสือเรียก

เป็นผู้ดำเนินการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

ความผิดตามข้อ ๙ (๖)

ให้พนักงานตรวจแรงงานซึ่งมิได้รับการอำนวยความสะดวกหรือถูกขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้น

เป็นผู้ดำเนินการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนแล้ว

พนักงานสอบสวนพบว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

และผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบ

เมื่อพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมหนังสือส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ถูกกล่าวหานั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ

ตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนการเปรียบเทียบตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๒

โดยไม่ต้องดำเนินการบันทึกคำให้การตามแบบ กสร.นก. ๑

และบันทึกคำยินยอมให้เปรียบเทียบตามแบบ กสร.นก. ๒

ในกรณีที่พนักงานสอบสวนมีหนังสือส่งตัวผู้ถูกกล่าวหามาเพื่อเปรียบเทียบโดยมิได้ส่งสำนวนการสอบสวนมาด้วย

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนการเปรียบเทียบตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๒

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบในชั้นพนักงานอัยการและพนักงานอัยการได้ส่งตัวผู้ถูกกล่าวหามาเพื่อเปรียบเทียบ

ให้นำความในข้อ ๒๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบในชั้นพนักงานสอบสวนหรือชั้นพนักงานอัยการ

เมื่อผู้ถูกกล่าวหาชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการทราบว่าคดีเลิกกันตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในการดำเนินคดีทางพนักงานสอบสวน

ซึ่งพนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบหรือมีการนำคดีไปสู่ศาล

หากศาลมีคำพิพากษาให้ปรับผู้กระทำความผิดให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานศาลส่งเงินค่าปรับเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

หมวด

การรายงานผลการดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการดำเนินคดี

การชำระค่าปรับและการส่งเงินค่าปรับเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยผ่านกองนิติการทราบทันทีที่มีการดำเนินคดี

โดยส่งสำเนาแบบ กสร.นก. ๑ แบบ กสร.นก. ๒ แบบ กสร.นก. ๓

หลักฐานการส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

หลักฐานการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หมายจับ

สำเนาคำฟ้องต่อศาลและสำเนาคำพิพากษาของศาลประกอบการรายงาน

ส่วนสำนวนคดีให้เก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของพนักงานเจ้าหน้าที่และให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกผลการดำเนินคดีผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยเร็ว

ในกรณีที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องคดี

และหรือพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี หรือในกรณีศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานรายงานผลคดีให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบทันที

ทั้งนี้ ให้กองนิติการตรวจสำนวนคดี

พร้อมทั้งสรุปและวิเคราะห์ผลดีเพื่อหาแนวทางแก้ไข เสนอต่ออธิบดีโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

แบบ

กสร. นก. 1

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

บันทึกคำให้การของผู้ถูกกล่าวหา

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

แบบ

กสร. นก. 2

บันทึกความยินยอมให้เปรียบเทียบ

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

แบบ

กสร. นก. 3

สรุปข้อเท็จจริงและความเห็นในการเปรียบเทียบ

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

ญาณี/พิมพ์

๑๔

มิถุนายน ๒๕๔๘

สุนันทา/พุธทพัท/ตรวจ

๒๑

มิถุนายน ๒๕๔๘

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๑๔๔ง/๕๐/๓๑ ธันวาคม

๒๕๔๗

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_64fb263f7dda3e18

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com