法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทำลายสำนวนคดีและสำนวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบศาลปกครอง

ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดีเพื่อให้การปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารที่เกี่ยวข้องของศาลปกครองเป็นไปโดยเรียบร้อยและเป็นระเบียบเดียวกัน

อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๔ และข้อ ๖ (๕) แห่งระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ ประธานศาลปกครองสูงสุดและอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น และการบริหารงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประธานศาลปกครองสูงสุดจึงกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ศาลปกครอง” หมายความว่า ศาลปกครองชั้นต้น หรือศาลปกครองสูงสุด

“ผู้บริหารศาลปกครอง” หมายความว่า ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นแล้วแต่กรณี

“ผู้อํานวยการสํานักงานศาล” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองสูงสุด ผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองกลาง หรือผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค แล้วแต่กรณี

“คณะทํางาน” หมายความว่า คณะทํางานดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครองและลูกจ้างของสํานักงานศาลปกครอง

“สํานวนคดีอันถึงที่สุด” หมายความว่า สํานวนคดีที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคําพิพากษา หรือคําสั่งแล้วและคู่กรณีมิได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด หรือสํานวนคดีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคําพิพากษาหรือคําสั่งแล้ว

“สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุด” หมายความว่า สํานวนบังคับคดีที่ได้ยุติการบังคับคดีแล้วหรือที่พ้นระยะเวลาการบังคับคดีตามกฎหมายแล้ว

“คําสั่ง” หมายความว่า คําสั่งชี้ขาดคดีปกครองเสร็จเด็ดขาด คําสั่งลงโทษฐานละเมิดอํานาจศาล คําสั่งที่ศาลกําหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว หรือคําสั่งอื่นตามที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกําหนด

“หลักฐานการรับ - จ่ายเงิน” หมายความว่า ต้นฉบับใบรับ - จ่ายเงิน สําเนาใบรับ - จ่ายเงินเอกสารอื่นใดที่แสดงการรับ – จ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้วินิจฉัยคําวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

หมวด หมวด ๑

การปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารอื่น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สํานวนคดีอันถึงที่สุดที่เกินกว่าสิบปี ให้ดําเนินการปลดทําลายตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เอกสารดังต่อไปนี้ที่เกินกว่าห้าปีนับแต่วันที่กําหนด ให้ปลดทําลายเสียทั้งสิ้น

(๑) สํานวนคดีของศาลปกครองชั้นต้นที่ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยแสวงหาข้อเท็จจริง ตามข้อ ๕๘ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ เมื่อได้ดําเนินการแล้วเสร็จ นับแต่วันที่ส่งรายงานไปยังศาลปกครองที่แต่งตั้ง

(๒) สํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล สําเนาสํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล และบัญชีรับ – ส่งสํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล นับแต่วันที่มีการทําความเห็นแล้ว

(๓) สําเนาคู่ฉบับคําพิพากษา คําสั่ง หรือคําแถลงการณ์ นับแต่วันที่คดีนั้นถึงที่สุด

(๔) สํานวนคดีที่ศาลปกครองมีคําสั่งชี้ขาดคดีปกครองเสร็จเด็ดขาดและให้จําหน่ายคดีออกจากสารบบความเพราะเหตุไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณา เหตุแห่งการฟ้องคดีหมดสิ้นไป หรือเหตุอื่นใดที่ทําให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลปกครอง นับแต่วันที่ศาลปกครองมีคําสั่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เอกสารดังต่อไปนี้ให้จัดเก็บไว้ตลอดไป

(๑) คําพิพากษา คําสั่ง และคําแถลงการณ์ของคดีที่ถึงที่สุด

(๒) หมายแจ้งโทษจําคุกหรือปรับในคดีละเมิดอํานาจศาล

(๓) สารบบคําพิพากษาและคําสั่ง

ในกรณีที่ได้ดําเนินการจัดเก็บเอกสารตามวรรคหนึ่งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีอื่น ตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนดไว้แล้ว ให้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้เพียงสิบปี และเมื่อพ้นเวลาดังกล่าวแล้วให้ทําลายเอกสารนั้นได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สํานวนคดีอันถึงที่สุด สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุด หรือเอกสารใดที่ผู้บริหารศาลปกครองเห็นควรให้เก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์ในการศึกษา หรือเพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือเป็นเอกสารจดหมายเหตุ หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ให้เก็บรักษาไว้เพื่อการนั้นจนกว่าจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ต้นฉบับเอกสารที่ยื่นต่อศาลปกครอง เช่น เอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน ระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศ หรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ สํานวนการสอบสวน หรือสํานวนคดีที่ยืมมาจากหน่วยงานหรือศาลอื่น สมุดบัญชีเงินฝาก และพยานหลักฐานอื่น เป็นต้น ที่ยังมิได้มีการส่งคืนให้ชะลอการปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสารนั้นไว้ก่อน แล้วให้คณะทํางานส่งสํานวนคดีและเอกสารนั้นไปให้สํานักงานศาลที่เกี่ยวข้องจัดทํารายงานเสนอศาลปกครองเพื่อมีคําสั่งให้ส่งคืนต่อไป และเมื่อได้ดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสารดังกล่าวตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สํานวนคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ พระบรมวงศานุวงศ์ คดีสําคัญที่ประชาชนสนใจหรือคดีที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ให้คณะทํางานรายงานผู้บริหารศาลปกครองเพื่อมีคําสั่งเกี่ยวกับการเก็บรักษาหรือปลดทําลายตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สํานวนคดีใดมีเงินค้างจ่าย ให้ชะลอการปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสารนั้นไว้ก่อนแล้วให้คณะทํางานส่งสํานวนคดีและเอกสารนั้นไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเงินจัดทํารายงานเสนอศาลปกครอง เพื่อพิจารณาดําเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเมื่อได้ดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสารดังกล่าวตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุดที่เกินกว่าหนึ่งปี ให้ดําเนินการปลดทําลายตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คําสั่งศาลปกครองที่ให้ยุติการบังคับคดี หรือมีผลให้ยุติการบังคับคดีแล้ว ให้จัดเก็บไว้ตลอดไป และให้นําความในข้อ ๗ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ บรรดาสารบบความ บัญชีนัดพิจารณา บัญชีรับ – ส่งสํานวน บัญชีหมายต่าง ๆ และหลักฐานการรับ – จ่ายเงิน ที่เกินกว่าสิบปี ให้ปลดทําลายเสียทั้งสิ้น

หมวด หมวด ๒

วิธีดําเนินการปลดทําลายสํานวน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ภายในเดือนมกราคมของแต่ละปี ให้ผู้อํานวยการสํานักงานศาล ผู้อํานวยการสํานักประธานศาลปกครองสูงสุด ผู้อํานวยการสํานักอธิบดีศาลปกครองกลาง หรือผู้อํานวยการสํานักบังคับคดีปกครอง จัดให้มีการสํารวจสํานวนคดีอันถึงที่สุด สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุด หรือเอกสารอื่นแล้วแต่กรณี ที่ครบกําหนดต้องปลดทําลายตามระเบียบนี้ แล้วจัดทําบัญชีเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไปบัญชีสํานวนคดีอันถึงที่สุดและเอกสารอื่นที่ปลดทําลาย บัญชีสํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุดที่ปลดทําลายและบัญชีสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลาย เสนอผู้บริหารศาลปกครองในแต่ละศาลเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะทํางานดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดีของศาลปกครอง... (ระบุชื่อศาลปกครอง)...

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อมีการแต่งตั้งคณะทํางานตามข้อ ๑๕ แล้ว ให้ผู้อํานวยการสํานักงานศาลส่งมอบบัญชีเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป บัญชีสํานวนคดีอันถึงที่สุดและเอกสารอื่นที่ปลดทําลายบัญชีสํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุดที่ปลดทําลาย และบัญชีสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลายให้คณะทํางานพิจารณาตรวจสอบ หากคณะทํางานเห็นชอบด้วย ให้ดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสารต่อไป แต่หากไม่เห็นชอบด้วย ให้รายงานผู้บริหารศาลปกครองเพื่อมีคําสั่งเกี่ยวกับการเก็บรักษาหรือปลดทําลายตามที่เห็นสมควร และเมื่อผู้บริหารศาลปกครองมีคําสั่งประการใดแล้วให้คณะทํางานปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าวแล้วดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสารต่อไปตามระเบียบนี้

ในกรณีที่ไม่มีสํานวนคดีอันถึงที่สุด สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุด หรือเอกสารอื่นที่ต้องปลดทําลายให้คณะทํางานจัดทํารายงานเสนอผู้บริหารศาลปกครอง และแจ้งให้เลขาธิการทราบต่อไป

เมื่อคณะทํางานดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารอื่นเสร็จสิ้นแล้วให้คณะทํางานจัดทํารายงานเสนอผู้บริหารศาลปกครอง พร้อมแนบบัญชีแสดงรายการต่าง ๆ ตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้ และแจ้งให้เลขาธิการทราบ ทั้งนี้ ภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การปลดทําลายสํานวนคดีอันถึงที่สุด สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุด และเอกสารอื่นตามระเบียบนี้ ให้ดําเนินการตามแนวทางการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารอื่นแนบท้ายระเบียบนี้ โดยใช้วิธีการเผาหรือทําลายด้วยวิธีอื่นใดจนไม่สามารถอ่านหรือประกอบเพื่ออ่านหรือเข้าใจข้อความในสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี หรือเอกสารได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้บริหารศาลปกครองและเลขาธิการกํากับดูแลให้มีการดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุด และเอกสารอื่น ให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด หมวด ๓

คณะทํางานดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้คณะทํางานที่ผู้บริหารศาลปกครองแต่งตั้งตามข้อ ๑๕ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

(๑) ตุลาการในศาลปกครองนั้น เป็นประธานคณะทํางาน

(๒) ผู้อํานวยการสํานักงานศาล เป็นคณะทํางาน

(๓) ผู้อํานวยการกลุ่มสารบบคดี หรือผู้อํานวยการกลุ่มสนับสนุนงานคดีและบังคับคดีปกครองแล้วแต่กรณี เป็นคณะทํางาน

(๔) เจ้าหน้าที่ของสํานักงานศาลปกครอง เป็นคณะทํางานและเลขานุการ

คณะทํางานของศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง ให้มีผู้อํานวยการสํานักประธานศาลปกครองสูงสุด หรือผู้อํานวยการสํานักอธิบดีศาลปกครองกลาง แล้วแต่กรณี ร่วมเป็นคณะทํางานและให้ผู้อํานวยการสํานักบังคับคดีปกครอง ผู้อํานวยการสํานักบริหารการเงินและต้นทุน และผู้อํานวยการสํานักบริหารทรัพย์สิน ร่วมเป็นคณะทํางานด้วย

คณะทํางานของศาลปกครองในภูมิภาค ให้มีเจ้าหน้าที่ของสํานักงานศาลปกครองที่ปฏิบัติงานด้านการเงินและด้านการพัสดุ ร่วมเป็นคณะทํางานด้วย

ให้คณะทํางานตามวรรคหนึ่ง มีอํานาจแต่งตั้งคณะทํางานย่อยเพื่อดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสารได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ คณะทํางานตามข้อ ๑๙ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) สํารวจและจัดทําบัญชีเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป บัญชีสํานวนคดีอันถึงที่สุดและเอกสารอื่นที่ปลดทําลาย บัญชีสํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุดที่ปลดทําลาย และบัญชีสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลาย

(๒) ดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดีปกครอง และเอกสารอื่นตามระเบียบนี้

(๓) รายงานการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดีปกครอง และเอกสารอื่นตามแบบที่

สํานักงานศาลปกครองกําหนด

(๔) ดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามระเบียบนี้

หมวด หมวด ๔

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในวาระเริ่มแรก ให้ผู้บริหารศาลปกครองแต่งตั้งคณะทํางานตามข้อ ๑๙ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ เพื่อดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีอันถึงที่สุด สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุด และเอกสารอื่นตามระเบียบนี้ ในการนี้ หากมีสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารที่ต้องปลดทําลายตามระเบียบนี้เป็นจํานวนมาก ผู้บริหารศาลปกครองอาจกําหนดให้แบ่งดําเนินการโดยคํานึงถึงปริมาณสํานวนคดีและเอกสารที่จะต้องปลดทําลาย และกําหนดให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จและรายงานให้ทราบภายในเวลาที่เห็นสมควรก็ได้

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

ปิยะ ปะตังทา

รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน

ประธานศาลปกครองสูงสุด

อื่นๆ **บ.๑**

**บัญชีเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป**

**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**

**ของศาลปกครอง..........................................**

**ซึ่งได้สํารวจเมื่อวันที่......... เดือน ..................... พ.ศ. .........**

| | | | |

| --- | --- | --- | --- |

| **รายการ** | **หมายเลขคดี** | **รวมจํานวนคดี** | **หมายเหตุ** |

| ๑. คําพิพากษา และคําแถลงการณ์ ๒. คําสั่ง และคําแถลงการณ์ (ถ้ามี) ๓. หมายแจ้งโทษจําคุกหรือปรับในคดีละเมิดอํานาจศาล ๔. สารบบคําพิพากษาและคําสั่ง ๕. สํานวนคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐพระบรมวงศานุวงศ์ คดีสําคัญที่ประชาชนสนใจ หรือคดีที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ๖. สํานวนคดีหรือเอกสารที่ผู้บริหารศาลปกครองให้เก็บรักษาไว้ | | | |

อื่นๆ **บ.๒**

**บัญชีสํานวนคดีอันถึงที่สุดและเอกสารอื่นที่ปลดทําลาย**

**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**

**ของศาลปกครอง.................................. ที่ปลดทําลาย**

**ระหว่างวันที่......... เดือน ..................... พ.ศ. ......... ถึงวันที่........ เดือน ..................... พ.ศ. .........**

| | | | |

| --- | --- | --- | --- |

| **รายการ** | **หมายเลขคดี** | **รวมจํานวนคดี** | **หมายเหตุ** |

| ๑. สํานวนคดีอันถึงที่สุดที่เกินกว่าสิบปี ๒. เอกสารที่มีอายุเกินกว่าห้าปีที่ต้องปลดทําลาย (๑) สํานวนคดีของศาลปกครองชั้นต้นที่ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยแสวงหาข้อเท็จจริง ตามข้อ ๕๘ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓(๒) สํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล สําเนาสํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล และบัญชีรับ-ส่งสํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล(๓) สําเนาคู่ฉบับคําพิพากษา คําสั่งหรือคําแถลงการณ์(๔) สํานวนคดีที่ศาลปกครองมีคําสั่งชี้ขาดคดีปกครองเสร็จเด็ดขาดและให้จําหน่ายคดีออกจากสารบบความ เพราะเหตุไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณา เหตุแห่งการฟ้องคดีหมดสิ้นไป หรือเหตุอื่นใดที่ทําให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลปกครอง นับแต่วันที่ศาลปกครองมีคําสั่ง ๓. สารบบความ บัญชีนัดพิจารณา บัญชีรับ-ส่งสํานวน บัญชีหมายต่าง ๆ และหลักฐานการรับ-จ่ายเงิน | | | |

อื่นๆ **บ.๓**

**บัญชีสํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุดที่ปลดทําลาย**

**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**

**ของศาลปกครอง.................................. ที่ปลดทําลาย**

**ระหว่างวันที่......... เดือน ..................... พ.ศ. ......... ถึงวันที่........ เดือน ..................... พ.ศ. .........**

| | | | |

| --- | --- | --- | --- |

| **รายการ** | **หมายเลขคดี** | **รวมจํานวนคดี** | **หมายเหตุ** |

| ๑. สํานวนบังคับคดีที่ได้ยุติการบังคับคดีแล้ว ๒. สํานวนบังคับคดีปกครองที่พ้นระยะเวลาการบังคับคดีตามกฎหมายแล้ว | | | |

อื่นๆ **บัญชีสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลาย**

**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**

**ของศาลปกครอง..................................**

| | | | |

| --- | --- | --- | --- |

| **รายการ** | **หมายเลขคดี** | **รวมจํานวนคดี** | **หมายเหตุ** |

| ๑. ต้นฉบับเอกสารที่ยื่นต่อศาลปกครอง ๒. สํานวนคดีที่มีเงินค้างจ่าย | | | |

อื่นๆ **แนวทางการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารอื่น**

**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**

เพื่อให้การปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารที่เกี่ยวข้องของศาลปกครองมีความชัดเจน เรียบร้อย เป็นระบบ และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงให้ดําเนินการปลดทําลายสํานวนตามแนวทางดังต่อไปนี้

**๑. เอกสารอื่นใดที่แสดงการรับ-จ่ายเงิน**ในบทนิยามคําว่า “หลักฐานการรับ-จ่ายเงิน”

ตามข้อ ๑๔ ของระเบียบ มีดังนี้

๑.๑ กรณีสํานักงานศาลปกครองรับเงินค่าธรรมเนียมศาล ได้แก่

(๑) ใบสั่งค่าธรรมเนียมศาลจากกลุ่มรับฟ้อง

(๒) ใบรับเงินค่าธรรมเนียมศาลหรือเงินค่าปรับ

๑.๒ กรณีสํานักงานศาลปกครองรับเงินค่าปรับ ได้แก่

(๑) คําสั่งศาล

(๒) ใบรับเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ

๑.๓ กรณีสํานักงานศาลปกครองรับเงินกลาง ได้แก่

(๑) คําแถลงขอวางเงินชําระหนี้ตามคําพิพากษา

(๒) ใบรับเงินกลาง

๑.๔ กรณีสํานักงานศาลปกครองรับเงินอายัดตามหมายบังคับคดี ได้แก่

(๑) หนังสือแจ้งการส่งเงินอายัด

(๒) แบบฟอร์มส่งเงินอายัด

(๓) หนังสือแจ้งการรับเงินอายัด

(๔) บัญชีรายการรับ – จ่ายเงิน

(๕) ใบรับเงินกลาง

๑.๕ กรณีสํานักงานศาลปกครองจ่ายคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ ได้แก่

(๑) ใบสั่งคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ

(๒) บันทึกเจ้าหน้าที่ที่เสนอความเห็นคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ

(๓) คําร้องขอรับเงินค่าธรรมเนียมศาลคืน

(๔) ใบมอบอํานาจหรือมอบฉันทะ

(๕) สําเนาบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ผู้มอบอํานาจ ผู้รับมอบอํานาจ

ผู้มอบฉันทะ และผู้รับมอบฉันทะ เช่น บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐใบอนุญาตขับรถ

(๖) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

(๗) สําเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

(๘) คําสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(๙) ใบรับเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ

(๑๐) สําเนาใบนําฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร

๑.๖ กรณีสํานักงานศาลปกครองจ่ายคืนเงินกลาง (เงินวางชําระตามคําพิพากษา) ได้แก่

(๑) ใบรับคืนเงินกลาง

(๒) บันทึกเจ้าหน้าที่ที่เสนอความเห็นคืนเงินกลาง

(๓) คําร้องขอรับเงินที่ชําระหนี้ตามคําพิพากษา

(๔) ใบมอบอํานาจหรือมอบฉันทะ

(๕) สําเนาบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ผู้มอบอํานาจ ผู้รับมอบอํานาจผู้มอบฉันทะ และผู้รับมอบฉันทะ เช่น บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบอนุญาตขับรถ

(๖) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

(๗) สําเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

(๘) คําสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(๙) หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบเงินวางชําระหนี้ตามคําพิพากษา

(๑๐) ใบรับเงินกลาง

(๑๑) สําเนาใบนําฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร

๑.๗ กรณีสํานักงานศาลปกครองจ่ายคืนเงินอายัดตามหมายบังคับคดี ได้แก่

(๑) หนังสือแจ้งการส่งใบสั่งจ่ายเงินตามหมายบังคับคดี

(๒) ใบสั่งจ่ายเงิน

(๓) ใบรับเงิน

(๔) คําร้องขอรับเงิน

(๕) บัญชีรายการรับ – จ่ายเงิน

(๖) ใบมอบอํานาจหรือมอบฉันทะ

(๗) สําเนาบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ผู้มอบอํานาจ ผู้รับมอบอํานาจ ผู้มอบฉันทะ และผู้รับมอบฉันทะ เช่น บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบอนุญาตขับรถ

(๘) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

(๙) หนังสือแจ้งการจ่ายเงินอายัดตามหมายบังคับคดี

**๒. เอกสารที่ต้องจัดเก็บเพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือเป็นเอกสารจดหมายเหตุตามข้อ ๘**มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกดังนี้

๒.๑ สํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ต้องจัดเก็บต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(๑) สํานวนคดีที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

(๒) สํานวนคดีที่มีการวางหลักกฎหมายสําคัญหรือวางหลักสําคัญในการปฏิบัติ

ราชการ

(๓) สํานวนคดีหมายเลขดําที่ ๑ และคดีหมายเลขแดงที่ ๑ ของแต่ละศาล

(๔) สํานวนคดีที่บุคคลสําคัญในศาลปกครองพิจารณาพิพากษา

(๕) สํานวนคดีเกี่ยวกับบุคคลสําคัญ

(๖) สํานวนคดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่สําคัญของประเทศ

๒.๒ เอกสารในสํานวนคดีอันถึงที่สุดตาม ๒.๑ ที่ต้องจัดเก็บเป็นจดหมายเหตุ

ศาลปกครอง ได้แก่

(๑) ต้นฉบับเอกสารต่อไปนี้

(๑.๑) คําฟ้อง

(๑.๒) เอกสารการดําเนินงานของพนักงานคดี ตุลาการ และศาล ตั้งแต่รับคําฟ้องจนสิ้นสุดคดี อาทิ ความเห็นรับ/ไม่รับคําฟ้อง การไต่สวนฉุกเฉิน การเดินเผชิญสืบ การรายงานการดําเนินงานต่อศาล ฯลฯ

(๑.๓) เอกสารหลักฐานของคู่กรณี

(๑.๔) คําแถลงการณ์

(๑.๕) คําพิพากษา/คําสั่งของศาล

(๑.๖) รายงานผลการบังคับคดี (ถ้ามี)

(๒) ภาพถ่าย เทปเสียงและเทปวีดิทัศน์ ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินคดีที่ศาลปกครองเป็นผู้จัดทําขึ้น

**๓. การดําเนินงานของคณะทํางานดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวน**

**บังคับคดีตามข้อ ๑๖**

โดยที่สํานวนคดีอันถึงที่สุดและสํานวนบังคับคดีที่เกี่ยวข้องที่ต้องปลดทําลาย เป็นเอกสารที่มีลักษณะต่างกันและมีปริมาณมาก ดังนั้น คณะทํางานจึงควรอาศัยอํานาจตามข้อ ๑๙ วรรคสี่

ของระเบียบ แต่งตั้งคณะทํางานย่อยอย่างน้อยจํานวนสองคณะ เช่น คณะทํางานย่อยดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสาร เป็นคณะทํางานย่อยหลัก และคณะทํางานย่อยอื่นเพื่อดําเนินการปลดทําลายสํานวนบังคับคดีปกครองและเอกสารอื่น ๆ ตามข้อ ๑๒ เพื่อแยกกันดําเนินการตามความเหมาะสมกับลักษณะของสํานวนและเอกสาร ทั้งนี้ คณะทํางานอาจแต่งตั้งคณะทํางานย่อยอื่นอีกได้ตามที่เห็นสมควร โดยคํานึงถึงปริมาณสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารที่จะต้องปลดทําลาย

**๔. รายงานการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารตามข้อ ๒๐**

ให้แสดงรายละเอียดตามบัญชีแนบท้ายประกาศ โดยอาจเพิ่มเติมหรืองดเว้นบางรายการได้ตามความเหมาะสม

ในกรณีที่บัญชีใดไม่มีรายการต้องปลดทําลาย ให้จัดทําบัญชีโดยหมายเหตุไว้ในบัญชีว่า “ไม่มีรายการที่ต้องปลดทําลาย” ด้วย โดยให้จัดทําบัญชีดังต่อไปนี้

๔.๑ บัญชีเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป (บ.๑) ให้กรอกรายละเอียด ดังนี้

ช่องรายการ ให้แสดงรายการตามที่ปรากฏในบัญชีทุกรายการ ถ้าไม่มีในรายการใด ให้ขีดฆ่าในช่องหมายเลขคดีและช่องรวมจํานวนคดี ( - ) และให้ระบุไว้ในหมายเหตุว่า ไม่มีเอกสารในรายการนี้ที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป

ช่องหมายเลขคดี ให้ระบุหมายเลขคดีแดงของสํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไปทุกคดี โดยให้เรียงลําดับจากน้อยไปหามาก แยกตามประเภทรายการเอกสารที่จัดเก็บ

ช่องรวมจํานวนคดี ให้ระบุยอดรวมของสํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไปในแต่ละประเภทรายการเอกสารที่จัดเก็บ โดยนับยอดรวมตามหมายเลขคดีแดงที่ระบุไว้ช่องหมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ควรบันทึกไว้ให้ปรากฏ

๔.๒ บัญชีสํานวนคดีอันถึงที่สุดและเอกสารอื่นที่ได้ปลดทําลาย (บ.๒) ให้กรอกรายละเอียด ดังนี้

ช่องรายการ ให้แสดงรายการตามที่ปรากฏในบัญชีทุกรายการ ถ้าไม่มีในรายการใด ให้ขีดฆ่าในช่องหมายเลขคดีและช่องรวมจํานวนคดี ( - ) และให้ระบุไว้ในหมายเหตุว่า ไม่มีเอกสารในรายการนี้ที่ต้องปลดทําลาย

ช่องหมายเลขคดี ให้ระบุหมายเลขคดีแดงของสํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ได้ปลดทําลายทุกคดี โดยให้เรียงลําดับจากน้อยไปหามาก แยกตามประเภทรายการเอกสารที่ปลดทําลาย

ช่องรวมจํานวนคดี ให้ระบุยอดรวมของสํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ได้ปลดทําลายในแต่ละประเภทรายการเอกสารที่ได้ปลดทําลาย โดยนับยอดรวมตามหมายเลขคดีแดงที่ได้ระบุไว้ช่องหมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ควรบันทึกไว้ให้ปรากฏ

๔.๓ บัญชีสํานวนบังคับคดีปกครองที่ได้ปลดทําลาย (บ.๓) ให้กรอกรายละเอียด ดังนี้

ช่องรายการ ให้แสดงรายการตามที่ปรากฏในบัญชีทุกรายการ ถ้าไม่มีในรายการใด ให้ขีดฆ่าในช่องหมายเลขคดีแดงและช่องรวมจํานวนคดี ( - ) และให้ระบุไว้ในหมายเหตุว่า ไม่มีเอกสารในรายการนี้ที่ต้องปลดทําลาย

ช่องหมายเลขคดี ให้ระบุหมายเลขคดีแดงของสํานวนบังคับคดีปกครองที่ได้ปลดทําลายทุกคดี โดยให้เรียงลําดับจากน้อยไปหามาก แยกตามประเภทรายการเอกสารที่ปลดทําลาย

ช่องรวมจํานวนคดี ให้ระบุยอดรวมของสํานวนบังคับคดีปกครองที่ได้ปลดทําลายในแต่ละประเภทรายการเอกสารที่ได้ปลดทําลาย โดยนับยอดรวมตามหมายเลขคดีแดงที่ได้ระบุไว้

ช่องหมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ควรบันทึกไว้ให้ปรากฏ

๔.๔ บัญชีสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลาย (บ.๔) ให้กรอกรายละเอียด ดังนี้

ช่องรายการ ให้แสดงรายการตามที่ปรากฏในบัญชีทุกรายการ ถ้าไม่มีในรายการใด ให้ขีดฆ่าในช่องหมายเลขคดีแดงและช่องรวมจํานวนคดี ( - ) และให้ระบุไว้ในหมายเหตุว่า ไม่มีเอกสารในรายการนี้ที่ต้องชะลอการปลดทําลาย

ช่องหมายเลขคดี ให้ระบุหมายเลขคดีแดงของสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลายทุกคดี โดยให้เรียงลําดับจากน้อยไปหามาก แยกตามประเภทรายการเอกสารที่ชะลอการปลดทําลาย

ช่องรวมจํานวนคดี ให้ระบุยอดรวมของสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลายใน

แต่ละประเภทเอกสารที่ได้ชะลอการปลดทําลาย โดยนับยอดรวมตามหมายเลขคดีแดงที่ได้ระบุไว้

ช่องหมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ควรบันทึกไว้ให้ปรากฏ

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทำลายสำนวนคดีและสำนวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_668909b87418f4e9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com