ข้อ ๒๑ ในวาระเริ่มแรก ให้ผู้บริหารศาลปกครองแต่งตั้งคณะทํางานตามข้อ ๑๙ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ เพื่อดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีอันถึงที่สุด สํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุด และเอกสารอื่นตามระเบียบนี้ ในการนี้ หากมีสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารที่ต้องปลดทําลายตามระเบียบนี้เป็นจํานวนมาก ผู้บริหารศาลปกครองอาจกําหนดให้แบ่งดําเนินการโดยคํานึงถึงปริมาณสํานวนคดีและเอกสารที่จะต้องปลดทําลาย และกําหนดให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จและรายงานให้ทราบภายในเวลาที่เห็นสมควรก็ได้
ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
ปิยะ ปะตังทา
รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน
ประธานศาลปกครองสูงสุด
อื่นๆ **บ.๑**
**บัญชีเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป**
**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**
**ของศาลปกครอง..........................................**
**ซึ่งได้สํารวจเมื่อวันที่......... เดือน ..................... พ.ศ. .........**
| | | | |
| --- | --- | --- | --- |
| **รายการ** | **หมายเลขคดี** | **รวมจํานวนคดี** | **หมายเหตุ** |
| ๑. คําพิพากษา และคําแถลงการณ์ ๒. คําสั่ง และคําแถลงการณ์ (ถ้ามี) ๓. หมายแจ้งโทษจําคุกหรือปรับในคดีละเมิดอํานาจศาล ๔. สารบบคําพิพากษาและคําสั่ง ๕. สํานวนคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐพระบรมวงศานุวงศ์ คดีสําคัญที่ประชาชนสนใจ หรือคดีที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ๖. สํานวนคดีหรือเอกสารที่ผู้บริหารศาลปกครองให้เก็บรักษาไว้ | | | |
อื่นๆ **บ.๒**
**บัญชีสํานวนคดีอันถึงที่สุดและเอกสารอื่นที่ปลดทําลาย**
**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**
**ของศาลปกครอง.................................. ที่ปลดทําลาย**
**ระหว่างวันที่......... เดือน ..................... พ.ศ. ......... ถึงวันที่........ เดือน ..................... พ.ศ. .........**
| | | | |
| --- | --- | --- | --- |
| **รายการ** | **หมายเลขคดี** | **รวมจํานวนคดี** | **หมายเหตุ** |
| ๑. สํานวนคดีอันถึงที่สุดที่เกินกว่าสิบปี ๒. เอกสารที่มีอายุเกินกว่าห้าปีที่ต้องปลดทําลาย (๑) สํานวนคดีของศาลปกครองชั้นต้นที่ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยแสวงหาข้อเท็จจริง ตามข้อ ๕๘ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓(๒) สํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล สําเนาสํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล และบัญชีรับ-ส่งสํานวนความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล(๓) สําเนาคู่ฉบับคําพิพากษา คําสั่งหรือคําแถลงการณ์(๔) สํานวนคดีที่ศาลปกครองมีคําสั่งชี้ขาดคดีปกครองเสร็จเด็ดขาดและให้จําหน่ายคดีออกจากสารบบความ เพราะเหตุไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณา เหตุแห่งการฟ้องคดีหมดสิ้นไป หรือเหตุอื่นใดที่ทําให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลปกครอง นับแต่วันที่ศาลปกครองมีคําสั่ง ๓. สารบบความ บัญชีนัดพิจารณา บัญชีรับ-ส่งสํานวน บัญชีหมายต่าง ๆ และหลักฐานการรับ-จ่ายเงิน | | | |
อื่นๆ **บ.๓**
**บัญชีสํานวนบังคับคดีอันถึงที่สุดที่ปลดทําลาย**
**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**
**ของศาลปกครอง.................................. ที่ปลดทําลาย**
**ระหว่างวันที่......... เดือน ..................... พ.ศ. ......... ถึงวันที่........ เดือน ..................... พ.ศ. .........**
| | | | |
| --- | --- | --- | --- |
| **รายการ** | **หมายเลขคดี** | **รวมจํานวนคดี** | **หมายเหตุ** |
| ๑. สํานวนบังคับคดีที่ได้ยุติการบังคับคดีแล้ว ๒. สํานวนบังคับคดีปกครองที่พ้นระยะเวลาการบังคับคดีตามกฎหมายแล้ว | | | |
อื่นๆ **บัญชีสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลาย**
**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**
**ของศาลปกครอง..................................**
| | | | |
| --- | --- | --- | --- |
| **รายการ** | **หมายเลขคดี** | **รวมจํานวนคดี** | **หมายเหตุ** |
| ๑. ต้นฉบับเอกสารที่ยื่นต่อศาลปกครอง ๒. สํานวนคดีที่มีเงินค้างจ่าย | | | |
อื่นๆ **แนวทางการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารอื่น**
**ท้ายระเบียบศาลปกครอง ว่าด้วยการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวนบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๘**
เพื่อให้การปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารที่เกี่ยวข้องของศาลปกครองมีความชัดเจน เรียบร้อย เป็นระบบ และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงให้ดําเนินการปลดทําลายสํานวนตามแนวทางดังต่อไปนี้
**๑. เอกสารอื่นใดที่แสดงการรับ-จ่ายเงิน**ในบทนิยามคําว่า “หลักฐานการรับ-จ่ายเงิน”
ตามข้อ ๑๔ ของระเบียบ มีดังนี้
๑.๑ กรณีสํานักงานศาลปกครองรับเงินค่าธรรมเนียมศาล ได้แก่
(๑) ใบสั่งค่าธรรมเนียมศาลจากกลุ่มรับฟ้อง
(๒) ใบรับเงินค่าธรรมเนียมศาลหรือเงินค่าปรับ
๑.๒ กรณีสํานักงานศาลปกครองรับเงินค่าปรับ ได้แก่
(๑) คําสั่งศาล
(๒) ใบรับเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ
๑.๓ กรณีสํานักงานศาลปกครองรับเงินกลาง ได้แก่
(๑) คําแถลงขอวางเงินชําระหนี้ตามคําพิพากษา
(๒) ใบรับเงินกลาง
๑.๔ กรณีสํานักงานศาลปกครองรับเงินอายัดตามหมายบังคับคดี ได้แก่
(๑) หนังสือแจ้งการส่งเงินอายัด
(๒) แบบฟอร์มส่งเงินอายัด
(๓) หนังสือแจ้งการรับเงินอายัด
(๔) บัญชีรายการรับ – จ่ายเงิน
(๕) ใบรับเงินกลาง
๑.๕ กรณีสํานักงานศาลปกครองจ่ายคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ ได้แก่
(๑) ใบสั่งคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ
(๒) บันทึกเจ้าหน้าที่ที่เสนอความเห็นคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ
(๓) คําร้องขอรับเงินค่าธรรมเนียมศาลคืน
(๔) ใบมอบอํานาจหรือมอบฉันทะ
(๕) สําเนาบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ผู้มอบอํานาจ ผู้รับมอบอํานาจ
ผู้มอบฉันทะ และผู้รับมอบฉันทะ เช่น บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐใบอนุญาตขับรถ
(๖) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
(๗) สําเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
(๘) คําสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
(๙) ใบรับเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ
(๑๐) สําเนาใบนําฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร
๑.๖ กรณีสํานักงานศาลปกครองจ่ายคืนเงินกลาง (เงินวางชําระตามคําพิพากษา) ได้แก่
(๑) ใบรับคืนเงินกลาง
(๒) บันทึกเจ้าหน้าที่ที่เสนอความเห็นคืนเงินกลาง
(๓) คําร้องขอรับเงินที่ชําระหนี้ตามคําพิพากษา
(๔) ใบมอบอํานาจหรือมอบฉันทะ
(๕) สําเนาบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ผู้มอบอํานาจ ผู้รับมอบอํานาจผู้มอบฉันทะ และผู้รับมอบฉันทะ เช่น บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบอนุญาตขับรถ
(๖) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
(๗) สําเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
(๘) คําสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
(๙) หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบเงินวางชําระหนี้ตามคําพิพากษา
(๑๐) ใบรับเงินกลาง
(๑๑) สําเนาใบนําฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร
๑.๗ กรณีสํานักงานศาลปกครองจ่ายคืนเงินอายัดตามหมายบังคับคดี ได้แก่
(๑) หนังสือแจ้งการส่งใบสั่งจ่ายเงินตามหมายบังคับคดี
(๒) ใบสั่งจ่ายเงิน
(๓) ใบรับเงิน
(๔) คําร้องขอรับเงิน
(๕) บัญชีรายการรับ – จ่ายเงิน
(๖) ใบมอบอํานาจหรือมอบฉันทะ
(๗) สําเนาบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ผู้มอบอํานาจ ผู้รับมอบอํานาจ ผู้มอบฉันทะ และผู้รับมอบฉันทะ เช่น บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบอนุญาตขับรถ
(๘) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
(๙) หนังสือแจ้งการจ่ายเงินอายัดตามหมายบังคับคดี
**๒. เอกสารที่ต้องจัดเก็บเพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือเป็นเอกสารจดหมายเหตุตามข้อ ๘**มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกดังนี้
๒.๑ สํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ต้องจัดเก็บต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) สํานวนคดีที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
(๒) สํานวนคดีที่มีการวางหลักกฎหมายสําคัญหรือวางหลักสําคัญในการปฏิบัติ
ราชการ
(๓) สํานวนคดีหมายเลขดําที่ ๑ และคดีหมายเลขแดงที่ ๑ ของแต่ละศาล
(๔) สํานวนคดีที่บุคคลสําคัญในศาลปกครองพิจารณาพิพากษา
(๕) สํานวนคดีเกี่ยวกับบุคคลสําคัญ
(๖) สํานวนคดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่สําคัญของประเทศ
๒.๒ เอกสารในสํานวนคดีอันถึงที่สุดตาม ๒.๑ ที่ต้องจัดเก็บเป็นจดหมายเหตุ
ศาลปกครอง ได้แก่
(๑) ต้นฉบับเอกสารต่อไปนี้
(๑.๑) คําฟ้อง
(๑.๒) เอกสารการดําเนินงานของพนักงานคดี ตุลาการ และศาล ตั้งแต่รับคําฟ้องจนสิ้นสุดคดี อาทิ ความเห็นรับ/ไม่รับคําฟ้อง การไต่สวนฉุกเฉิน การเดินเผชิญสืบ การรายงานการดําเนินงานต่อศาล ฯลฯ
(๑.๓) เอกสารหลักฐานของคู่กรณี
(๑.๔) คําแถลงการณ์
(๑.๕) คําพิพากษา/คําสั่งของศาล
(๑.๖) รายงานผลการบังคับคดี (ถ้ามี)
(๒) ภาพถ่าย เทปเสียงและเทปวีดิทัศน์ ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินคดีที่ศาลปกครองเป็นผู้จัดทําขึ้น
**๓. การดําเนินงานของคณะทํางานดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและสํานวน**
**บังคับคดีตามข้อ ๑๖**
โดยที่สํานวนคดีอันถึงที่สุดและสํานวนบังคับคดีที่เกี่ยวข้องที่ต้องปลดทําลาย เป็นเอกสารที่มีลักษณะต่างกันและมีปริมาณมาก ดังนั้น คณะทํางานจึงควรอาศัยอํานาจตามข้อ ๑๙ วรรคสี่
ของระเบียบ แต่งตั้งคณะทํางานย่อยอย่างน้อยจํานวนสองคณะ เช่น คณะทํางานย่อยดําเนินการปลดทําลายสํานวนคดีและเอกสาร เป็นคณะทํางานย่อยหลัก และคณะทํางานย่อยอื่นเพื่อดําเนินการปลดทําลายสํานวนบังคับคดีปกครองและเอกสารอื่น ๆ ตามข้อ ๑๒ เพื่อแยกกันดําเนินการตามความเหมาะสมกับลักษณะของสํานวนและเอกสาร ทั้งนี้ คณะทํางานอาจแต่งตั้งคณะทํางานย่อยอื่นอีกได้ตามที่เห็นสมควร โดยคํานึงถึงปริมาณสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารที่จะต้องปลดทําลาย
**๔. รายงานการปลดทําลายสํานวนคดี สํานวนบังคับคดี และเอกสารตามข้อ ๒๐**
ให้แสดงรายละเอียดตามบัญชีแนบท้ายประกาศ โดยอาจเพิ่มเติมหรืองดเว้นบางรายการได้ตามความเหมาะสม
ในกรณีที่บัญชีใดไม่มีรายการต้องปลดทําลาย ให้จัดทําบัญชีโดยหมายเหตุไว้ในบัญชีว่า “ไม่มีรายการที่ต้องปลดทําลาย” ด้วย โดยให้จัดทําบัญชีดังต่อไปนี้
๔.๑ บัญชีเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป (บ.๑) ให้กรอกรายละเอียด ดังนี้
ช่องรายการ ให้แสดงรายการตามที่ปรากฏในบัญชีทุกรายการ ถ้าไม่มีในรายการใด ให้ขีดฆ่าในช่องหมายเลขคดีและช่องรวมจํานวนคดี ( - ) และให้ระบุไว้ในหมายเหตุว่า ไม่มีเอกสารในรายการนี้ที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป
ช่องหมายเลขคดี ให้ระบุหมายเลขคดีแดงของสํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไปทุกคดี โดยให้เรียงลําดับจากน้อยไปหามาก แยกตามประเภทรายการเอกสารที่จัดเก็บ
ช่องรวมจํานวนคดี ให้ระบุยอดรวมของสํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ต้องจัดเก็บไว้ตลอดไปในแต่ละประเภทรายการเอกสารที่จัดเก็บ โดยนับยอดรวมตามหมายเลขคดีแดงที่ระบุไว้ช่องหมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ควรบันทึกไว้ให้ปรากฏ
๔.๒ บัญชีสํานวนคดีอันถึงที่สุดและเอกสารอื่นที่ได้ปลดทําลาย (บ.๒) ให้กรอกรายละเอียด ดังนี้
ช่องรายการ ให้แสดงรายการตามที่ปรากฏในบัญชีทุกรายการ ถ้าไม่มีในรายการใด ให้ขีดฆ่าในช่องหมายเลขคดีและช่องรวมจํานวนคดี ( - ) และให้ระบุไว้ในหมายเหตุว่า ไม่มีเอกสารในรายการนี้ที่ต้องปลดทําลาย
ช่องหมายเลขคดี ให้ระบุหมายเลขคดีแดงของสํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ได้ปลดทําลายทุกคดี โดยให้เรียงลําดับจากน้อยไปหามาก แยกตามประเภทรายการเอกสารที่ปลดทําลาย
ช่องรวมจํานวนคดี ให้ระบุยอดรวมของสํานวนคดีอันถึงที่สุดที่ได้ปลดทําลายในแต่ละประเภทรายการเอกสารที่ได้ปลดทําลาย โดยนับยอดรวมตามหมายเลขคดีแดงที่ได้ระบุไว้ช่องหมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ควรบันทึกไว้ให้ปรากฏ
๔.๓ บัญชีสํานวนบังคับคดีปกครองที่ได้ปลดทําลาย (บ.๓) ให้กรอกรายละเอียด ดังนี้
ช่องรายการ ให้แสดงรายการตามที่ปรากฏในบัญชีทุกรายการ ถ้าไม่มีในรายการใด ให้ขีดฆ่าในช่องหมายเลขคดีแดงและช่องรวมจํานวนคดี ( - ) และให้ระบุไว้ในหมายเหตุว่า ไม่มีเอกสารในรายการนี้ที่ต้องปลดทําลาย
ช่องหมายเลขคดี ให้ระบุหมายเลขคดีแดงของสํานวนบังคับคดีปกครองที่ได้ปลดทําลายทุกคดี โดยให้เรียงลําดับจากน้อยไปหามาก แยกตามประเภทรายการเอกสารที่ปลดทําลาย
ช่องรวมจํานวนคดี ให้ระบุยอดรวมของสํานวนบังคับคดีปกครองที่ได้ปลดทําลายในแต่ละประเภทรายการเอกสารที่ได้ปลดทําลาย โดยนับยอดรวมตามหมายเลขคดีแดงที่ได้ระบุไว้
ช่องหมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ควรบันทึกไว้ให้ปรากฏ
๔.๔ บัญชีสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลาย (บ.๔) ให้กรอกรายละเอียด ดังนี้
ช่องรายการ ให้แสดงรายการตามที่ปรากฏในบัญชีทุกรายการ ถ้าไม่มีในรายการใด ให้ขีดฆ่าในช่องหมายเลขคดีแดงและช่องรวมจํานวนคดี ( - ) และให้ระบุไว้ในหมายเหตุว่า ไม่มีเอกสารในรายการนี้ที่ต้องชะลอการปลดทําลาย
ช่องหมายเลขคดี ให้ระบุหมายเลขคดีแดงของสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลายทุกคดี โดยให้เรียงลําดับจากน้อยไปหามาก แยกตามประเภทรายการเอกสารที่ชะลอการปลดทําลาย
ช่องรวมจํานวนคดี ให้ระบุยอดรวมของสํานวนคดีและเอกสารที่ชะลอการปลดทําลายใน
แต่ละประเภทเอกสารที่ได้ชะลอการปลดทําลาย โดยนับยอดรวมตามหมายเลขคดีแดงที่ได้ระบุไว้
ช่องหมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ควรบันทึกไว้ให้ปรากฏ