法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 12 / 2563

เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการทางการเงินที่ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนแทนการใช้เงินกู้นอกระบบเพื่อสนับสนุนการขาดสภาพคล่องชั่วคราวที่จําเป็นต่อการดํารงชีพหรือการประกอบอาชีพ เช่น การซื้อสินค้าและบริการในชีวิตประจําวัน การซื้อวัตถุดิบในการประกอบอาชีพ จึงเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจํานวนมาก ภาครัฐโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้เข้ามากํากับดูแลการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับตั้งแต่ พ.ศ. 2548 เพื่อดูแลหนี้ครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคก่อหนี้สินเกินตัวตลอดจนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกํากับดูแลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

การปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อกําหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่กรรมการ ผู้มีอํานาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน และกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจมีหลักธรรมาภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) และเพื่อปรับลดอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ที่สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินอาจเรียกเก็บจากลูกหนี้เหลือร้อยละ 25 ต่อปี (effective rate) สําหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และร้อยละ 24 ต่อปี (effective rate) สําหรับสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ตามที่ พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ) กําหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ที่สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินอาจเรียกเก็บจากลูกหนี้ได้ตามความเหมาะสมของภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ 6นาคารแห่งประเทศไทยได้รวมหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินไว้ในประกาศฉบับเดียวกัน

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

2. 1 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 46 มาตรา 47 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้

2.2 อาศัยอํานาจตามความในข้อ 2 ข้อ 4 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 21 แห่งประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ) ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก

3.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2562 เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับสําหรับสถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562

3.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562 เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับสําหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562

อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ)

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 คําจํากัดความ

5.1.1 "สินเชื่อส่วนบุคคล" หมายความว่า การให้กู้ยืมเงิน การรับซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด แก่บุคคลธรรมดาโดยมิได้ระบุวัตถุประสงค์หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ และให้รวมถึงสินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพ

5.1.2 "สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ" หมายความว่า สินเชื่อส่วนบุคคลเฉพาะที่ไม่มีทรัพย์หรือทรัพย์สินเป็นหลักประกัน และเพื่อประโยชน์แห่งประกาศฉบับนี้ ให้รวมถึงสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบธุรกิจมิได้จําหน่ายเป็นทางการค้าปกติยกเว้นในสินค้าประเภทรถและเครื่องจักร และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันทั้งนี้ ไม่รวมถึง สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อเพื่อการเดินทางไปทํางานในต่างประเทศ สินเชื่อเพื่อรักษาพยาบาล สินเชื่อเพื่อสวัสดิการพนักงาน สินเชื่อที่จัดให้มีการนําเอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดิน หรือสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นประกันการชําระหนี้ สินเชื่อที่ผู้ประกอบธุรกิจให้แก่บุคคลธรรมดาในต่างประเทศ

5.1.3 "สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน" หมายความว่า การให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลที่เป็นเจ้าขอกรรมสิทธิ์ในรถ โดยผู้ประกอบธุรกิจมีการรับสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ หรือจัดให้มีสัญญาเอกสาร หรือหลักฐานอื่นใด เพื่อให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถโอนทะเบียนรถไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นประกันการชําระหนี้ หรือจัดให้มีสัญญา เอกสาร หรือหลักฐานอื่นใด เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถนํารถที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ไปขายหรือดําเนินการอื่นใดเพื่อการชําระหนี้นั้น ทั้งนี้ ลูกหนี้ยังคงสามารถครอบครองรถและใช้ประโยชน์ในฐานะเจ้าของรถได้ตามปกติ

5.1.4 "รถ" หมายความว่า รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

5.1.5 "สินเชื่อเพื่อสวัสดิการพนักงาน" หมายความว่า สินเชื่อที่หน่วยงานต้นสังกัดได้มีการทําสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้สินเชื่อสวัสดิการกับพนักงานของตน ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่หน่วยงานต้นสังกัดมีการกําหนดนโยบายสินเชื่อสวัสดิการที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของหน่วยงานต้นสังกัดนั้น

5.1.6 "ผู้บริโภค" หมายความว่า ผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

5.1.7 "ผู้ประกอบธุรกิจ" หมายความว่า สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน

5.1.8 "สถาบันการเงิน" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

5.1.9 "ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ ตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ)

5.2 หลักการ

ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ ให้ผู้ประกอบธุรกิจถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลตามกรอบหลักการ (guiding principles) ดังต่อไปนี้

5.2.1 การให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับควรพิจารณาให้แก่ผู้ที่มีแหล่งรายได้หรือมีความสามารถเพียงพอในการชําระหนี้ ไม่กระตุ้นการก่อหนี้ที่ไม่จําเป็น และคํานึงถึงความสามารถในการดํารงชีพของผู้บริโภคภายหลังการอนุมัติธุรกรรมด้านสินเชื่อ

5.2.2 การเรียกเก็บดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้บริโภคควรคํานึงถึงต้นทุนที่แท้จริง ในอัตราที่เป็นธรรม และไม่เอาเปรียบผู้บริโภครวมทั้งให้บริการแก่ผู้บริโภคอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

5.3 คุณสมบัติผู้ประกอบธุรกิจและการยื่นคําขออนุญาตการประกอบธุรกิจ

ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้มีอํานาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน รวมถึงกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ)

ทั้งนี้ ในการยื่นคําขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ยื่นผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ตามแบบยื่นคําขออนุญาตประกอบธุรกิจและจัดส่งตามช่องทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในคู่มือประชาชน

5.4 หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ

5.4.1 คุณสมบัติของผู้ใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ

(1) สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

(1.1) ที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพ

ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้สินเชื่อดังกล่าวแก่บุคคลธรรมดาได้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้ที่มีฐานะทางการเงินเพียงพอสําหรับการชําระหนี้ โดยพิจารณาจากรายได้จากแหล่งที่มาต่าง ๆ รวมกัน หรือกระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากซึ่งฝากไว้กับสถาบันการเงินที่สามารถรับฝากเงินจากประชาชนได้ตามกฎหมายย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถนําปัจจัยอื่นที่สะท้อนความสามารถในการชําระหนี้ของผู้ใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับอย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือมาใช้พิจารณาร่วมกับรายได้หรือกระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องมีนโยบายและกระบวนการในการพิจารณาใช้ปัจจัยอื่นดังกล่าวในการพิจารณาความสามารถในการชําระหนี้ตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 1

(1.2) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพ

ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้สินเชื่อดังกล่าวแก่บุคคลธรรมดาได้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้ที่มีฐานะทางการเงินเพียงพอสําหรับการชําระหนี้ โดยพิจารณาจากรายได้จากแหล่งที่มาต่าง ๆ รวมกัน กระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากซึ่งฝากไว้กับสถาบันการเงินที่สามารถรับฝากเงินจากประชาชนได้ตามกฎหมายย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือปัจจัยอื่นที่สะท้อนวามสามารถในการชําระหนี้ของผู้ใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับอย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องมีนโยบายและกระบวนการในการพิจารณาใช้ปัจจัยอื่นดังกล่าวในการพิจารณาความสามารถในการชําระหนี้ตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 1

(2) สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้สินเชื่อดังกล่าวแก่บุคคลธรรมดาได้ เมื่อผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้มีความสามารถเพียงพอสําหรับการชําระหนี้ รวมทั้งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถและมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถเพื่อเป็นประกันการชําระหนี้

5.4.2 การกําหนดวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ

(1) สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

(1.1) ที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพ

(1.1.1) ผู้บริโภคมีรายได้หรือมีกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าในบัญชีเงินฝากตามข้อ 5.4.1 (1.1) โดยเฉลี่ยน้อยกว่า 30,000 บาทต่อเดือน

ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับแก่ผู้บริโภคดังกล่าวได้ไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนหรือกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าในบัญชีเงินฝากของผู้บริโภคเฉลี่ยต่อเดือน และจะให้วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับแก่ผู้บริโภคอีกไม่ได้ หากผู้บริโภครายดังกล่าวมีวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับลักษณะดังกล่าวที่ได้รับจากผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นหรือผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สําหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลอยู่แล้ว 3 แห่ง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีกระบวนการดูแลการให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับให้สอดคล้องกับข้อกําหนดเกี่ยวกับวงเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด โดยผู้บริโภคที่ประสงค์จะขอสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับหรือขอวงเงินเพิ่มต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื้อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับทั้งที่ผู้บริโภคมีอยู่และที่อยู่ระหว่างการยื่นขอสินเชื่อในช่วงระยะเวลา 2 เดือนก่อนหน้าจนถึงวันที่ยื่นขอสินเชื่อหรือขอเพิ่มวงเงิน โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้ผู้บริโภครับทราบเกี่ยวกับความสําคัญของข้อมูลดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ต้องปรับลดวงเงินหรือยกเลิกวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับได้ หากพบภายหลังว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจต้องติดตามและสอบทานการให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับอย่างน้อย 3 เดือนนับจากวันที่ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อแล้ว

(1.1.2) ผู้บริโภคมีรายได้หรือมีกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าในบัญชีเงินฝากตามข้อ 5.4.1 (1.1) โดยเฉลี่ยตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือน

ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับแก่ผู้บริโภคดังกล่าวได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนหรือกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าในบัญชีเงินฝากของผู้บริโภคเฉลี่ยต่อเดือน

ทั้งนี้ สําหรับผู้บริโภคที่มีหรือเคยมีวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับก่อนวันที่ 1 กันยายน 2560 ผู้ประกอบธุรกิจสามารถคงวงเงินเดิมหรือพิจารณาให้วงเงินใหม่ได้โดยรวมแล้วไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนหรือกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าในบัญชีเงินฝากของผู้บริโภคเฉลี่ยต่อเดือน

อนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจอาจพิจารณาเพิ่มวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพของสัญญาที่มีกําหนดระยะเวลาการชําระหนี้ไว้อย่างชัดเจนเป็นการชั่วคราวเกินกว่าวงเงินที่กําหนดไว้ตามข้อ 5.4.2 (1.1.1) หรือ (1.1.2) ให้แก่ผู้บริโภคในกรณีฉุกเฉินได้ เมื่อได้พิจารณาความสามารถในการชําระหนี้ของผู้บริโภคแล้ว ซึ่งเมื่อรวมกับวงเงินที่ให้ตามข้อ 5.4.2 (1.1.1) หรือ (1.1.2) แล้วต้องไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนหรือกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าในบัญชีเงินฝากของผู้บริโภคเฉลี่ยต่อเดือน ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องกําหนดนโยบายการพิจารณาให้วงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นต่อการดํารงชีพเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งครอบคลุมถึงลักษณะเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นต่อการดํารงชีพ เงื่อนไขของการอนุมัติ เช่น วงเงิน และระยะเวลาในการผ่อนชําระ รวมถึงแนวทางการพิสูจน์การใช้วงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินดังกล่าวของผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องระบุอํานาจและหน้าที่ของผู้รับผิดชอบในการอนุมัติวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินดังกล่าว และต้องดูแลมิให้ใช้การพิจารณาเพิ่มวงเงินชั่วคราวดังกล่าวเป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์การกําหนดวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับตามข้อ 5.4.2 (1.1.1) หรือ (1.1.2)

(1.2) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพ

ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การ

กํากับที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพแก่ผู้บริโภคตามความสามารถในการชําระหนี้ของธุรกิจที่ผู้ขอสินเชื่อประสงค์จะนําไปใช้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีนโยบายและกระบวนการในการให้สินเชื่อ ติดตาม และสอบทานการให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าผู้บริโภคนําเงินที่ได้รับจากสินเชื่อดังกล่าวไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์การกู้ยืมที่ได้แจ้งกับผู้ประกอบธุรกิจไว้ และไม่ได้ใช้เป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงข้อกําหนดเกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับตามข้อ 5.4.2 (1.1)

(2) สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

ผู้ประกอบธุรกิจต้องกําหนดวงเงินสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันแก่ผู้บริโภคที่เหมาะสม และสอดคล้องกับความสามารถในการชําระหนี้ ซึ่งในการพิจารณาความสามารถในการชําระหนี้นั้น ผู้ประกอบธุรกิจสามารถพิจารณาจากกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากมูลค่ารถที่มีการนําทะเบียนมาเป็นประกันและสภาพคล่องในการจําหน่ายรถดังกล่าว

5.4.3 การเรียกเก็บดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใด ๆ และค่าใช้จ่ายอื่น

(1) ผู้ประกอบธุรกิจอาจเรียกเก็บดอกเบี้ยในหนี้ค้างชําระ หรือดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดชําระหนี้ หรือค่าบริการต่าง ๆ หรือเบี้ยปรับหรือค่าปรับในการชําระหนี้ล่าช้ากว่ากําหนดหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ จากผู้บริโภค เมื่อคํานวณรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 25 ต่อปี (effective rate) สําหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และไม่เกินร้อยละ 24 ต่อปี (effective rate) สําหรับสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

(2) นอกจากดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ตามข้อ 5.4.3 (1) แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุได้ ซึ่งต้องเป็นไปตามรายการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดตามตารางแนบท้ายประกาศรวมทั้งมีลักษณะของค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไปตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 2

ทั้งนี้ สําหรับสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใด ๆ สําหรับกรณีผู้บริโภคไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกําหนดทั้งจํานวนหรือบางส่วน

อนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่นําดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการค่าธรรมเนียมใด ๆ ตามข้อ 5.9.3 (1) และค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุตามข้อ 5.9.3 (2) มารวมกับจํานวนหนี้ที่ค้างชําระเพื่อคิดดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และค่าปรับอีก และต้องดูแลมิให้นําการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในสัญญาสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับเป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงข้อกําหนดเกี่ยวกับดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใด ๆ และค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุที่เกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับด้วย

5.4.4 การกําหนดนโยบายและแผนงาน

ผู้ประกอบธุรกิจต้องกําหนดนโยบายและแผนงานในการดําเนินธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ โดยควรประกอบด้วยทิศทางและแนวทางในการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ เป้าหมายในการให้บริการแก่ผู้บริโภคตามระดับรายได้หรือตามประเภทรถที่นําทะเบียนมาเป็นประกัน แล้วแต่กรณี รวมถึงแนวทางการดูแลผู้บริโภค

ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) เพื่อลดต้นทุนการดําเนินงานและเพิ่มความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ ให้สามารถใช้บริการได้เฉพาะในส่วนของงานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (strategic function) โดยให้ถือปฏิบัติตามเอกสารแนบ 3 ด้วย

5.4.5 การบริหารจัดการความเสี่ยง

ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงในการให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ ดังนี้

(1) ระบบการพิจารณาคุณสมบัติของผู้บริโภคที่ยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ เพื่อใช้ในการอนุมัติและกําหนดวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับตามระดับความสามารถในการชําระหนี้

(2) ระบบการเรียกเก็บหนี้ เพื่อใช้ในการเตือนให้ทราบเมื่อผู้บริโภคเริ่มมีปัญหาในการชําระหนี้หรือไม่สามารถชําระหนี้ได้ตามข้อตกลง ตลอดจนกลยุทธ์ในการเรียกเก็บหนี้ในกรณีต่าง ๆ

(3) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร เพื่อใช้ในการกําหนดและทบทวนนโยบายและแผนงานเกี่ยวกับการให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ

5.4.6 การดูแลผู้บริโภค

ให้ผู้ประกอบธุรกิจถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) และถือปฏิบัติเพิ่มเติมในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลอัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย การจัดทําตารางแสดงภาระหนี้ การเรียกให้ชําระหนี้และการติดตามทวงถามให้ชําระหนี้ การเปลี่ยนประเภทหนี้การปฏิบัติและการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลของผู้บริโภค และการปฏิบัติเมื่อมีข้อร้องเรียน โดยรายละเอียดให้เป็นไปตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 4

ทั้งนี้ ห้ามผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับโดยมิได้รับการร้องขอจากผู้บริโภคก่อน (pre-approved)

5.4.7 การจัดทํา จัดเก็บ และจัดส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินสามารถจัดทํา จัดเก็บ และจัดส่งข้อมูลต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ฉบับนี้ ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ แก่ ผู้บริโภคเป็นการทั่วไป หรือเปลี่ยนแปลงการแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ให้แก่ผู้บริโภคในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยนําหลักเกณฑ์ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการจัดทํา จัดเก็บ และจัดส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงินมาใช้โดยอนุโลม

5.4.8 การย้ายหรือปิดสํานักงานสาขา

ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินแจ้งการย้ายหรือปีดสํานักงานสาขา' โดยรายงานในรูปแบบและตามระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด และให้ประกาศกําหนดการย้ายหรือปีดสํานักงานสาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยอย่างน้อยต้องประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานสาขานั้น ๆ และในช่วงเวลาดําเนินการดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินต้องกําหนดแนวทางการดําเนินการเพื่ออํานวยความสะดวกให้ผู้บริโภคตามความเหมาะสม

5.5 การรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย

5.5.1 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทําและจัดส่งแบบรายงานในรูปแบบและตามระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด รวมถึงจัดทําและจัดส่งรายงานและข้อมูลอื่นเพิ่มเติมเป็นรายกรณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ

5.5.2 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทําแบบรายงานค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

5.5.3 ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินต้องจัดส่งงบการเงินประจําปีที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอํานาจกระทําการแทนของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินมายังธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 180 วันนับจากวันสิ้นงวดบัญชี

5.6 การแจ้งความประสงค์ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับประเภทอื่นเพิ่มเติม

หากผู้ประกอบธุรกิจมีการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับประเภทใดประเภทหนึ่งอยู่แล้ว และประสงค์จะประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับอีกประเภทหนึ่งตามประกาศฉบับนี้เพิ่มเติม ให้แจ้งความประสงค์ในการประกอบธุรกิจเพิ่มเติมดังกล่าวรวมถึงจัดส่งเอกสารและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามที่กําหนดในคู่มือประชาชนมายังธนาคารแห่งประเทศไทยล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเริ่มประกอบธุรกิจดังกล่าว

5.7 การขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) และการรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทยที่กําหนดในประกาศฉบับนี้เป็นรายกรณีได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องขออนุญาตผ่อนผันโดยแสดงเหตุผลและความจําเป็นมายังธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่กําหนดในคู่มือประชาชนและในการพิจารณาผ่อนผันดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมด้วยก็ได้

5.8 การกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในลักษณะอื่นเป็นการทั่วไป

ในกรณีเหตุจําเป็นที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจหรือกระทบต่อการให้บริการตามปกติของผู้ประกอบธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการกําหนดวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ การปฏิบัติเมื่อมีเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคและการประกาศกําหนดการย้ายหรือปีดสํานักงานสาขาที่กําหนดในประกาศฉบับนี้เป็นการทั่วไปได้โดยในการพิจารณาผ่อนผันดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมด้วยก็ได้

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กําหนดในประกาศฉบับนี้สําหรับการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับในลักษณะอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดเพิ่มเติม เช่น การประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับในลักษณะดิจิทัล โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขนให้ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยก็ได้

5.9 การกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม สั่งให้แก้ไข ระงับ หรือเพิกถอนการอนุญาต

ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้แก้ไข หรือระงับการดําเนินงานในธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการ หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินปฏิบัติด้วยก็ได้ รวมทั้งอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตได้

ทั้งนี้ ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินส่งคืนใบอนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 15 วัน

5.10 บทเฉพาะกาล

ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้ให้สินเชื่อที่มีลักษณะการจ่ายชําระเป็นงวดและมีการกําหนดระยะเวลาการผ่อนชําระไว้อย่างชัดเจนก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ สามารถเรียกเก็บอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ได้ตามอัตราที่กําหนดตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้นได้จนกว่าจะมีการชําระหนี้ดังกล่าวเสร็จสิ้น

อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2563

(นายวิรไท สันติประภพ)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_67a91f397a5c6ac3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com