法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่บริษัทเงินทุนต้องเรียก

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง

การกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่บริษัทเงินทุนต้องเรียก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๓๐ (๕) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบ

ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

พ.ศ. ๒๕๒๒ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ออกประกาศเป็นข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

การที่บริษัทเงินทุนให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้ถือหุ้นของบริษัทเงินทุนนั้นซึ่งถือหุ้นเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่

จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทเงินทุนนั้น

(๒) บริษัทจำกัดที่บริษัทเงินทุน กรรมการ

ผู้จัดการ หรือพนักงานหรือบุคคลผู้มี

อำนาจในการจัดการของบริษัทเงินทุนนั้น ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้

แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดดังกล่าว

(๓) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่กรรมการ ผู้จัดการ

หรือพนักงาน หรือบุคคลผู้มีอำนาจ

ในการจัดการของบริษัทเงินทุนนั้น เป็นหุ้นส่วน

(๔) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่กรรมการ ผู้จัดการ

หรือพนักงาน หรือบุคคลผู้มีอำนาจ

ในการจัดการของบริษัทเงินทุนนั้น

เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด หรือเป็นหุ้นส่วนจำพวก

จำกัดความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของทุนทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว

(๕) บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนที่กรรมการ

ผู้จัดการ หรือพนักงาน หรือบุคคล

ผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเงินทุนนั้น

เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือพนักงานหรือบุคคลผู้มี

อำนาจในการจัดการ

บริษัทเงินทุนนั้นต้องให้ผู้กู้นำทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันเต็ม

จำนวนหนี้ เว้นแต่จะมีธนาคารค้ำประกันเต็มจำนวนหนี้

หรือได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่ง

ประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงาน หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการ

จัดการของบริษัทเงินทุนในข้อ ๑

ให้หมายความรวมถึงบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) คู่สมรส

หรือบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว

(๒) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลดังกล่าว

หรือคู่สมรส หรือบุตรซึ่งยังไม่บรรลุ

นิติภาวะของบุคคลดังกล่าว เป็นหุ้นส่วน

(๓) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลดังกล่าว

หรือคู่สมรส หรือบุตรซึ่งยังไม่บรรลุ

นิติภาวะของบุคคลดังกล่าว

เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดหรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัด

ความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของทุนทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น

(๔) บริษัทจำกัดที่บุคคลดังกล่าว หรือคู่สมรส

หรือบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ของบุคคลดังกล่าว หรือห้างหุ้นส่วนตาม (๒) หรือ (๓)

ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวน

หุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ข้อกำหนดในข้อ ๑ ไม่ใช้บังคับสำหรับการที่บริษัทเงินทุนให้กู้ยืมเงินแก่

ธนาคาร บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์

หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ทรัพย์สินที่จะต้องนำมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันตามประกาศนี้

หมายถึงทรัพย์สินดังต่อไปนี้

(๑) หลักทรัพย์รัฐบาลไทย ได้แก่

(ก) ตั๋วเงินคลัง

(ข) พันธบัตร

(๒)

หุ้นกู้และพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย

(๓) หุ้น หุ้นกู้ และพันธบัตรของนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(๔)

ตั๋วเงินที่บริษัทเงินทุนผู้ให้กู้ยืมเงินเป็นผู้ออก

(๕)

หลักทรัพย์จดทะเบียนและหลักทรัพย์รับอนุญาตในตลาดหลักทรัพย์แห่ง

ประเทศไทย

(๖) อสังหาริมทรัพย์

การตีราคาทรัพย์สินตาม

(๑) (๒) (๓) และ (๔) จะต้องไม่เกินมูลค่าที่ตราไว้

การตีราคาทรัพย์สินตาม

(๕) จะต้องไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบของราคาซื้อขาย

ครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การตีราคาอสังหาริมทรัพย์ตาม

(๖) ที่เป็นที่ดินจะต้องไม่เกินราคาประเมินของ

กรมที่ดิน

ส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์อื่นจะต้องไม่เกินมูลค่าตามบัญชีหรือตามราคาทุนที่ได้หักค่า

เสื่อมราคาแล้ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนตามข้อ ๑ ที่บริษัทเงินทุนได้

กระทำขึ้นก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับโดยไม่มีทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันเต็ม

จำนวนหนี้ให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติดังนี้

(๑)

ในกรณีที่การให้กู้ยืมเงินดังกล่าวได้กระทำขึ้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนวันที่

ประกาศนี้ใช้บังคับ

และยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินคืนตามสัญญาบริษัทเงินทุนต้องให้ผู้กู้นำทรัพย์สิน

มาจำนำหรือจำนองเป็นประกันจนเต็มจำนวนหนี้

ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ เว้น

แต่จะจัดให้มีธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันจนเต็มจำนวนหนี้

หรือได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่ง

ประเทศไทย

(๒)

ในกรณีที่เป็นการให้กู้ยืมเงินที่ต้องชำระคืนเมื่อทวงถามบริษัทเงินทุนต้อง

ให้ผู้กู้นำทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันจนเต็มจำนวนหนี้

หรือให้ผู้กู้ชำระเงินคืน แล้วแต่

กรณี ภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

เว้นแต่จะจัดให้มีธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันจน

เต็มจำนวนหนี้ หรือได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย

(๓)

ในกรณีที่ผู้กู้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัทเงินทุนในวงเงินที่ตกลงกันและ

ผู้กู้ได้รับเงินบางส่วนตามสัญญาดังกล่าวไปแล้ว

บริษัทเงินทุนจะต้องดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒)

แล้วแต่กรณี

สำหรับเงินที่ให้กู้ยืมไปแล้วส่วนเงินที่เหลือตามสัญญา

บริษัทเงินทุนจะให้กู้ยืมได้ก็ต่อ

เมื่อได้จัดให้ผู้กู้นำทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันจนเต็มจำนวนหนี้นั้น

เว้นแต่จะจัดให้มี

ธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันจนเต็มจำนวนหนี้

หรือได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๒

นุกูล ประจวบเหมาะ

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

[รก.๒๕๒๒/๒๐๕/๒๓พ/๑๒ ธันวาคม ๒๕๒๒]

พุทธชาด

/ แก้ไข

๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๕

A

+ B (C )

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่บริษัทเงินทุนต้องเรียก (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_678fe0fd5f9ee452

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com