ข้อ ๒ เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถต้องสามารถทำงานผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม และต้องมีคุณลักษณะ ระบบการทำงาน และการติดตั้ง ดังต่อไปนี้
(๑) มีระบบบันทึกและส่งข้อมูลการใช้งานของรถ ซึ่งต้องสามารถบันทึกและส่งข้อมูลได้อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(ก) ตำแหน่งของรถในรูปแบบของระบบพิกัดบนพื้นโลก โดยมีความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งพิกัดในแนวราบไม่เกิน ๑๐ เมตร
(ข) ความเร็วของรถเป็นหน่วยกิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีความละเอียดไม่เกิน ๑ กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีค่าความเร็วของรถในทุก ๆ ๑ นาที
(ค) จำนวนชั่วโมงการขับรถของผู้ขับรถ โดยมีค่าความละเอียดไม่เกิน ๑ นาที
(ง) วันและเวลาที่บันทึกข้อมูล
(จ) ชื่อและนามสกุลหรือเลขที่ใบอนุญาตขับรถของผู้ขับรถที่ได้จากอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ
(๒) มีระบบส่งข้อมูลการใช้งานของรถในลักษณะที่เป็นปัจจุบัน (Real Time) หรือไม่น้อยกว่า ๑ ครั้งใน ๑ นาที โดยเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ติดตั้งในเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม และประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์
(๓) มีระบบบันทึกข้อมูลการใช้งานของรถไว้ที่เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถเป็นระยะเวลา ไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง สำหรับกรณีที่ไม่สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้ในบางขณะ
(๔) มีอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ โดยต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
(ก) ต้องอ่านข้อมูลผู้ขับรถจากใบอนุญาตขับรถ ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ หรือบัตรอื่นที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบที่เป็นแถบแม่เหล็ก คิวอาร์โค้ด (OR Code) ระบบบัตรอาร์เอฟไอดี (RFID) หรือระบบอื่นตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
(ข) ต้องสามารถทำงานร่วมกับเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(ค) ในกรณีเชื่อมโยงข้อมูลจากใบอนุญาตขับรถ หรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถของกรมการขนส่งทางบกที่เป็นแบบแถบแม่เหล็ก ต้องอ่านข้อมูลได้ทั้งแบบ ISO และ AAMVA หรือที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
(๕) มีระบบควบคุมให้ผู้ขับรถแสดงตนผ่านอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถระบบใดระบบหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก) ระบบการแจ้งเตือนเป็นตัวอักษร หรือสัญญาณเสียง หรือสัญญาณอื่น ๆ หากเครื่องยนต์มีการทำงานหรือรถเคลื่อนที่โดยผู้ขับรถมิได้แสดงตนผ่านอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ โดยการแจ้งเตือนต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ นาที หรือจนกว่าจะหยุดเครื่องยนต์ หรือมีการแสดงตนผ่านอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ
(ข) ระบบป้องกันมิให้เครื่องยนต์ทำงานหรือรถเคลื่อนที่ หากผู้ขับรถมิได้แสดงตนผ่านอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ
(ค) ระบบการแจ้งเตือนเป็นตัวอักษร หรือสัญญาณเสียง หรือสัญญาณอื่น ๆ หากเครื่องยนต์มีการทำงานหรือรถเคลื่อนที่โดยผู้ขับรถมิได้แสดงตนผ่านอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ และระบบป้องกันมิให้มาตรค่าโดยสารทำงาน โดยการแจ้งเตือนต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ นาที
(ง) ระบบอื่นที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ
(๖) มีระบบบันทึกและส่งข้อมูลการใช้งานของรถ กรณีผู้ขับรถมิได้แสดงตนผ่านอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ
(๗) มีระบบแจ้งการปลดหรือถอดเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ และมีระบบสำรองพลังงานเพื่อให้อุปกรณ์สามารถส่งข้อมูลต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า ๔ ชั่วโมง
(๘) มีระบบแจ้งเตือนด้วยสัญญาณเสียงเป็นอย่างน้อย ในกรณีที่รถมีความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยต้องแจ้งเตือนต่อเนื่องจนกว่าความเร็วของรถจะลดลงในอัตราที่กฎหมายกำหนด และในกรณีที่ได้รับการแจ้งเตือนอื่นจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
(๙) ทำงานตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงานหรือรถเคลื่อนที่
(๑๐) เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ ที่ติดตั้งในรถยนต์รับจ้าง ต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและทำงานร่วมกับมาตรค่าโดยสาร ปุ่มฉุกเฉิน และอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกภาพภายในรถ
เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ อาจมีระบบการทำงานที่ทำให้สามารถสื่อสารระหว่างผู้ขับรถกับผู้ให้บริการระบบติดตามรถ
(๑๑) จัดส่งข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไปยังกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดได้ทันที ตามเหตุการณ์ที่กำหนด
(ก) มาตรค่าโดยสาร
๑) เมื่อรับผู้โดยสาร (กดเปิดมาตรค่าโดยสาร) ต้องส่งข้อมูลตำแหน่งและเวลาที่รับผู้โดยสาร
๒) เมื่อส่งผู้โดยสารถึงที่หมาย (กดปิดมาตรค่าโดยสาร) ต้องส่งข้อมูลตำแหน่งและเวลาที่ส่งผู้โดยสาร ระยะทาง ระยะเวลาเดินทาง และค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร
(ข) ปุ่มฉุกเฉิน ต้องสามารถส่งการแจ้งเหตุเมื่อมีการกดปุ่มฉุกเฉิน
(ค) อุปกรณ์ที่ใช้บันทึกภาพภายในรถ ต้องสามารถส่งภาพถ่าย ดังต่อไปนี้
๑) เมื่อรับผู้โดยสาร (กดเปิดมาตรค่าโดยสาร)
๒) เมื่อส่งผู้โดยสาร (กดปิดมาตรค่าโดยสาร)
๓) เมื่อมีการกดปุ่มฉุกเฉิน
(๑๒) จัดส่งข้อมูลในลักษณะที่เป็นปัจจุบัน (Real time) ผ่านทางโครงข่ายโทรคมนาคม หรือระบบสารสนเทศให้กรมการขนส่งทางบกตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑
(๑๓) ติดตั้งอย่างมั่นคงกับตัวรถ และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนด
การรับรองและเงื่อนไข