法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

เรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ

พ.ศ.

๒๕๕๓[๑]

โดยที่สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๐ วรรคหนึ่ง ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จึงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ

ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“การสรรหา” หมายความว่า การเสาะแสวงหาบุคคลที่มีความรู้

ความสามารถ และคุณสมบัติอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดจำนวนหนึ่ง

เพื่อทำการเลือกสรร

“การเลือกสรร” หมายความว่า

การพิจารณาบุคคลที่ได้ทำการสรรหาทั้งหมดและทำการคัดเลือกเพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุด

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อเป็นพนักงานราชการ

ให้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ ความเท่าเทียมในโอกาส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ

และด้วยกระบวนการที่ได้มาตรฐาน ยุติธรรม และโปร่งใส เพื่อรองรับการตรวจสอบตามแนวทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป

มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน ประกอบด้วย

(ก) หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาหรือ

เป็นประธาน

ผู้ที่ได้รับมอบหมาย

(ข) ผู้แทนที่รับผิดชอบงานหรือโครงการ

เป็นกรรมการ

ที่มีตำแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรร

(ค) ผู้ปฏิบัติงานด้านการเจ้าหน้าที่

เป็นกรรมการและเลขานุการ

การเลือกสรรตำแหน่งใด ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเห็นสมควรให้มีผู้ทรงคุณวุฒิ

หรือผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้น ร่วมเป็นคณะกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ

หรือผู้มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้น เป็นคณะกรรมการทั้งจากภายในหรือภายนอกส่วนราชการสังกัดรัฐสภาก็ได้

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสรรหาและเลือกสรรตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศรับสมัคร

การดำเนินการตามข้อนี้ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะกรรมการอื่นเพื่อดำเนินการในเรื่องต่าง

ๆ ได้ เช่น คณะกรรมการออกข้อสอบ คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้

(๑) ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาจัดทำประกาศรับสมัคร

ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะงาน กลุ่มงานตามลักษณะงาน ชื่อตำแหน่ง ความรับผิดชอบของตำแหน่ง

ระยะเวลาการจ้าง ค่าตอบแทนที่จะได้รับ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาและเลือกสรร

เกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร และเงื่อนไขการจ้างอื่น ๆ ตลอดจน กำหนดวันและเวลาของกิจกรรมต่าง

ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเสนอหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเพื่อประกาศให้ผู้มีสิทธิสมัครทราบ

ประกาศรับสมัครนั้น ให้ปิดไว้ในที่เปิดเผยเป็นการทั่วไป

และให้แพร่ข่าวการรับสมัครในเว็บไซต์ของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา โดยให้มีระยะเวลาแพร่ข่าวไม่น้อยกว่า

๕ วันทำการก่อนกำหนดวันรับสมัคร

(๒) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจกำหนดค่าธรรมเนียมในการสอบได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

(๓) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจกำหนดระยะเวลาในการรับสมัครได้ตามความเหมาะสม

แต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการ

(๔) ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดหลักเกณฑ์การเลือกสรรบุคคลเพื่อปฏิบัติงาน

โดยยึดหลักความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่ง

(๕) ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดคะแนนเต็มของความรู้ความสามารถ

ทักษะ และสมรรถนะแต่ละเรื่องได้ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับตำแหน่งงาน ทั้งนี้ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะเรื่องใดที่จำเป็นและสอดคล้องกับตำแหน่งงานมากที่สุด

ควรมีน้ำหนักของคะแนนเต็มมากที่สุด

(๖) ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดวิธีการประเมินความรู้ความสามารถ

ทักษะ และสมรรถนะแต่ละเรื่อง ด้วยวิธีการหลายวิธี หรือความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะหลาย

ๆ เรื่อง ประเมินได้ด้วยวิธีการประเมินวิธีเดียวกัน ตามที่เห็นว่าเหมาะสมและสอดคล้องกับความรู้ความสามารถ

ทักษะ และสมรรถนะที่จะประเมินดังกล่าว

(๗) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาจะกำหนดให้มีการประเมินความรู้ความสามารถ

ทักษะ และสมรรถนะที่มีคะแนนเต็มมากที่สุด และประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินเฉพาะเรื่องนั้น

เพื่อเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในเรื่องที่เหลืออยู่ต่อไปก็ได้

(๘) ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดเกณฑ์การตัดสินให้เป็นผู้ผ่านการเลือกสรร

เพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไปได้ตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับตำแหน่งงาน

การดำเนินการตาม (๑) ถึง (๘) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจให้คณะกรรมการพิจารณาก่อนเสนอหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาลงนามในประกาศรับสมัครก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไปเสร็จสิ้นแล้ว

ให้รายงานผลการดำเนินการต่อหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา เพื่อประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรและดำเนินการจัดจ้างต่อไป

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้บัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรมีอายุตามที่เห็นสมควร

แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร และการจัดจ้างพนักงานราชการทั่วไปต้องเรียกมารายงานตัวและทำสัญญาจ้างภายในอายุบัญชี

ในกรณีมีเหตุผลความจำเป็นที่จะจัดจ้างพนักงานราชการทั่วไปภายหลังบัญชีหมดอายุ

ต้องเป็นกรณีที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาได้ดำเนินการเรียกผู้ผ่านการเลือกสรรมารายงานตัวภายในระยะเวลาของอายุบัญชี

และต้องทำสัญญาจ้างให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่บัญชีหมดอายุ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไปยังไม่หมดอายุและส่วนราชการสังกัดรัฐสภามีตำแหน่งว่างเพิ่ม

หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจจัดจ้างผู้ผ่านการเลือกสรรจากบัญชีดังกล่าวก็ได้ โดยตำแหน่งว่างดังกล่าวต้องเป็นตำแหน่งว่างในงานลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน

และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน หากเป็นตำแหน่งว่างในชื่อตำแหน่งเดียวกัน

ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไปตามลำดับที่ที่สอบได้ แต่หากเป็นตำแหน่งว่างในชื่อตำแหน่งอื่น

ให้เป็นดุลพินิจของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะจัดจ้างตามลำดับที่ หรือประเมินความรู้ความสามารถ

ทักษะและสมรรถนะเพิ่มเติมก็ได้ ในกรณีที่มีการประเมินเพิ่มเติม ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ

เพื่อประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดเพิ่มเติม

ตามข้อ ๖ (๔) ถึง (๘)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภามีตำแหน่งว่าง

และไม่มีบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจใช้บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไปของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอื่นได้

ซึ่งตำแหน่งที่จะขอใช้บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรกับตำแหน่งที่ขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรไว้

จะต้องมีลักษณะงานเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน

โดยส่วนราชการสังกัดรัฐสภาผู้จะขอใช้บัญชีประสานกับส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเจ้าของบัญชีโดยตรงในเรื่องจำนวนรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร

และให้แต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดเพิ่มเติมตามข้อ

๖ (๔) ถึง (๘) โดยการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรมีระยะเวลาหมดอายุบัญชีเท่าระยะเวลาของอายุบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรที่ขอใช้

สำหรับผู้ผ่านการเลือกสรรที่ไม่ประสงค์ไปรับการประเมินความรู้ความสามารถ

ทักษะ และสมรรถนะเพิ่มเติมในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่ขอใช้บัญชี หรือผู้ผ่านการเลือกสรรที่ไปรับการประเมินในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่ขอใช้บัญชีและไม่ผ่านการประเมินจะยังมีสิทธิที่จะได้รับการจัดจ้างในบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเจ้าของบัญชี

และกรณีที่สละสิทธิการจัดจ้างในบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเจ้าของบัญชีจะไม่ถือว่าสละสิทธิการจัดจ้างในบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาผู้ขอใช้บัญชี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการพิเศษ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไข ดังนี้

(๑) ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาและผู้รับผิดชอบงานหรือโครงการของตำแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรรกำหนดขอบข่ายงานของตำแหน่ง

ชื่อตำแหน่ง คุณสมบัติของตำแหน่ง ระยะเวลาการจ้าง ค่าตอบแทนที่จะได้รับ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรรที่จำเป็นเหมาะสมและสอดคล้องกับตำแหน่ง

เกณฑ์การตัดสิน และเงื่อนไขการจ้างอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแสดงแหล่งข้อมูลที่จะสรรหา

ได้แก่ สถาบันการเงิน องค์การระหว่างประเทศ สมาคมอาชีพ สถานทูต ศูนย์ที่ปรึกษากระทรวงการคลัง

ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่เคยจ้างบุคคลในงานประเภทเดียวกัน หรือแหล่งข้อมูลอื่น

ๆ ตามที่เห็นสมควร

(๒) หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา หรือคณะกรรมการที่หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้ง

และผู้รับผิดชอบงานหรือโครงการ ดำเนินการสรรหารายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมจากแหล่งข้อมูลที่กำหนด

และเลือกสรรพนักงานราชการพิเศษจากรายชื่อดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร และเกณฑ์การตัดสินที่กำหนด

(๓) เมื่อส่วนราชการสังกัดรัฐสภาได้ชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการพิเศษแล้ว

ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาดำเนินการจัดจ้างผู้นั้นต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีการประกาศขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงานราชการตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ

ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ แล้ว ให้อายุบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรนั้น มีระยะเวลาเท่าที่เหลืออยู่เดิมตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ

ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

การใดที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ

ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขการสรรหา และการเลือกสรรพนักงานราชการ ตามประกาศดังกล่าวจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓

ชัย

ชิดชอบ

ประธานรัฐสภา

ประธาน

ก.ร.

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๖

มิถุนายน ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๖

มิถุนายน ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๔๐ ง/หน้า ๗๔/๓๐ มีนาคม ๒๕๕๓

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_66438a061e03d9ec

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com