法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง วิธีการและเงื่อนไขการแสดงถึงความสมัครใจให้โอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่อง

วิธีการและเงื่อนไขการแสดงถึงความสมัครใจให้โอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

พ.ศ. ๒๕๔๙[๑]

โดยที่สมควรกำหนดวิธีการและเงื่อนไขการแสดงถึงความสมัครใจให้โอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๓ วรรคสาม

ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

พ.ศ. ๒๕๔๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในประกาศนี้

“ผู้บริหารสถานศึกษา”

หมายความว่า ผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษา

“ครู”

หมายความว่า ข้าราชการครู และให้หมายความรวมถึงครูซึ่งเป็นพนักงานราชการด้วย

“บุคลากรทางการศึกษา”

หมายความว่า

ข้าราชการซึ่งทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการเรียนการสอนและให้หมายความรวมถึง

พนักงานราชการและลูกจ้างประจำด้วย

“คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน”

หมายความว่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะบุคคลผู้ทำหน้าที่ควบคุม

ดูแลและดำเนินการลงคะแนนแสดงถึงความสมัครใจ

“ผู้มีสิทธิ”

หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา

และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ของสถานศึกษานั้น ที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนแสดงความสมัครใจหรือไม่สมัครใจ

“ความสมัครใจ”

หมายความว่า

ความสมัครใจให้โอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การออกเสียงเพื่อแสดงถึงความสมัครใจ

เมื่อได้รับแจ้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการหาความสมัครใจของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการต้นสังกัดรีบดำเนินการโดยเร็ว

และให้มีการแยกดำเนินการระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา ครู

และบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาแห่งนั้น ฝ่ายหนึ่ง

และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู

บุคลากรทางการศึกษา

และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการออกเสียง

เว้นแต่ผู้อำนวยการสถานศึกษา

และผู้แทนครูที่เป็นกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีสิทธิออกเสียงในฐานะคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้มีคณะกรรมการ ดังนี้

ก.

กรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรุงเทพมหานคร

หรือเมืองพัทยาขอรับโอนคณะกรรมการประกอบด้วย

(๑)

ประธานกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย

เป็นประธาน

(๒)

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือนายกเมืองพัทยา

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี เป็นกรรมการ

(๓)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

เป็นกรรมการและเลขานุการ

ข.

กรณีเทศบาลขอรับโอน คณะกรรมการประกอบด้วย

(๑)

ประธานกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย

เป็นประธาน

(๒)

นายกเทศมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการ

(๓)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

เป็นกรรมการและเลขานุการ

ค.

กรณีองค์การบริหารส่วนตำบล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขอรับโอน

คณะกรรมการประกอบด้วย

(๑)

ประธานกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย

เป็นประธาน

(๒)

นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

แล้วแต่กรณี เป็นกรรมการ

(๓)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนน

โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิแยกตามฝ่าย

(๒)

กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการออกเสียงลงคะแนน

(๓)

ทำหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิล่วงหน้าก่อนวันออกเสียงลงคะแนน ไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการ

(๔)

จัดทำบัตรลงคะแนน บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ และหีบบัตรลงคะแนน

ตลอดจนดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนน

(๕)

เมื่อมีการออกเสียงลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว ให้ตรวจนับคะแนนโดยเปิดเผย

ประกาศผลคะแนนและแจ้งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

วิธีการแสดงความสมัครใจ ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

ให้ผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิด้วยตนเอง ตามวัน เวลา และสถานที่ที่คณะกรรมการกำหนด

(๒)

ใช้บัตรที่ได้รับจากคณะกรรมการเพื่อออกเสียงลงคะแนน

แล้วหย่อนบัตรลงในหีบบัตรตามที่คณะกรรมการจัดไว้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การแสดงความสมัครใจด้วยเสียงข้างมากให้ใช้คะแนนเสียงของผู้มีสิทธิตามบัญชีรายชื่อแต่ละฝ่าย

หากคะแนนเสียงแสดงความสมัครใจเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิตามบัญชีรายชื่อของแต่ละฝ่าย

ให้ถือว่าสถานศึกษาแห่งนั้นได้แสดงความสมัครใจที่จะโอนสถานศึกษาไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

บัตรลงคะแนนให้เป็นไปตามแนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามประกาศนี้

ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดและให้ถือเป็นที่สุด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓

มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙

จาตุรนต์ ฉายแสง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัตรลงคะแนน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ดลธี/ผู้จัดทำ

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

พัชรินทร์/ตรวจ

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วิมล/ปรับปรุง

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ภัทรวีร์/ปรับปรุง

๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๗ ง/หน้า ๘/๑๙ มกราคม ๒๕๔๙

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง วิธีการและเงื่อนไขการแสดงถึงความสมัครใจให้โอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6846a732905cda58

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com