ที่ นร 1004/ว 17
สํานักงาน ก.พ.
ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี 11000
31 ตุลาคม พ.ศ.2559
เรื่อง การคัดเลือกโดยการนํารายชื่อคนพิการผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งหนึ่งไปเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งอื่น
เรียน (เวียนกระทรวง กรม และจังหวัด)
อ้างถึง หนังสือสํานักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 21 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558
อื่นๆ - ตามหนังสือที่อ้างถึง ก.พ. ได้กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้าทํางานในส่วนราชการ ความแจ้งแล้ว นั้น
ก.พ. พิจารณาเห็นว่า เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้ส่วนราชการรับคนพิการเข้าทํางานได้ตามจํานวนที่กฎหมายกําหนด และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จึงอาศัยอํานาจตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกโดยให้นํารายชื่อคนพิการผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งหนึ่งตามหนังสือที่อ้างถึง ไปเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งอื่น ดังนี้
1. ให้ส่วนราชการที่มีตําแหน่งว่างในประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ซึ่งประสงค์จะบรรจุและแต่งตั้งคนพิการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่ไม่มีประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกคนพิการในตําแหน่งนั้นอยู่ และได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นตําแหน่งที่ต้องการบุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอยา่งเดียวกัน และมีความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกันกับตําแหน่งที่ส่วนราชการอื่นคัดเลือกคนพิการตามหนังสือที่อ้างถึงไว้ ให้ส่วนราชการสามารถคัดเลือกโดยการนํารายชื่อคนพิการผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งหนึ่งไปประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งเพื่อประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งอื่นได้ ทั้งนี้ คําว่า "ตําแหน่งอื่น" หมายถึง ชื่อตําแหน่งเดียวกันแต่ต่างส่วนราชการด้วย
2. ให้ส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกส่งรายชื่อและที่อยู่ของผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นจํานวนสามเท่าของตําแหน่งว่าง หรือในกรณีที่มีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเหลือในประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกน้อยกว่าจํานวนดังกล่าวให้ส่งรายชื่อและที่อยู่ตามจํานวนที่เหลือในประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกได้ โดยส่งตั้งแต่ลําดับแรกของผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเรียงตามลําดับ และเมื่อส่งรายชื่อจนถึงคนสุดท้ายในประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกแล้ว แต่ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกนั้นยังไม่ถูกยกเลิก ให้ย้อนกลับมาเริ่มส่งรายชื่อตั้งแต่ลําดับแรกของผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุอีกได้
3. ให้ส่วนราชการตามข้อ 1 ตั้งคณะกรรมการดําเนินการคัดเลือกโดยการนํารายชื่อคนพิการผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งหนึ่งไปเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งอื่นขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือนผู้ดํารงตําแหน่งประเภทอํานวยการหรือผู้ได้รับมอบหมาย จํานวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยตั้งคณะกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ทั้งนี้ คณะกรรมการมีหน้าที่ดังนี้
3.1 พิจารณาเลือกประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งอื่นของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เห็นว่า เป็นตําแหน่งที่รับสมัครจากบุคคลที่มีวุฒิการศึกษา ความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน และมีวิธีการคัดเลือกที่ตรงตามลักษณะงานของตําแหน่งว่างที่จะบรรจุ
3.2 ดําเนินการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งของผู้ที่เข้ารับการคัดเลือกโดยกําหนดวิธีการประเมิน ซึ่งอาจดําเนินการโดยวิธีการสัมภาษณ์ วิธีสอบข้อเขียน วิธีสอบปฏิบัติหรือวิธีอื่นใด วิธีหนึ่งหรือหลายวิธีก็ได้ตามความเหมาะสม และกําหนดเกณฑ์การตัดสินว่าผู้ใดเป็นผู้ผ่านการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่ง ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจตั้งกรรมการสัมภาษณ์ กรรมการออกข้อสอบ กรรมการทดสอบการปฏิบัติงาน หรือกรรมการอื่น หรือเจ้าหน้าที่ให้ดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ได้ตามความจําเป็น
4. เมื่อคณะกรรมการตามข้อ 3 พิจารณาเลือกประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งอื่นของส่วนราชการที่เห็นว่าเหมาะสมแล้ว ให้ส่วนราชการตามข้อ 1 ดําเนินการเกี่ยวกับการนํารายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกมาเพื่อเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่ง ดังนี้
4.1 ประสานกับส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อให้ได้รายชื่อและที่อยู่ของผู้ผ่านการคัดเลือกที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเรียงตามลําดับ
4.2 ทําหนังสือแจ้งให้ผู้ผ่านการคัดเลือกตามข้อ 4.1 สมัครเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่ง โดยให้ระบุรายละเอียดในหนังสือ ดังนี้
1) ชื่อตําแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง จํานวนตําแหน่งว่างครั้งแรก และเงินเดือนที่จะได้รับ
2) ลักษณะงานที่ปฏิบัติของตําแหน่ง
3) วิธีการรับสมัคร วันที่รับสมัคร เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการสมัคร
4) การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งและกําหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่ง
5) วิธีการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่ง และเกณฑ์การตัดสิน
6) ผู้ที่ไม่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งในครั้งนี้หรือสมัครเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งแล้วแต่ไม่ผ่านการคัดเลือก ยังคงมีชื่อในประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิมของส่วนราชการเดิม และมีสิทธิอยู่ตามเดิม
7) ผู้ที่ได้รับแจ้งให้สมัครหรือผู้สมัครเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งหรือผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งที่จะประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งในครั้งนี้ จะหมดสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่ง หรือหมดสิทธิที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งที่ประเมินใหม่นี้ ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
7.1) ผู้นั้นถูกยกเลิกจากประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกของส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิม
7.2) ผู้นั้นได้รับแจ้งความจํานงเป็นลายลักษณ์อักษรกับส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิมแล้วว่าจะบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งของส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิมหรือในตําแหน่งอื่นของส่วนราชการอื่นที่ได้นํารายชื่อจากประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเดียวกันนี้
7.3) ผู้นั้นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งของส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิมหรือในตําแหน่งอื่นของส่วนราชการอื่นที่ได้นํารายชื่อจากประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเดียวกันนี้
8) เงื่อนไขหรือข้อความอื่น ๆ ที่ผู้สมัครควรทราบ
ทั้งนี้ ให้แจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ก่อนวันเริ่มรับสมัคร ไม่น้อยกว่าห้าวัน และกําหนดระยะเวลารับสมัครไม่น้อยกว่าสามวันทําการ
5. ให้ส่วนราชการตามข้อ 1 กําหนดเลขประจําตัวผู้สมัครเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งตามลําดับก่อนหลังที่สมัคร และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่ง โดยมีสาระสําคัญ คือ เลขประจําตัวผู้เข้ารับการประเมิน เลขประจําตัวผู้ผ่านการคัดเลือกและชื่อตําแหน่งตามประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิม และชื่อ – สกุล
6. ให้ส่วนราชการตามข้อ 1 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งอื่นโดยเรียงลําดับที่จากผู้ได้คะแนนมากไปน้อย ในกรณีที่ได้คะแนนเท่ากันให้ผู้ได้รับเลขประจําตัวผู้เข้ารับการประเมินก่อนเป็นผู้อยู่ในลําดับที่ดีกว่า
ในกรณีที่ส่วนราชการตามข้อ 1 มีตําแหน่งที่จะบรรจุน้อยกว่าจํานวนผู้ผ่านการคัดเลือกในครั้งใหม่นี้ ให้รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกที่ยังไม่ได้รับการบรรจุนั้นยังมีผลใช้ได้ต่อไปเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิมของส่วนราชการเดิม
7. ให้ส่วนราชการตามข้อ 1 ส่งประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกไปยังส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิม จํานวน 1 ชุด ภายในห้าวันทําการ นับแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก
8. เมื่อจะเรียกผู้ผ่านการคัดเลือกมารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุตามลําดับที่ ให้ตรวจสอบกับส่วนราชการเจ้าของรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิมเสียก่อนว่า ผู้ที่จะเรียกมารายงานตัวนั้น ยังคงมีสิทธิที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง แล้วจึงมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) เรียกผู้นั้นมารายงานตัวโดยวันที่กําหนดให้มารายงานตัวต้องเป็นวันที่หลังจากวันที่มีหนังสือให้มารายงานตัวไม่น้อยกว่าห้าวัน
9. ในวันที่ผู้ผ่านการคัดเลือกมารายงานตัวให้ตรวจสอบกับส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตัดเลือกในตําแหน่งด้วยว่า ผู้นั้นยังคงเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งอยู่หรือไม่ หากผู้นั้นยังคงมีสิทธิที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งอยู่ ก็ให้ผู้นั้นแสดงความจํานงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะรับการบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งที่มารายงานตัวครั้งนี้ และให้มีหนังสือขอสละสิทธิการบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งอื่น ๆ ของการสอบครั้งเดียวกันกับตําแหน่งที่จะรับการบรรจุครั้งนี้ แล้วให้ส่วนราชการตามข้อ 1 ส่งหลักฐานการสละสิทธินั้นให้ส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตัดเลือกในตําแหน่งเดิมคัดชื่อผู้นั้นออกจากรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกและขอให้ส่วนราชการเจ้าของประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในตําแหน่งเดิมส่งหลักฐานการสมัครสอบของผู้นั้นมาให้โดยเร็ว
10. ให้ส่วนราชการตามข้อ 1 สั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการตามลําดับที่ในประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ ได้แจ้งให้กรมและจังหวัดทราบด้วยแล้ว
ผู้มีอํานาจลงนาม - ขอแสดงความนับถือ
(นางเมธีนี เทพมณี)
เลขาธิการ ก.พ.
อื่นๆ - ศูนย์สรรหาและเลือกสรร
โทร. 0 2547 1350 0 2547 1941 0 2547 1943
โทรสาร 0 2547 1954