法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับการใช้อำนาจของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสร้างและบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกำกับการใช้อำนาจของบริษัท ปตท

ประกาศคณะกรรมการกำกับการใช้อำนาจของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน)

เรื่อง

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสร้างและบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสร้างและบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน)

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๖/๓

แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจสิทธิ และประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.

๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน) (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการกำกับการใช้อำนาจของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกำกับการใช้อำนาจของบริษัท

ปตท.จำกัด (มหาชน) เรื่อง

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสร้างและบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในประกาศนี้

“บริษัท” หมายความว่า บริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน)

“ปิโตรเลียม” หมายความว่า

ปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมและให้หมายความรวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับการใช้อำนาจของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)

“ระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ”

ให้หมายความรวมถึงระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อที่อยู่ในเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อที่มีการประกาศก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับด้วย

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

บริษัทจะใช้สอย เข้าครอบครอง

หรือดำเนินการอื่นใดต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้นมิได้

เว้นแต่เป็นการดำเนินการที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามประกาศนี้

และเป็นการดำเนินการตามเงื่อนไขในประกาศนี้ หรือเงื่อนไขอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้สอยหรือเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมิใช่ที่อยู่อาศัยของบุคคลใดๆ

เป็นการชั่วคราวเพื่อประโยชน์ในการสร้างและบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

ให้บริษัทเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุญาต

โดยอาจเสนอเป็นโครงการก่อสร้างหรือแผนงานบำรุงรักษาประจำปีหรือเสนอเป็นรายครั้งก็ได้

โครงการก่อสร้างหรือแผนงานบำรุงรักษาประจำปีที่เสนอต่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(๑)

เหตุผลและความจำเป็นในการใช้สอยหรือเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมิใช่ที่อยู่อาศัยของบุคคลอื่นเป็นการชั่วคราว

(๒)

ลักษณะของการใช้สอยหรือเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์

(๓) ขอบเขตของพื้นที่ที่ต้องใช้ในการดำเนินการ

(๔) ระยะเวลาการดำเนินการ

(๕) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการจะกำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

คณะกรรมการจะอนุญาตให้บริษัทใช้สอยหรือเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมิใช่ที่อยู่อาศัยของบุคคลใดๆ

เป็นการชั่วคราวได้

เฉพาะในกรณีที่การใช้สอยหรือเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเป็นการจำเป็นสำหรับการสำรวจเพื่อสร้างระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อหรือการบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

หรือเป็นการจำเป็นสำหรับการป้องกันอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดแก่ระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

เมื่อได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้บริษัทปฏิบัติงานภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ก่อนการใช้สอยหรือเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์

ให้บริษัทบอกกล่าวโดยแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ทราบล่วงหน้าภายในเวลาอันสมควร

แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามวัน

โดยต้องระบุเหตุผลและความจำเป็นในการใช้สอยหรือเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์เป็นการชั่วคราวและการอนุญาตของคณะกรรมการ

(๒)

ในกรณีที่ไม่อาจติดต่อกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์

ให้บริษัทประกาศให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

การประกาศให้ทำเป็นหนังสือปิดไว้ ณ ที่ซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ และ ณ

ที่ทำการเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำการกำนัน

และที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ ทั้งนี้

ให้แจ้งกำหนดวันเวลาและการที่จะกระทำนั้นไว้ด้วย

(๓) เงื่อนไขอื่นตามที่คณะกรรมการจะกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อตามความจำเป็น

โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี

เมื่อรัฐมนตรีประกาศเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

และเครื่องหมายแสดงเขตตามที่คณะกรรมการกำหนดในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

ให้บริษัทดำเนินการปิดประกาศเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อไว้ ณ

ที่ทำการเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำการกำนัน

และที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่นั้น

กับให้มีการจัดทำเครื่องหมายแสดงไว้ในบริเวณเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อดังกล่าวตามระเบียบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เมื่อได้มีประกาศกำหนดเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อตามข้อ

๗ แล้วบริษัทต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการก่อนจึงจะดำเนินการดังต่อไปนี้ได้

(๑) วางระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อไปใต้ เหนือ

ตาม หรือข้ามที่ดินของบุคคลใดๆ

(๒) รื้อถอนอาคาร โรงเรือนหรือทำลายสิ่งอื่นที่สร้างหรือทำขึ้น

หรือทำลาย หรือตัดฟันต้นกิ่ง หรือรากของต้นไม้

หรือพืชผลในเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

เมื่อบริษัทได้ดำเนินการตาม (๑) เสร็จแล้ว

ให้บริษัทฟื้นฟูสภาพของทรัพย์สินให้มีสภาพใกล้เคียงกับสภาพก่อนการก่อสร้างหรือให้มีสภาพตามเงื่อนไขในการอนุญาตจากหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ก่อนที่จะดำเนินการตามข้อ ๘

ให้บริษัทแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทราบ

และให้นำข้อ ๖ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

แต่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้นอาจยื่นคำร้องแสดงเหตุที่บริษัทไม่สมควรดำเนินการดังกล่าวไปยังคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยของเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อคณะกรรมการอาจอนุญาตให้บริษัททำลายหรือตัดฟันต้น

กิ่ง รากของต้นไม้ หรือสิ่งอื่นใดที่อยู่ใกล้เขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

โดยบริษัทต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองต้นไม้หรือสิ่งนั้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ถ้าไม่อาจติดต่อบุคคลดังกล่าวได้ ให้บริษัทในฐานะผู้ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ

มีอำนาจดำเนินการได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ เมื่อบริษัทได้ดำเนินการตามข้อนี้แล้ว

ให้บริษัทรายงานให้คณะกรรมการทราบโดยพลัน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน

ให้บริษัท มีอำนาจเข้าไปในที่ดินหรือสถานที่ของบุคคลใดในเวลาใดๆ เพื่อตรวจ ซ่อมแซม

หรือแก้ไขระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อได้ แต่ถ้าเจ้าของ หรือผู้ครอบครองอยู่ ณ

ที่นั้นด้วย ให้บริษัทแจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบก่อน ทั้งนี้

ให้ถือว่าบริษัทอยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติงานแทนคณะกรรมการและเมื่อบริษัทได้ดำเนินการตามข้อนี้แล้วให้รายงานให้คณะกรรมการทราบโดยพลัน

ในการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง

ให้พนักงานบริษัทที่รัฐมนตรีแต่งตั้งดำเนินการร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน

หรือผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่นั้นเพื่อเข้าไปในที่ดินหรือสถานที่ดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะอนุกรรมการตามข้อ ๑๗

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้บริษัทจ่ายค่าทดแทนตามความเป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) ให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์

หรือผู้ทรงสิทธิอื่น ในกรณีที่การใช้สอยหรือเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ ๖

ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์

หรือผู้ทรงสิทธิอื่นนั้น

(๒) ให้แก่เจ้าของหรือผู้ทรงสิทธิในที่ดิน อาคาร

โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการตามข้อ ๘

(๓) ให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน

ในกรณีที่การดำเนินการตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้น

ในการจ่ายค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง

ให้บริษัทดำเนินการเจรจาตกลงจำนวนค่าทดแทนที่เป็นธรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง

และถ้าเป็นการเจรจาเพื่อจ่ายค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง (๒)

บริษัทต้องเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการพิจารณาค่าทดแทนทรัพย์สินที่บริษัทจัดตั้งขึ้น

เพื่อพิจารณาจำนวนค่าทดแทนและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนที่เหมาะสมด้วย

เมื่อได้ดำเนินการเจรจาตามวรรคสองแล้ว

หากยังไม่สามารถตกลงกันได้ในจำนวนค่าทดแทนให้บริษัทเชิญพนักงานฝ่ายปกครองหรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นที่ยอมรับจากชุมชนในท้องที่นั้นเข้ามาร่วมพิจารณาไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อยุติ

และถ้ายังไม่สามารถตกลงกันได้

ให้หาทางเจรจาเพื่อมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่สิ้นสุดการไกล่เกลี่ยดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในเขตระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

ไม่ว่าบนบกหรือในน้ำหรือใต้พื้นท้องน้ำหรือพื้นท้องทะเล ผู้ใดจะปลูกสร้างอาคาร

โรงเรือน ต้นไม้ หรือสิ่งอื่นใด ติดตั้งสิ่งใด เจาะหรือขุดพื้นดิน ถมดิน

ทิ้งสิ่งของ หรือกระทำด้วยประการใดๆ

ที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคแก่ระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการก่อน

ทั้งนี้จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดด้วย

ในกรณีที่มีการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

ให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานแจ้งการอนุญาตดังกล่าวไปยังบริษัทด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีการกระทำใดๆ ตามข้อ ๑๓

โดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการเมื่อคณะกรรมการมีคำสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนรื้อถอน

ขนย้าย ตัดฟัน ทำลาย หรือกระทำการใดๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว

ถ้าผู้นั้นไม่ปฏิบัติตาม หรือในกรณีที่หาตัวผู้ฝ่าฝืนไม่ได้

ให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานประกาศคำสั่งของคณะกรรมการไว้ ณ บริเวณนั้น และ ณ

ที่ทำการเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ที่ทำการกำนันและที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่นั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

และเมื่อไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น คณะกรรมการจะรื้อถอน ขนย้ายตัดฟัน ทำลาย

หรือกระทำการใดๆ ตามควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้

กรรมการ อนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง หรือพนักงานบริษัท ต้องแสดงบัตรประจำตัว

ต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้บริษัทจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุญาตตามประกาศนี้เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อทราบทุกสามเดือน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้มีคณะอนุกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน)” ประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานหรือรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานเป็นประธาน

ผู้แทนกระทรวงพลังงาน ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

และอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินสามคนซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้ง เป็นอนุกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานหนึ่งคนเป็นเลขานุการ

และจะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการจำนวนไม่เกินสองนด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน) มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการสร้างและบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน) ตามที่ได้รับอนุญาตตามประกาศนี้ ทั้งนี้

เว้นแต่เป็นการปฏิบัติงานตามโครงการหรือแผนงานที่คณะกรรมการได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการอื่นไว้เป็นการเฉพาะ

(๒) เสนอแนะให้บริษัทแก้ไข ปรับปรุง

หรือดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในประกาศนี้

(๓)

มีหนังสือเรียกให้พนักงานบริษัทมาชี้แจงหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุญาตตามประกาศนี้

(๔) ประสานงานกับพนักงานฝ่ายปกครอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่อื่นของหน่วยงานของรัฐ หรือผู้เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี

ในท้องที่ที่มีการสร้างหรือบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ

เพื่อให้การปฏิบัติงานของบริษัทเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในประกาศนี้

(๕) พิจารณากลั่นกรอง ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะ

และให้ความเห็นในเรื่องต่างๆ ที่เสนอต่อคณะกรรมการ

ซึ่งมิใช่เรื่องที่คณะกรรมการได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการอื่นไว้เป็นการเฉพาะ

(๖) ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะ

และให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของบริษัทในการสร้างและบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อต่อคณะกรรมการ

(๗)

จัดทำรายงานการดำเนินการเสนอต่อคณะกรรมการเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมแต่ต้องไม่น้อยกว่าปีละหนึ่งครั้ง

(๘) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้นำความในมาตรา ๗๙ มาตรา ๘๐ มาตรา

๘๑ มาตรา ๘๒ และมาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยอนุโลม

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

พรชัย

รุจิประภา

ปลัดกระทรวงพลังงาน

ประธานกรรมการกำกับการใช้อำนาจ

ของบริษัท

ปตท. จำกัด (มหาชน)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๓

กันยายน ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๐๔ ง/หน้า ๓๘/๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๐

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับการใช้อำนาจของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสร้างและบำรุงรักษาระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_665579ca28ed1480

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com