ข้อ ๑ การจ่ายเงินค่าจ้างทําของให้แก่ผู้รับจ้างที่ผู้ว่าจ้างจะต้องคํานวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และนําส่งในอัตราร้อยละ 3.0 ของยอดเงินค่าจ้างที่จ่าย จะต้องปรากฏว่า
(1) ผู้ว่าจ้างต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิตุบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น
(2) ผู้รับจ้างต้องเป็น
(ก) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่น บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
(ข) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิ หรือสมาคม
(ค) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทย โดยมีสํานักงานสาขาตั้งอยู่เป็นการถาวรในประเทศไทย
(3) การจ้างทําของดังกล่าวต้องเป็นการจ้างทําของตามความหมายของบทบัญญัติมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือสัญญาซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับจ้างตกลงรับจะทํางานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสําเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้าง เพื่อผลสําเร็จแห่งการที่ทํานั้น เช่น การรับจ้างสีข้าว การรับจ้างเลื่อยไม้การรับจ้างบันทึกภาพและเสียในเทปแผ่นหรือสิ่งใด ๆ การรับก่อสร้างบ้าน การรับซ่อมแซมยานพาหนะ การรับจ้างบริหารงาน เป็นต้น
(4) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการจ้างทําของกับการผลิต ให้ถือปฎิบัติตามคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 4/2527 ลงวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2527