ข้อ ๕ การแลกเปลี่ยนส่วนขยายพันธุ์พืชระหว่างประเทศ
ให้นำเข้าหรือส่งออกได้เฉพาะเพื่อการศึกษา ทดลอง วิจัย
และพัฒนาที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า เท่านั้น
ในกรณีการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งส่วนขยายพันธุ์พืช
จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗
และที่แก้ไขเพิ่มเติม และจะต้องปฏิบัติดังนี้
ก.
การนำส่วนขยายพันธุ์พืชเข้ามาในประเทศ
(๑) ให้ข้าราชการกรมวิชาการเกษตรทุกคนที่นำส่วนขยายพันธุ์พืชมาจากต่างประเทศ
มอบส่วนขยายพันธุ์พืชทั้งหมดแก่พนักงานเจ้าหน้าที่กักกันพืช ณ
ด่านตรวจพืชที่นำเข้า
เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายด่านตรวจพืชและฝ่ายวิชาการกักกันพืชทำการตรวจโรคและศัตรูพืช
(๒) ให้สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
จัดทำทะเบียนส่วนขยายพันธุ์พืชที่นำเข้ามาในประเทศทุกชนิด
ตามแบบที่แนบท้ายระเบียบนี้
ข. แหล่งรวบรวมพันธุ์พืช
ส่วนขยายพันธุ์พืชที่นำเข้าในประเทศ
เมื่อผ่านพิธีการด้านกักกันพืชและได้รับการขึ้นทะเบียนส่วนขยายพันธุ์พืช
โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรแล้ว ให้กอง/สถาบัน/สำนัก/ศูนย์วิจัย/สถานีทดลอง
ที่นำส่วนขยายพันธุ์พืชเข้ามาในประเทศไทยตามข้อ ก. รับส่วนขยายพันธุ์พืชไปทดสอบพันธุ์ คัดพันธุ์
หรือผสมพันธุ์ต่อไปได้
แต่จะต้องเก็บรักษาไว้ในแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชตามสถานที่ที่ได้กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้
ในกรณีการส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งส่วนขยายพันธุ์พืช
ให้กอง สถาบัน หรือสำนัก ดำเนินการเสนอรายละเอียดการส่งออกซึ่งส่วนขยายพันธุ์พืชตามชนิดและปริมาณพันธุ์พืชต่ออธิบดีกรมวิชาการเกษตร
เพื่อขออนุญาตทำการแลกเปลี่ยนหรือถ่ายโอนกับต่างประเทศ เป็นกรณี ๆ ไป
และในกรณีที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรพิจารณาแล้วเห็นควรอนุญาต
ให้มีการจัดทำสัญญาถ่ายโอนวัสดุชีวภาพไว้เป็นหลักฐานโดยจะต้องปรากฏข้อตกลงอย่างน้อยตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้
และถ้าส่วนขยายพันธุ์พืชนั้นเป็นส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่าจะต้องปฏิบัติตามมาตรา
๕๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ ด้วย