法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 25/2544 เรื่อง การกำหนดมูลค่าต่อหน่วยที่ตราไว้ของ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลักเกณฑ์และวิธีการในการคำนวณ จำนวนหน่วย และมูลค่าต่อหน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการให้บริษัทจัดการดำเนินการ ในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ถูกต้อง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สน. 25/2544

เรื่อง การกําหนดมูลค่าต่อหน่วยที่ตราไว้ของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

หลักเกณฑ์และวิธีการในการคํานวณจํานวนหน่วยและมูลค่าต่อหน่วย

กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ และการให้บริษัทจัดการดําเนินการในกรณีที่

มูลค่าต่อหน่วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพไม่ถูกต้อง

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 17/1 ข้อ 18/2 และข้อ 18/3 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 14/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 16/2544 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530

“จํานวนหน่วย” หมายความว่า จํานวนหน่วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

“มูลค่าต่อหน่วย” หมายความว่า มูลค่าต่อหน่วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ซึ่งคํานวณโดยนํามูลค่าทรัพย์สินสุทธิหารด้วยจํานวนหน่วยทั้งหมด ณ วันที่คํานวณมูลค่าต่อหน่วยนั้น

“บริษัทจัดการ” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล

“วันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date)” หมายความว่า วันคํานวณจํานวนหน่วยเพื่อเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิก ซึ่งเป็นวันที่บริษัทจัดการและกองทุนกําหนดไว้ในสัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการ

“ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“การชดเชยมูลค่า” หมายความว่า การเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้อง หรือการจ่ายเงินซึ่งมีมูลค่าเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องกับมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้องแทนการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วย

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ มูลค่าต่อหน่วยที่ตราไว้ต้องมีมูลค่าสิบบาท

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อมีการจดทะเบียนกองทุนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 แล้ว ให้บริษัทจัดการคํานวณจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกครั้งแรกในวันที่มีการส่งเงินสะสมและเงินสมทบครั้งแรกเข้ากองทุนพร้อมทั้งข้อมูลทะเบียนสมาชิกที่ครบถ้วนต่อบริษัทจัดการแล้ว โดยให้ใช้มูลค่าต่อหน่วยที่ตราไว้ตามที่กําหนดในข้อ 2 เป็นมูลค่าในการคํานวณ

ในกรณีที่เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นแล้วในวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้บริษัทจัดการคํานวณจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกในวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ โดยใช้มูลค่าต่อหน่วยที่ตราไว้ในข้อ 2 เป็นมูลค่าในการคํานวณ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ตัวเลขทศนิยมของจํานวนหน่วยและมูลค่าต่อหน่วย ให้บริษัทจัดการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) คํานวณจํานวนหน่วยเป็นตัวเลขโดยมีทศนิยมอย่างน้อยสี่ตําแหน่งโดยใช้วิธีการปัดเศษทศนิยมตามหลักสากล และให้ใช้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขโดยมีทศนิยมตามตําแหน่งที่คํานวณได้ดังกล่าว

(2) คํานวณมูลค่าต่อหน่วยเป็นตัวเลขโดยมีทศนิยมอย่างน้อยสี่ตําแหน่งโดยใช้วิธีการปัดเศษทศนิยมตามหลักสากล และให้ใช้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขโดยมีทศนิยมตามตําแหน่งที่คํานวณได้ดังกล่าว

(3) เปิดเผยมูลค่าต่อหน่วยดังนี้

(ก) ในกรณีที่บริษัทจัดการคํานวณมูลค่าต่อหน่วยตาม (2) เพียงสี่ตําแหน่ง ให้เปิดเผยมูลค่าต่อหน่วยตามที่คํานวณได้นั้น

(ข) ในกรณีที่บริษัทจัดการคํานวณมูลค่าต่อหน่วยตาม (2) มากกว่าสี่ตําแหน่งให้เปิดเผยมูลค่าต่อหน่วยเพียงสี่ตําแหน่ง โดยใช้วิธีการปัดเศษทศนิยมตามหลักสากล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้บริษัทจัดการจัดให้มีวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) ของแต่ละกองทุนอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่มีการเพิ่มหรือลดมูลค่าต่อหน่วย ให้บริษัทจัดการเพิ่มหรือลดมูลค่าต่อหน่วยสําหรับหน่วยแต่ละหน่วยที่มีอยู่แล้ว ณ วันที่คํานวณมูลค่าต่อหน่วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บริษัทจัดการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกในวันถัดจากวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) ที่ใช้เป็นวันคํานวณการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วย เมื่อปรากฏกรณีดังต่อไปนี้

(1) เพิ่มจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกทุกรายที่มีการส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนพร้อมทั้งข้อมูลทะเบียนสมาชิกที่ครบถ้วนต่อบริษัทจัดการแล้ว

(2) ลดจํานวนหน่วยสําหรับสมาชิกรายที่สิ้นสมาชิกภาพและบริษัทจัดการได้รับแจ้งจากคณะกรรมการกองทุนโดยได้รับเอกสารเกี่ยวกับการสิ้นสมาชิกภาพพร้อมข้อมูลทะเบียนสมาชิกที่ครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการเพิ่มจํานวนหน่วยของเงินสะสมและเงินสมทบตาม (1) ให้แก่สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพก่อนการคํานวณการลดจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกรายดังกล่าว หากมีเงินสะสมและเงินสมทบตาม (1) เข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน และยังมิได้ทําการคํานวณเพื่อเพิ่มจํานวนหน่วยของเงินสะสมและเงินสมทบนั้น

(3) ลดจํานวนหน่วยสําหรับสมาชิกรายที่มีการโอนย้ายออกจากการเป็นสมาชิก โดยบริษัทจัดการของกองทุนผู้โอนได้รับหนังสือแจ้งการโอนย้ายความเป็นสมาชิกจากคณะกรรมการกองทุนพร้อมข้อมูลทะเบียนสมาชิกที่ครบถ้วน

(4) เพิ่มจํานวนหน่วยสําหรับสมาชิกรายที่มีการโอนย้ายเข้าเป็นสมาชิกใหม่ โดยบริษัทจัดการของกองทุนผู้รับโอนได้รับเงินและข้อมูลทะเบียนสมาชิกที่ครบถ้วนจากบริษัทจัดการของกองทุนผู้โอนแล้ว

(5) เพิ่มจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกทุกรายเมื่อเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่ได้ทําการลดจํานวนหน่วยตาม (2) แล้ว แต่สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพไม่มีสิทธิได้รับเงิน และตามข้อบังคับกองทุนกําหนดให้เงินดังกล่าวตกเป็นของกองทุน ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการคํานวณการเพิ่มจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกทุกรายที่มีการส่งเงินสะสมและเงินสมทบตาม (1) ก่อนการคํานวณการเพิ่มจํานวนหน่วยของเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบดังกล่าว หากมีเงินสะสมและเงินสมทบเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน และยังมิได้ทําการคํานวณเพื่อเพิ่มจํานวนหน่วยของเงินสะสมและเงินสมทบนั้น

(6) เพิ่มจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิกทุกรายเมื่อสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพไม่มารับผลประโยชน์ที่ได้รับภายในเวลาที่กําหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนและตามข้อบังคับกองทุนกําหนดให้เงินดังกล่าวตกเป็นของกองทุน หรือเมื่อมีเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้ ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการคํานวณการเพิ่มจํานวนหน่วยของเงินดังกล่าวก่อนการคํานวณการเพิ่มจํานวนหน่วยของเงินสะสมและเงินสมทบตาม (1) หากมีเงินสะสมและเงินสมทบเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน และยังมิได้ทําการคํานวณเพื่อเพิ่มจํานวนหน่วยของเงินสะสมและเงินสมทบนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้บริษัทจัดการดําเนินการปรับปรุงรายการเพื่อเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วย(adjustment) ให้แก่สมาชิกทุกรายหรือบางรายแล้วแต่กรณี ในวันถัดจากวันคํานวณจํานวนหน่วย(trade date) เมื่อปรากฏกรณีดังต่อไปนี้

(1) เพิ่มจํานวนหน่วยเมื่อนายจ้างส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเพิ่มเติมในกรณีที่นายจ้างส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบไม่ครบ

(2) ลดจํานวนหน่วยเมื่อบริษัทจัดการพบว่านายจ้างส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนเกินเพื่อคืนเงินให้แก่นายจ้างเท่ากับจํานวนที่นายจ้างส่งเกิน

(3) เพิ่มจํานวนหน่วยเมื่อมีการส่งเงินคืนกองทุนในกรณีที่สมาชิกยกเลิกการลาออกจากกองทุน หรือกรณีที่นายจ้างระบุชื่อสมาชิกที่พ้นสมาชิกภาพผิดราย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การคํานวณการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยตามข้อ 7 หรือข้อ 8 ให้ใช้มูลค่าต่อหน่วยดังต่อไปนี้ในการคํานวณ

(1) ให้ใช้มูลค่าต่อหน่วย ณ สิ้นวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) สําหรับสัปดาห์นั้น หากกรณีที่ทําให้ต้องคํานวณการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยเกิดขึ้นก่อนวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date)สําหรับสัปดาห์นั้น

(2) ให้ใช้มูลค่าต่อหน่วย ณ สิ้นวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) สําหรับสัปดาห์ถัดไป หากกรณีที่ทําให้ต้องคํานวณการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยเกิดขึ้นหลังวันคํานวณจํานวนหน่วย(trade date) สําหรับสัปดาห์นั้น

(3) ให้ใช้มูลค่าต่อหน่วย ณ สิ้นวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) หากกรณีที่ทําให้ต้องคํานวณการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยเกิดขึ้นในวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) นั้นเอง

ในกรณีที่บริษัทจัดการจัดให้มีวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) มากกว่าหนึ่งวันในแต่ละสัปดาห์ มูลค่าต่อหน่วยที่ใช้ในการคํานวณตาม (1) และ (2) ให้ใช้มูลค่าต่อหน่วย ณ สิ้นวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) ที่จะถึงเร็วที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้บริษัทจัดการเพิ่มมูลค่าต่อหน่วยอย่างช้าในวันคํานวณจํานวนหน่วย (trade date) ที่จะถึงเร็วที่สุด เมื่อปรากฏกรณีดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่มีการจ่ายเงินเพิ่มที่เกิดจากนายจ้างไม่ส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบทั้งหมดหรือบางส่วนเข้ากองทุนภายในเวลาที่กําหนดตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530

(2) กรณีที่นายจ้างแจ้งความประสงค์ว่าจะไม่รับเงินที่ส่งเข้ากองทุนเกินกลับคืนไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องต่างจากมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้องน้อยกว่าหนึ่งสตางค์ หรือต่างจากมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้องตั้งแต่หนึ่งสตางค์ขึ้นไป แต่ไม่ถึงร้อยละ 0.5 ของมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง ให้บริษัทจัดการจัดทําและส่งรายงานให้คณะกรรมการกองทุนทราบถึงความผิดพลาดภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่พบว่ามูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้อง และจัดให้มีสําเนารายงานดังกล่าวไว้ ณ ที่ทําการของบริษัทจัดการเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยรายงานดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) มูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้อง

(2) มูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง

(3) สาเหตุที่ทําให้มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้อง

(4) มาตรการป้องกันเพื่อมิให้มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ เช่น ราคาหลักทรัพย์ตามราคาตลาดครั้งสุดท้ายของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ถูกต้อง เป็นต้น

ในกรณีที่เหตุของความผิดพลาดซึ่งทําให้มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องตามวรรคหนึ่งมีผลต่อเนื่องต่อการคํานวณมูลค่าต่อหน่วยครั้งต่อไป เช่น การกําหนดอัตราดอกเบี้ยผิดพลาดเป็นต้น ให้บริษัทจัดการแก้ไขมูลค่าต่อหน่วยให้ถูกต้องตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการพบว่ามูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องต่างจากมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้องตั้งแต่หนึ่งสตางค์ขึ้นไป และคิดเป็นอัตราตั้งแต่ร้อยละ 0.5 ของมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง ให้บริษัทจัดการคํานวณมูลค่าต่อหน่วยย้อนหลังนับแต่วันที่พบมูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องจนถึงวันที่มูลค่าต่อหน่วยถูกต้อง และดําเนินการดังต่อไปนี้ เฉพาะวันที่มูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องต่างจากมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้องตั้งแต่หนึ่งสตางค์ขึ้นไป และคิดเป็นอัตราส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0.5 ของมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง

(1) จัดทํารายงานการแก้ไขมูลค่าย้อนหลังและรายงานการชดเชยมูลค่าให้เสร็จสิ้นภายในวันทําการถัดจากวันที่พบว่ามูลค่าต่อหน่วยนั้นไม่ถูกต้อง และส่งรายงานดังกล่าวให้คณะกรรมการกองทุนภายในวันทําการถัดจากวันที่คํานวณมูลค่าต่อหน่วยเสร็จสิ้น หากคณะกรรมการกองทุนเห็นว่ารายงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง คณะกรรมการกองทุนอาจทักท้วงได้ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) มูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้อง

(ข) มูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง

(ค) สาเหตุที่ทําให้มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้อง

(ง) การดําเนินการของบริษัทจัดการเมื่อพบว่ามูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการจัดให้มีสําเนารายงานตาม (1) ไว้ ณ ที่ทําการของบริษัทจัดการ เพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้

(2) แก้ไขมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องให้เป็นมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้องภายในวันที่ส่งรายงานตาม (1) ให้แก่คณะกรรมการกองทุน

(3) ชดเชยมูลค่าให้แล้วเสร็จและแจ้งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการกองทุนเพื่อให้คณะกรรมการกองทุนเปิดเผยให้สมาชิกที่ได้เพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยในช่วงระยะเวลาที่มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องทราบถึงการแก้ไขมูลค่าย้อนหลังตาม (2) และการชดเชยมูลค่า ภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่ส่งรายงานตาม (1) ให้แก่คณะกรรมการกองทุน

(4) จัดทํารายงานมาตรการป้องกันเพื่อมิให้มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้อง และส่งรายงานดังกล่าว พร้อมทั้งสําเนารายงานการแก้ไขมูลค่าย้อนหลังและรายงานการชดเชยมูลค่าที่จัดทําตาม (1) ให้สํานักงานภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่ส่งรายงานตาม (1) ให้แก่คณะกรรมการกองทุน เว้นแต่ในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ บริษัทจัดการไม่ต้องส่งรายงานมาตรการป้องกันให้สํานักงาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการชดเชยมูลค่าตามข้อ 12(3) ให้บริษัทจัดการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(1) กรณีมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องต่ํากว่ามูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง (understate) ให้บริษัทจัดการปฏิบัติดังนี้

(ก) กรณีที่เป็นการเพิ่มจํานวนหน่วย ให้บริษัทจัดการลดจํานวนหน่วยของสมาชิกเป็นจํานวนซึ่งมีมูลค่าเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องกับมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง

หากปรากฏว่าบุคคลที่จะได้รับการชดเชยไม่มีหน่วยเหลืออยู่หรือมีหน่วยเหลืออยู่น้อยกว่าจํานวนหน่วยที่จะต้องลด ให้บริษัทจัดการจ่ายเงินของบริษัทจัดการเองเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าที่ขาดอยู่ หรือลดจํานวนหน่วยที่เหลืออยู่นั้นและจ่ายเงินของบริษัทจัดการเองเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าที่ขาดอยู่ แล้วแต่กรณี เพื่อชดเชยมูลค่าให้แก่กองทุน เว้นแต่การที่มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ เช่น ราคาหลักทรัพย์ตามราคาตลาดครั้งสุดท้ายของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ถูกต้อง เป็นต้น

(ข) กรณีที่เป็นการลดจํานวนหน่วย ให้บริษัทจัดการเพิ่มจํานวนหน่วยของสมาชิกเป็นจํานวนซึ่งมีมูลค่าเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องกับมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง หรือจ่ายเงินของกองทุนเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของมูลค่า เพื่อชดเชยมูลค่าให้แก่สมาชิก แต่หากปรากฏว่าบุคคลที่จะได้รับการชดเชยไม่มีหน่วยเหลืออยู่ ให้บริษัทจัดการจ่ายเงินของกองทุนเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าเพื่อชดเชยมูลค่าให้แก่บุคคลดังกล่าว

(2) กรณีมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องสูงกว่ามูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง (overstate)ให้บริษัทจัดการปฏิบัติดังนี้

(ก) กรณีที่เป็นการเพิ่มจํานวนหน่วย ให้บริษัทจัดการเพิ่มจํานวนหน่วยของสมาชิกเป็นจํานวนซึ่งมีมูลค่าเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องกับมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง หรือจ่ายเงินของกองทุนเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของมูลค่า เพื่อชดเชยมูลค่าให้แก่สมาชิก

(ข) กรณีที่เป็นการลดจํานวนหน่วย ให้บริษัทจัดการลดจํานวนหน่วยของสมาชิกเป็นจํานวนซึ่งมีมูลค่าเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าต่อหน่วยที่ไม่ถูกต้องกับมูลค่าต่อหน่วยที่ถูกต้อง

หากปรากฏว่าบุคคลที่จะได้รับการชดเชยไม่มีหน่วยเหลืออยู่ หรือมีหน่วยเหลืออยู่น้อยกว่าจํานวนหน่วยที่จะต้องลด ให้บริษัทจัดการจ่ายเงินของบริษัทจัดการเองเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าที่ขาดอยู่ หรือลดจํานวนหน่วยที่เหลืออยู่นั้นและจ่ายเงินของบริษัทจัดการเองเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของมูลค่าที่ขาดอยู่ แล้วแต่กรณี เพื่อชดเชยมูลค่าให้แก่กองทุน เว้นแต่การที่มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ เช่น ราคาหลักทรัพย์ตามราคาตลาดครั้งสุดท้ายของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ถูกต้อง เป็นต้น

การจ่ายเงินของกองทุนเพื่อชดเชยมูลค่าให้แก่สมาชิกตาม (1) (ข) หรือตาม (2) (ก) บริษัทจัดการอาจจ่ายเงินของบริษัทจัดการเองแทนกองทุนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้บริษัทจัดการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากมูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้อง เช่น ค่าออกเช็ค ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเงินชดเชยมูลค่าให้แก่สมาชิก เป็นต้น เว้นแต่ในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วยไม่ถูกต้องมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2544

(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 25/2544 เรื่อง การกำหนดมูลค่าต่อหน่วยที่ตราไว้ของ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลักเกณฑ์และวิธีการในการคำนวณ จำนวนหน่วย และมูลค่าต่อหน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการให้บริษัทจัดการดำเนินการ ในกรณีที่มูลค่าต่อหน่วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ถูกต้อง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_68014be71c0f8e4e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com