法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้

ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้

ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

พ.ศ.

๒๕๕๒[๑]

เพื่อให้การดำเนินงานของชุมชนย่อยในเขตเทศบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ประสงค์ให้ประชาชนในเขตเทศบาลได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง

และมีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไขปัญหาต่าง ๆ

ของชุมชนของตนตลอดจนเพื่อเป็นการประสานส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนในชุมชนกับเทศบาล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๐

แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

ประกอบกับมาตรา ๑๖ (๑๖) แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

พ.ศ. ๒๕๔๒ หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๑๓/ว ๑๕๕๓ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๐ และหนังสือกระทรวงมหาดไทย

ที่ มท ๐๔๑๓/ว ๓๙๘ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๑ เทศบาลตำบลห้วยไคร้จึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้

ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ได้ประกาศเป็นต้นไป

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ

คำสั่งอื่นใดในส่วนที่ตราไว้แล้ว ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้นายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้รักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ

และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“ชุมชน” หมายความว่า

ชุมชนที่เทศบาลเห็นสมควรจัดตั้งขึ้น หรือที่ประชาชนร้องขอให้มีการจัดตั้งขึ้น

โดยเทศบาลตำบลห้วยไคร้เป็นผู้ประกาศจัดตั้งชุมชน

“เทศบาล” หมายความว่า

เทศบาลตำบลห้วยไคร้

“กรรมการชุมชน” หมายความว่า

บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนผู้อาศัยในชุมชนนั้น ๆ ให้รับผิดชอบงานด้านต่าง

ๆ ของชุมชน

“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

คณะบุคคล ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนผู้อาศัยในชุมชนนั้น ๆ

ให้เป็นกรรมการชุมชน

และได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีให้ทำหน้าที่บริหารงานด้านต่าง ๆ ของชุมชน

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ปลัดเทศบาล พนักงานเทศบาล หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

หมวด

การจัดตั้งชุมชน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้เทศบาลประกาศจัดตั้งชุมชนขึ้นในเขตเทศบาลตำบลห้วยไคร้

ตามลักษณะที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนตามระเบียบนี้

โดยให้ถือความสะดวกในการปกครองดูแลและพัฒนาชุมชนนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในการที่จะกำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนต่าง

ๆ ให้พิจารณาแบ่งเขตชุมชนตามสภาพพื้นที่ หรือแนวถนน ตรอก ซอย แม่น้ำลำคลอง

หรืออาคารเรือนแถวเดียวกัน หรือมีลักษณะเป็น Block หรือ

Zone เดียวกัน อาทิ เช่น หมู่บ้าน คุ้มต่าง ๆ ชุมชนแออัด

หรือหมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น

หมวด

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในชุมชนหนึ่ง

ให้มีคณะกรรมการชุมชนคณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินสิบห้าคนโดยเลือกตั้งจากที่ประชุมประชาชนที่อยู่อาศัยในชุมชนนั้น

ๆ โดยความเห็นชอบและแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

ในกรณีที่ไม่สามารถเลือกตั้งกรรมการชุมชนผู้รับผิดชอบงานด้านต่าง

ๆ ได้

ให้ที่ประชุมเลือกตั้งประธานชุมชนเพื่อทำหน้าที่ในการสรรหาบุคคลเป็นกรรมการชุมชนด้านต่าง

ๆ ต่อไป

กรณีที่ไม่สามารถเลือกตั้งบุคคลเพื่อเป็นคณะกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่ง

หรือประธานชุมชนตามวรรคสองได้ ให้คณะกรรมการอำนวยการชุมชนดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน

หรือประธานชุมชนตามวิธีการที่เห็นสมควร โดยความเห็นชอบของนายกเทศมนตรี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้คณะกรรมการชุมชนแต่ละคณะประกอบด้วย

(๑) ประธานชุมชน

(๒) รองประธานชุมชน

(๓) กรรมการชุมชนที่รับผิดชอบงานด้านต่าง ๆ

ตามความเหมาะสม ประกอบด้วยฝ่ายปกครอง ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

ฝ่ายการคลัง ฝ่ายสวัสดิการและสังคม ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายพัฒนา ฝ่ายการศึกษา

ฝ่ายกิจการสตรีและเลขานุการ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

ให้อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(๑) สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้อยู่อาศัยในชุมชน

ดำเนินการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับความเป็นอยู่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี

วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

(๒)

ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาให้มากที่สุด

(๓) ส่งเสริมให้รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนตามระบอบประชาธิปไตย

(๔) ส่งเสริมให้เข้าใจความจำเป็นพื้นฐาน

ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการในชุมชน

เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชน

(๕)

ส่งเสริมและประสานความร่วมมือของประชาชนในชุมชนกับเทศบาล ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

(๖) ดำเนินงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการชุมชน

ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(๓)

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน

(๔) อ่านออกและเขียนหนังสือไทยได้

(๕)

เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๖) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๗) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ หรือวิกลจริต

หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๘) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ หรือมีโรคติดต่อร้ายแรง

(๙) เป็นผู้มีความเสียสละ มีความรับผิดชอบ

ไม่หวังหรือแสวงหาประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เพื่อตนเองหรือหมู่คณะโดยมิชอบ

(๑๐) ไม่เป็นข้าราชการประจำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

หรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๑๑)

ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก หรือให้ออกจากราชการในความผิดฐานทุจริตในหน้าที่ราชการ

หรือประพฤติมิชอบในราชการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

กรรมการชุมชนให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสี่ปีและหรือตามวาระในการดำรงตำแหน่งของนายกเทศมนตรี

นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

ถ้าตำแหน่งกรรมการชุมชนว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ

หรือมีการถอดถอนกรรมการชุมชนให้ดำเนินการเลือกตั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้น

ๆ ขึ้นแทน โดยผู้เข้ามาแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของผู้ซึ่งตนแทน

เว้นแต่คณะกรรมการชุมชนจะเห็นว่าการว่างลงนั้นไม่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนนั้น

อาจไม่ต้องคัดเลือกกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่างลงก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) ถึงคราวออกตามวาระ

(๒) ตาย

(๓) ลาออก โดยยื่นใบลาออกต่อนายกเทศมนตรี

(๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๐

(๕) นายกเทศมนตรีถอดถอน เพราะประพฤติตนไม่เหมาะสม

(๖) ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๗)

กรรมการชุมชนไม่น้อยกว่าสองในสามที่อยู่ในตำแหน่งมีมติให้พ้นจากตำแหน่งโดยเห็นว่ามีความบกพร่องในหน้าที่

หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่กรรมการชุมชนครบวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อ

๑๑ ให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน

นับแต่วันที่หมดวาระดำรงตำแหน่งและให้คณะกรรมการชุมชนชุดเดิมรักษาการไปจนกว่าการเลือกตั้งกรรมการชุมชนชุดใหม่แล้วเสร็จ

เมื่อพ้นสภาพการเป็นกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่ง

ให้คณะกรรมการชุมชนชุดเดิมส่งมอบงาน และบรรดาทรัพย์สินของชุมชน

ให้แก่คณะกรรมการชุมชนชุดใหม่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้งแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

เพื่อประโยชน์ในการให้คำปรึกษา แนะนำ

และการให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน ให้คณะกรรมการชุมชนคัดเลือกบุคคลในชุมชนที่เห็นสมควรเป็นที่ปรึกษา

โดยการแต่งตั้งของนายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

นายกเทศมนตรีมีอำนาจในการถอดถอนกรรมการชุมชน

และให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนขึ้นใหม่ ตามระเบียบนี้

หากเห็นว่ามีความบกพร่องในหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชน

โดยต้องแสดงเหตุผลประกอบการถอดถอน

หมวด

การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้นำและแกนกลางในการบริหารชุมชน

ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาของประชาชนในชุมชนในการพัฒนาชุมชน

(๒) สำรวจข้อมูลปัญหาต่าง ๆ

ในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม

การบริการพื้นฐานและด้านการเมือง ตลอดจนวางแผนและแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน

(๓) เสนอแผนงาน โครงการ

เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากทางเทศบาล

(๔) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีจิตสำนึก

และร่วมใจกันพัฒนาชุมชนของตนเอง

(๕) ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

และสร้างความสามัคคีในชุมชน

(๖) ดำเนินการด้านอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้คณะกรรมการชุมชนจัดให้มีการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งการกำหนดวันประชุมให้ประธานชุมชนเป็นผู้กำหนดและเรียกประชุม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ถ้าประธานชุมชนไม่มาประชุม

หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานชุมชนเป็นประธานในที่ประชุม

ในกรณีที่ประธานชุมชนและรองประธานชุมชนไม่มาประชุม

หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการชุมชนที่มาประชุมเลือกกรรมการชุมชนคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การประชุมคณะกรรมการชุมชนให้กระทำโดยเปิดเผย

ณ สถานที่ที่คณะกรรมการชุมชนหรือประธานชุมชนเห็นสมควร

และเปิดโอกาสให้คณะกรรมการอำนวยการหรือที่ปรึกษาของคณะกรรมการเข้ารับฟัง

และหรือเสนอแนะให้คำปรึกษาได้โดยไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียง

เว้นแต่คณะกรรมการชุมชนจะลงมติเห็นสมควรให้ประชุมลับ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ในการประชุมคณะกรรมการชุมชน

ต้องมีกรรมการชุมชนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการชุมชนทั้งหมดที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม

การลงมติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

กรรมการชุมชนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

หมวด

คณะกรรมการอำนวยการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้เทศบาลแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการชุมชนคณะหนึ่ง

ทำหน้าที่อำนวยการประสานงาน และให้การสนับสนุนการดำเนินงานของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

คณะกรรมการอำนวยการชุมชนประกอบด้วย

(๑) นายกเทศมนตรีเป็นประธานกรรมการ

(๒) รองนายกเทศมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ

(๓)

หัวหน้าส่วนราชการภายในเทศบาลและผู้แทนภาคเอกชนหรือผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามที่นายกเทศมนตรีเห็นสมควร เป็นกรรมการ

(๔) ปลัดเทศบาลเป็นกรรมการและเลขานุการ

(๕) เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน

เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้คณะกรรมการอำนวยการชุมชนมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงาน

(๒) ส่งเสริม สนับสนุน

และควบคุมดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

(๓) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน

(๔) แก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน

(๕)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน

หมวด

รายรับและรายจ่ายของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ชุมชนหนึ่ง ๆ อาจมีรายได้ ดังนี้

(๑) เงินและทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้

(๒) เงินอุดหนุนจากเทศบาล หรือหน่วยงานอื่น

(๓) เงินที่ได้จากการจัดการทรัพย์สินของชุมชน

(๔) เงินจากกิจกรรมอื่น ๆ

ที่คณะกรรมการชุมชนจัดขึ้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้คณะกรรมการชุมชนหรือผู้ได้รับมอบหมายให้เก็บรักษาเงินของชุมชนนำรายได้ของชุมชนฝากธนาคารในนามของชุมชนทั้งจำนวน

และหากมีความจำเป็นจะต้องเก็บรักษาเงินไว้จ่ายในกรณีเร่งด่วนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของเทศบาลตำบลห้วยไคร้กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้ประธานชุมชนพร้อมด้วยกรรมการฝ่ายการคลังและเลขานุการของคณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินของชุมชน

การเบิกจ่ายเงินของชุมชนต้องลงลายมือชื่อในการเบิกจ่ายอย่างน้อยสองคน

โดยมีประธานชุมชนเป็นผู้ลงลายมือชื่อเบิกจ่ายด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ชุมชนอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้

(๑) รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์

(๒) รายจ่ายเพื่อการดำเนินกิจการชุมชน

(๓) รายจ่ายเพื่อการบริหารงานของชุมชน

(๔) รายจ่ายอื่น ที่คณะกรรมการชุมชนเห็นสมควร

หมวด

การกำกับดูแลชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

นายกเทศมนตรีมีสิทธิระงับการดำเนินการใด

ๆ ของคณะกรรมการชุมชนเมื่อเห็นว่าเป็นผลเสียหายแก่ชุมชนหรือทางราชการ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

นายกเทศมนตรีมีสิทธิถอดถอนประธานชุมชนและกรรมการชุมชนได้

เมื่อได้สอบสวนแล้วเห็นว่าประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสีย

หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนและทางราชการ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ผู้อาศัยในชุมชนที่มีสิทธิเลือกตั้งประธานชุมชนหรือกรรมการชุมชน

ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือกรรมการชุมชนที่อยู่ในตำแหน่งจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสาม

ของกรรมการชุมชนที่มีอยู่ สามารถเข้าชื่อเพื่อร้องขอต่อนายกเทศมนตรี

เพื่อสั่งให้มีการสอบสวน หรือระงับการดำเนินการใด ๆ ของประธานชุมชน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

กรณีไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้

ให้นายกเทศมนตรีมีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้ จะกระทำ

ได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เสถียร

กาโน

นายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๗

มกราคม ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๒๗

มกราคม ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๐ ง/หน้า ๒/๑๙ มกราคม ๒๕๕๓

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_68fede16875cd310

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com