法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ 3

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๕๓/๒๕๕๙

เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

เพิ่มเติมครั้งที่ ๓

ตามที่ประเทศไทยได้มีการบังคับใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำการประมงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาแล้วระยะเวลาหนึ่งแต่โดยที่สภาพข้อเท็จจริงของการทำการประมงในบางกรณีนั้น อาจนำไปสู่ปัญหาสำคัญอื่นหรือมีผลกระทบต่อสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้โดยง่ายหรือไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาการขาดมาตรการในการควบคุม เฝ้าระวังและขาดการติดตาม ซึ่งประเด็นปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วและทันท่วงที ซึ่งหากล่าช้าหรือต้องรอกระบวนการตามขั้นตอนปกติจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของนานาประเทศโดยเฉพาะต่อการรับการตรวจประเมินโดยสหภาพยุโรปในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายของประเทศไทย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือประมงพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประมงที่ไม่มีทะเบียนเรือหรือมีทะเบียนเรือแต่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง ต้องแจ้งจุดจอดเรือโดยระบุสถานที่จอดเรือให้ชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาในเขตที่จะจอดเรือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งติดเครื่องมือติดตรึงพังงาเรือและทำเครื่องหมายบนเรือประมงลำดังกล่าวตามระเบียบที่กรมเจ้าท่าประกาศกำหนด

ห้ามมิให้ผู้ใดปลดเครื่องมือติดตรึงพังงาเรือหรือเคลื่อนย้ายเรือประมงออกจากจุดที่แจ้งจอดเรือตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นและได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายในเขตที่จอดเรือ หรือกรณีมีเหตุฉุกเฉินให้สามารถปลดเครื่องมือติดตรึงพังงาเรือหรือเคลื่อนย้ายเรือประมงออกจากจุดที่แจ้งจอดเรือได้ โดยต้องแจ้งต่อผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภายในสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่มีการเคลื่อนย้ายเรือประมง

ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือประมงที่ได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องติดตั้งระบบติดตามเรือประมงตามข้อ ๖ (๒) ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกรณีเรือประมงตามข้อ ๑ มีทะเบียนเรือแต่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมงหากเจ้าของเรือไม่ดำเนินการแจ้งของดใช้เรือหรือขอเปลี่ยนประเภทเรือต่อเจ้าท่าตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยภายในสามสิบวันนับจากวันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ให้นายทะเบียนเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือไทยและจำหน่ายทะเบียนเรือออกจากสมุดทะเบียน

เมื่อได้มีคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนเรือแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของเรือส่งคืนใบทะเบียนเรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเรือ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมจำนวนเรือประมง ให้กรมเจ้าท่ามีอำนาจออกประกาศงดการจดทะเบียนเรือไทยสำหรับการประมงเป็นการชั่วคราว หรือกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือไทยและการงดใช้เรือสำหรับการประมงเป็นการเฉพาะได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ควบคุมเรือประมงพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประมงขนถ่ายคนประจำเรือระหว่างนำเรือออกไปทำการประมง เว้นแต่เพื่อความปลอดภัยของคนประจำเรือหรือมีปัญหาข้อพิพาทหรือตามความประสงค์ของคนประจำเรือ หรือในกรณีมีเหตุสุดวิสัยอื่น โดยให้แจ้งต่อศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกทันที

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือประมงพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประมงผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทสำหรับเรือขนาดสิบตันกรอส และปรับเพิ่มขึ้นตามขนาดของเรือในส่วนที่เกินสิบตันกรอสขึ้นไปตันกรอสละหนึ่งพันบาท

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ใดไม่ส่งคืนใบทะเบียนเรือภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๒ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เจ้าของหรือผู้ควบคุมเรือผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๔ ต้องระวางโทษปรับไม่น้อยกว่าสี่แสนบาทแต่ไม่เกินแปดแสนบาทต่อคนประจำเรือหนึ่งคน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บรรดาความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติม ลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๒/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๒ ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และตามคำสั่งนี้ ให้อธิบดีกรมประมงหรืออธิบดีกรมเจ้าท่า แล้วแต่กรณี มีอำนาจเปรียบเทียบได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการเปรียบเทียบตามข้อ ๘ อธิบดีกรมประมงหรืออธิบดีกรมเจ้าท่ามีอำนาจมอบหมายให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย หรือกฎหมายว่าด้วยเรือไทย แล้วแต่กรณี ดำเนินการเปรียบเทียบได้โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบหรือเงื่อนไขประการใด ๆ ให้แก่ผู้ได้รับมอบหมายตามที่เห็นสมควรก็ได้

ให้พนักงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมายตามวรรคหนึ่งมีอำนาจดำเนินการเปรียบเทียบได้แม้จะอยู่นอกเขตอำนาจของตน

เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่ได้เปรียบเทียบตามข้อ ๘ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสามสิบวัน ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้บรรดาใบอนุญาตให้ออกไปทำการประมงในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและในทะเลหลวงที่ได้ออกให้ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ เป็นใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทยตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ จนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ห้ามมิให้ผู้มีอำนาจในการออกใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประมงออกใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทยให้แก่ผู้ยื่นคำขอซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งนี้ จนกว่าผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีจำเป็น ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

วิศนี/ปริยานุช/จัดทำ

๑๒ กันยายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๐๒ ง/หน้า ๓๐/๙ กันยายน ๒๕๕๙

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ 3 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_666368f36cb25b0d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com