ข้อ ๓
ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตรวจสอบมาตรฐานสินค้าผ้าไหมดังนี้
๓.๑ การตรวจสอบผ้าไหม
๓.๑.๑ สุ่มผ้าไหมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐
ของจำนวนผืนผ้าไหมทั้งหมดที่เป็นประเภทและชนิดเดียวกันที่จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและตรวจสอบรายการต่อไปนี้
๓.๑.๑.๑ ความกว้างและความยาวของผืนผ้าไหม
๓.๑.๑.๒ ความเรียบร้อย ไม่เปรอะเปื้อน
ไม่ชำรุด ไม่เปื่อย หรือขาดง่าย
และมีสีสม่ำเสมอตามสภาพหรือลักษณะของผ้าไหมตลอดทั้งผืน
๓.๑.๑.๓ ข้อความที่ประทับผืนผ้าไหมว่าถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง
๓.๑.๒ สุ่มผ้าไหมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕
ของจำนวนผืนผ้าไหมทั้งหมดที่เป็นประเภทและชนิดเดียวกันที่จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและตรวจสอบรายการต่าง
ๆ ตามวิธีการต่อไปนี้
๓.๑.๒.๑
จำนวนเส้นไหมยืนต่อระยะหนึ่งเซนติเมตรของผ้าไหมไทย ตรวจนับจากจุดต่าง ๆ
ตามแนวเฉียงของผืนผ้าไม่น้อยกว่า ๕ จุด จุดแรกต้องห่างจากริมผ้าไม่น้อยกว่า ๔
เซนติเมตร
๓.๑.๒.๒
น้ำหนักต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตรของผ้าไหมไทย
นำตัวอย่างผ้าไหมไทยทั้งหมดที่ได้สุ่มไว้
ชั่งน้ำหนักทั้งผืนแต่ละผืนแล้วคำนวณเฉลี่ยเป็นน้ำหนักต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตรของผืนผ้านั้น
ๆ
๓.๑.๒.๓
ปริมาณเป็นร้อยละโดยน้ำหนักของไหมแท้ที่ใช้ทอผ้าไหม
ตัดตัวอย่างผ้าไหมขนาดไม่น้อยกว่า ๓๐ ตารางเซนติเมตร และมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๓
เซนติเมตร ทั้งนี้
ต้องมีขนาดพอเพียงกับการตรวจสอบตามแนวขนานกับด้านยืนและด้านพุ่งไม่นับริมผ้าส่วนที่เป็นขอบจากผ้าไหมทุกผืนที่ได้สุ่มไว้
แบ่งตัวอย่างผ้าไหมแต่ละชิ้นออกเป็น ๒ ส่วน แต่ละส่วนมีขนาดไม่น้อยกว่า ๑๕
เซนติเมตรและมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตร
เก็บตัวอย่างผ้าไหมนั้นไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ๑ ส่วน อีก ๑ ส่วน นำไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบ
ตัดตัวอย่างผ้าไหมส่วนที่จะตรวจสอบให้ได้ขนาด ๓ × ๓ เซนติเมตร
นำตัวอย่างผ้าไหมส่วนที่จะตรวจสอบที่ได้ขนาดดังกล่าวทั้งหมดชั่งหาน้ำหนัก
เลาะไหมยืนและไหมพุ่งของผ้าไหมจากตัวอย่างออกทั้งหมด
คัดแยกเฉพาะไหมแท้ชั่งน้ำหนักแล้วคำนวณปริมาณเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก
๓.๒ เกณฑ์การตัดสิน
๓.๒.๑ การตรวจสอบตาม ๓.๑.๑ และ ๓.๑.๒
ถ้าปรากฏว่าผ้าไหมหรือตัวอย่างผ้าไหมประเภทและชนิดที่สุ่มตรวจสอบนั้น
ถูกต้องตามมาตรฐานทุกตัวอย่างที่ตรวจสอบให้ถือว่า
ผ้าไหมที่จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเฉพาะประเภทและชนิดนั้นทั้งหมดถูกต้องตามมาตรฐาน
และให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ทั้งหมด
๓.๒.๒ การตรวจสอบตาม ๓.๑.๑
ถ้าปรากฏว่าผ้าไหมประเภทและชนิดที่สุ่มตรวจสอบนั้นผิดมาตรฐานเพียงผืนหรือชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
ให้ดำเนินการตรวจสอบผ้าไหมเต็มจำนวนที่จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
และถ้าปรากฏว่าผ้าไหมผืนใดหรือชิ้นใดไม่ได้มาตรฐานให้ถือว่าผ้าไหมเฉพาะผืนหรือชิ้นนั้นเท่านั้นที่ผิดมาตรฐาน
และให้คัดผืนหรือชิ้นที่ผิดมาตรฐานออกไป
แล้วออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้องตามมาตรฐานเท่านั้น
๓.๒.๓ การตรวจสอบตาม ๓.๑.๒
ถ้าปรากฏว่าผ้าไหมหรือตัวอย่างผ้าไหมประเภทและชนิดที่สุ่มตรวจนั้นผิดมาตรฐานเพียงตัวอย่างใดตัวอย่างหนึ่ง
ให้ถือว่าผ้าไหมที่จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเฉพาะประเภทและชนิดนั้นทั้งหมดผิดมาตรฐาน
๓.๓
ให้บรรจุตัวอย่างผ้าไหมที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐานตามที่ระบุใน ๓.๑.๒.๓
แต่ละส่วนในถุงหรือภาชนะที่ป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพของตัวอย่างได้ผนึกสลากแสดงประเภท
ชนิดของผ้าไหมนั้น ชื่อผู้จัดให้มีการตรวจสอบ
เลขที่คำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า
วันเดือนปีที่ตรวจสอบและให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบ
ผู้จัดให้มีการตรวจสอบหรือผู้แทนที่อยู่ในขณะตรวจสอบลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่สลาก ทำตราประทับปากถุงหรือภาชนะนั้น
แล้วให้ผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้นลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่ปากถุงหรือภาชนะอีกครั้งหนึ่ง
มอบตัวอย่างดังกล่าวให้ผู้มีหน้าที่รับมอบตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด
๓.๔
ผ้าไหมที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแล้ว เมื่อผู้จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าจะนำบรรจุหีบห่อ
ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตรวจสอบหีบห่อนั้น
และควบคุมการบรรจุหีบห่อโดยใกล้ชิด แล้วทำตราประทับที่หีบห่อนั้นด้วย
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๕
วัน นับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๕
อมเรศ ศิลาอ่อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
อุษมล/ผู้จัดทำ
๒๐
กันยายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๙๙/หน้า ๘๕๒๘/๖ สิงหาคม ๒๕๓๕