ข้อ ๕
การให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนตามข้อ ๑ ที่บริษัทเงินทุนได้
กระทำขึ้นก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับโดยไม่มีทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันเต็ม
จำนวนหนี้ให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติดังนี้
(๑)
ในกรณีที่การให้กู้ยืมเงินดังกล่าวได้กระทำขึ้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนวันที่
ประกาศนี้ใช้บังคับ
และยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินคืนตามสัญญาบริษัทเงินทุนต้องให้ผู้กู้นำทรัพย์สิน
มาจำนำหรือจำนองเป็นประกันจนเต็มจำนวนหนี้
ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ เว้น
แต่จะจัดให้มีธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันจนเต็มจำนวนหนี้
หรือได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่ง
ประเทศไทย
(๒)
ในกรณีที่เป็นการให้กู้ยืมเงินที่ต้องชำระคืนเมื่อทวงถามบริษัทเงินทุนต้อง
ให้ผู้กู้นำทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันจนเต็มจำนวนหนี้
หรือให้ผู้กู้ชำระเงินคืน แล้วแต่
กรณี ภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
เว้นแต่จะจัดให้มีธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันจน
เต็มจำนวนหนี้ หรือได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(๓)
ในกรณีที่ผู้กู้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัทเงินทุนในวงเงินที่ตกลงกันและ
ผู้กู้ได้รับเงินบางส่วนตามสัญญาดังกล่าวไปแล้ว
บริษัทเงินทุนจะต้องดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒)
แล้วแต่กรณี
สำหรับเงินที่ให้กู้ยืมไปแล้วส่วนเงินที่เหลือตามสัญญา
บริษัทเงินทุนจะให้กู้ยืมได้ก็ต่อ
เมื่อได้จัดให้ผู้กู้นำทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันจนเต็มจำนวนหนี้นั้น
เว้นแต่จะจัดให้มี
ธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันจนเต็มจำนวนหนี้
หรือได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย