รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2552

ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2552

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 19 ม.ค. 2553 (2010-01-19) · 33 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้ ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๒[๑] เพื่อให้การดำเนินงานของชุมชนย่อยในเขตเทศบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ประสงค์ให้ประชาชนในเขตเทศบาลได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง และมีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของชุมชนของตนตลอดจนเพื่อเป็นการประสานส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนในชุมชนกับเทศบาล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๑๖ (๑๖) แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๑๓/ว ๑๕๕๓ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๐ และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๑๓/ว ๓๙๘ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๑ เทศบาลตำบลห้วยไคร้จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลตำบลห้วยไคร้ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๒”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ได้ประกาศเป็นต้นไป บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่งอื่นใดในส่วนที่ตราไว้แล้ว ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้บังคับ

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ให้นายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้ หมวด ๑ บททั่วไป

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ “ชุมชน” หมายความว่า ชุมชนที่เทศบาลเห็นสมควรจัดตั้งขึ้น หรือที่ประชาชนร้องขอให้มีการจัดตั้งขึ้น โดยเทศบาลตำบลห้วยไคร้เป็นผู้ประกาศจัดตั้งชุมชน “เทศบาล” หมายความว่า เทศบาลตำบลห้วยไคร้ “กรรมการชุมชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนผู้อาศัยในชุมชนนั้น ๆ ให้รับผิดชอบงานด้านต่าง ๆ ของชุมชน “คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า คณะบุคคล ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนผู้อาศัยในชุมชนนั้น ๆ ให้เป็นกรรมการชุมชน และได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีให้ทำหน้าที่บริหารงานด้านต่าง ๆ ของชุมชน “นายกเทศมนตรี” หมายความว่า นายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้ “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ปลัดเทศบาล พนักงานเทศบาล หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี หมวด ๒ การจัดตั้งชุมชน

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ ให้เทศบาลประกาศจัดตั้งชุมชนขึ้นในเขตเทศบาลตำบลห้วยไคร้ ตามลักษณะที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนตามระเบียบนี้ โดยให้ถือความสะดวกในการปกครองดูแลและพัฒนาชุมชนนั้น ๆ

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ ในการที่จะกำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนต่าง ๆ ให้พิจารณาแบ่งเขตชุมชนตามสภาพพื้นที่ หรือแนวถนน ตรอก ซอย แม่น้ำลำคลอง หรืออาคารเรือนแถวเดียวกัน หรือมีลักษณะเป็น Block หรือ Zone เดียวกัน อาทิ เช่น หมู่บ้าน คุ้มต่าง ๆ ชุมชนแออัด หรือหมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น หมวด ๓ คณะกรรมการชุมชน

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ ในชุมชนหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการชุมชนคณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินสิบห้าคนโดยเลือกตั้งจากที่ประชุมประชาชนที่อยู่อาศัยในชุมชนนั้น ๆ โดยความเห็นชอบและแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี ในกรณีที่ไม่สามารถเลือกตั้งกรรมการชุมชนผู้รับผิดชอบงานด้านต่าง ๆ ได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งประธานชุมชนเพื่อทำหน้าที่ในการสรรหาบุคคลเป็นกรรมการชุมชนด้านต่าง ๆ ต่อไป กรณีที่ไม่สามารถเลือกตั้งบุคคลเพื่อเป็นคณะกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่ง หรือประธานชุมชนตามวรรคสองได้ ให้คณะกรรมการอำนวยการชุมชนดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน หรือประธานชุมชนตามวิธีการที่เห็นสมควร โดยความเห็นชอบของนายกเทศมนตรี

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการชุมชนแต่ละคณะประกอบด้วย (๑) ประธานชุมชน (๒) รองประธานชุมชน (๓) กรรมการชุมชนที่รับผิดชอบงานด้านต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ประกอบด้วยฝ่ายปกครอง ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายการคลัง ฝ่ายสวัสดิการและสังคม ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายพัฒนา ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายกิจการสตรีและเลขานุการ เป็นต้น

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน ให้อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้อยู่อาศัยในชุมชน ดำเนินการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับความเป็นอยู่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น (๒) ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาให้มากที่สุด (๓) ส่งเสริมให้รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนตามระบอบประชาธิปไตย (๔) ส่งเสริมให้เข้าใจความจำเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการในชุมชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชน (๕) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือของประชาชนในชุมชนกับเทศบาล ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต (๖) ดำเนินงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการชุมชน ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน (๔) อ่านออกและเขียนหนังสือไทยได้ (๕) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๖) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๗) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ หรือวิกลจริต หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๘) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ หรือมีโรคติดต่อร้ายแรง (๙) เป็นผู้มีความเสียสละ มีความรับผิดชอบ ไม่หวังหรือแสวงหาประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เพื่อตนเองหรือหมู่คณะโดยมิชอบ (๑๐) ไม่เป็นข้าราชการประจำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง (๑๑) ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก หรือให้ออกจากราชการในความผิดฐานทุจริตในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติมิชอบในราชการ

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑ กรรมการชุมชนให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสี่ปีและหรือตามวาระในการดำรงตำแหน่งของนายกเทศมนตรี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี ถ้าตำแหน่งกรรมการชุมชนว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ หรือมีการถอดถอนกรรมการชุมชนให้ดำเนินการเลือกตั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้น ๆ ขึ้นแทน โดยผู้เข้ามาแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่คณะกรรมการชุมชนจะเห็นว่าการว่างลงนั้นไม่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนนั้น อาจไม่ต้องคัดเลือกกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่างลงก็ได้

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒ กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ถึงคราวออกตามวาระ (๒) ตาย (๓) ลาออก โดยยื่นใบลาออกต่อนายกเทศมนตรี (๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๐ (๕) นายกเทศมนตรีถอดถอน เพราะประพฤติตนไม่เหมาะสม (๖) ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (๗) กรรมการชุมชนไม่น้อยกว่าสองในสามที่อยู่ในตำแหน่งมีมติให้พ้นจากตำแหน่งโดยเห็นว่ามีความบกพร่องในหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชน

ข้อ ๑๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่กรรมการชุมชนครบวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อ ๑๑ ให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่หมดวาระดำรงตำแหน่งและให้คณะกรรมการชุมชนชุดเดิมรักษาการไปจนกว่าการเลือกตั้งกรรมการชุมชนชุดใหม่แล้วเสร็จ เมื่อพ้นสภาพการเป็นกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการชุมชนชุดเดิมส่งมอบงาน และบรรดาทรัพย์สินของชุมชน ให้แก่คณะกรรมการชุมชนชุดใหม่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้งแล้วเสร็จ

ข้อ ๑๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการให้คำปรึกษา แนะนำ และการให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน ให้คณะกรรมการชุมชนคัดเลือกบุคคลในชุมชนที่เห็นสมควรเป็นที่ปรึกษา โดยการแต่งตั้งของนายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้ได้

ข้อ ๑๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๕ นายกเทศมนตรีมีอำนาจในการถอดถอนกรรมการชุมชน และให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนขึ้นใหม่ ตามระเบียบนี้ หากเห็นว่ามีความบกพร่องในหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชน โดยต้องแสดงเหตุผลประกอบการถอดถอน หมวด ๔ การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

ข้อ ๑๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๖ ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้นำและแกนกลางในการบริหารชุมชน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาของประชาชนในชุมชนในการพัฒนาชุมชน (๒) สำรวจข้อมูลปัญหาต่าง ๆ ในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การบริการพื้นฐานและด้านการเมือง ตลอดจนวางแผนและแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน (๓) เสนอแผนงาน โครงการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากทางเทศบาล (๔) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีจิตสำนึก และร่วมใจกันพัฒนาชุมชนของตนเอง (๕) ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และสร้างความสามัคคีในชุมชน (๖) ดำเนินการด้านอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร

ข้อ ๑๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๗ ให้คณะกรรมการชุมชนจัดให้มีการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งการกำหนดวันประชุมให้ประธานชุมชนเป็นผู้กำหนดและเรียกประชุม

ข้อ ๑๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๘ ถ้าประธานชุมชนไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานชุมชนเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานชุมชนและรองประธานชุมชนไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการชุมชนที่มาประชุมเลือกกรรมการชุมชนคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม

ข้อ ๑๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙ การประชุมคณะกรรมการชุมชนให้กระทำโดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่คณะกรรมการชุมชนหรือประธานชุมชนเห็นสมควร และเปิดโอกาสให้คณะกรรมการอำนวยการหรือที่ปรึกษาของคณะกรรมการเข้ารับฟัง และหรือเสนอแนะให้คำปรึกษาได้โดยไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียง เว้นแต่คณะกรรมการชุมชนจะลงมติเห็นสมควรให้ประชุมลับ

ข้อ ๒๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๐ ในการประชุมคณะกรรมการชุมชน ต้องมีกรรมการชุมชนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการชุมชนทั้งหมดที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม การลงมติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กรรมการชุมชนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด หมวด ๕ คณะกรรมการอำนวยการชุมชน

ข้อ ๒๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๑ ให้เทศบาลแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการชุมชนคณะหนึ่ง ทำหน้าที่อำนวยการประสานงาน และให้การสนับสนุนการดำเนินงานของชุมชน

ข้อ ๒๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๒ คณะกรรมการอำนวยการชุมชนประกอบด้วย (๑) นายกเทศมนตรีเป็นประธานกรรมการ (๒) รองนายกเทศมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ (๓) หัวหน้าส่วนราชการภายในเทศบาลและผู้แทนภาคเอกชนหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ตามที่นายกเทศมนตรีเห็นสมควร เป็นกรรมการ (๔) ปลัดเทศบาลเป็นกรรมการและเลขานุการ (๕) เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ ๒๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๓ ให้คณะกรรมการอำนวยการชุมชนมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงาน (๒) ส่งเสริม สนับสนุน และควบคุมดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน (๓) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน (๔) แก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน (๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน หมวด ๖ รายรับและรายจ่ายของชุมชน

ข้อ ๒๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๔ ชุมชนหนึ่ง ๆ อาจมีรายได้ ดังนี้ (๑) เงินและทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้ (๒) เงินอุดหนุนจากเทศบาล หรือหน่วยงานอื่น (๓) เงินที่ได้จากการจัดการทรัพย์สินของชุมชน (๔) เงินจากกิจกรรมอื่น ๆ ที่คณะกรรมการชุมชนจัดขึ้น

ข้อ ๒๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๕ ให้คณะกรรมการชุมชนหรือผู้ได้รับมอบหมายให้เก็บรักษาเงินของชุมชนนำรายได้ของชุมชนฝากธนาคารในนามของชุมชนทั้งจำนวน และหากมีความจำเป็นจะต้องเก็บรักษาเงินไว้จ่ายในกรณีเร่งด่วนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของเทศบาลตำบลห้วยไคร้กำหนด

ข้อ ๒๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๖ ให้ประธานชุมชนพร้อมด้วยกรรมการฝ่ายการคลังและเลขานุการของคณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินของชุมชน การเบิกจ่ายเงินของชุมชนต้องลงลายมือชื่อในการเบิกจ่ายอย่างน้อยสองคน โดยมีประธานชุมชนเป็นผู้ลงลายมือชื่อเบิกจ่ายด้วยทุกครั้ง

ข้อ ๒๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๗ ชุมชนอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้ (๑) รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ (๒) รายจ่ายเพื่อการดำเนินกิจการชุมชน (๓) รายจ่ายเพื่อการบริหารงานของชุมชน (๔) รายจ่ายอื่น ที่คณะกรรมการชุมชนเห็นสมควร หมวด ๗ การกำกับดูแลชุมชน

ข้อ ๒๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๘ นายกเทศมนตรีมีสิทธิระงับการดำเนินการใด ๆ ของคณะกรรมการชุมชนเมื่อเห็นว่าเป็นผลเสียหายแก่ชุมชนหรือทางราชการ

ข้อ ๒๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๙ นายกเทศมนตรีมีสิทธิถอดถอนประธานชุมชนและกรรมการชุมชนได้ เมื่อได้สอบสวนแล้วเห็นว่าประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสีย หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนและทางราชการ

ข้อ ๓๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๐ ผู้อาศัยในชุมชนที่มีสิทธิเลือกตั้งประธานชุมชนหรือกรรมการชุมชน ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือกรรมการชุมชนที่อยู่ในตำแหน่งจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสาม ของกรรมการชุมชนที่มีอยู่ สามารถเข้าชื่อเพื่อร้องขอต่อนายกเทศมนตรี เพื่อสั่งให้มีการสอบสวน หรือระงับการดำเนินการใด ๆ ของประธานชุมชน

ข้อ ๓๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๑ กรณีไม่สามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้ ให้นายกเทศมนตรีมีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

ข้อ ๓๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๒ การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้ จะกระทำ ได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เสถียร กาโน นายกเทศมนตรีตำบลห้วยไคร้ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๓ นันท์นภัสร์/ตรวจ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๐ ง/หน้า ๒/๑๙ มกราคม ๒๕๕๓

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้