法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย การบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
80
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วย การบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๕)

แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐

คณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ จึงเห็นสมควรออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในข้อบังคับนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

“สถาบัน” หมายความว่า สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“พนักงาน” หมายความว่า

พนักงานของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ซึ่งได้รับอนุมัติทำสัญญาปฏิบัติงานและแต่งตั้งเป็นพนักงานปฏิบัติงานเต็มเวลา

“ลูกจ้าง” หมายความว่า บุคคลซึ่งสถาบันได้ว่าจ้างให้ปฏิบัติงานในงานใดงานหนึ่งของสถาบันโดยมีกำหนดระยะเวลาว่าจ้างที่มีวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดที่แน่นอน

“กองทุนเงินสวัสดิการ” หมายความว่า

กองทุนเงินสวัสดิการพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน

“เงินเดือน” หมายความว่า

เงินที่สถาบันจ่ายให้พนักงานหรือลูกจ้างตามอัตราตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของสถาบันเป็นรายเดือน

เพื่อตอบแทนการทำงานของพนักงานหรือลูกจ้าง รวมถึงเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบด้วย

แต่ไม่รวมเงินตอบแทนในลักษณะค่าล่วงเวลา เบี้ยประชุมกรรมการ เบี้ยประชุมอนุกรรมการ

เบี้ยเลี้ยงหรือประโยชน์อย่างอื่น

“เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”

หมายความว่า เงินที่สถาบันจ่ายสมทบและพนักงานจ่ายสะสมเข้ากองทุนทุกเดือน

โดยให้ผู้จัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังบริหารและจ่ายคืนให้แก่พนักงานเมื่อออกจากงานโดยจ่ายให้คราวเดียวตามเงื่อนไขข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสถาบัน

“เงินสวัสดิการ” หมายความว่า

เงินที่สถาบันจ่ายให้แก่พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ที่มีสิทธิในส่วนที่เกี่ยวกับสวัสดิการพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน

“ทายาท” หมายความว่า บุตร บุตรบุญธรรม คู่สมรส บิดามารดา

หรือผู้ที่พนักงานหรือลูกจ้างระบุให้เป็นผู้รับเงินตามข้อบังคับนี้

“บุคคลในครอบครัวของพนักงานหรือลูกจ้าง”

หมายความว่า

(๑) บุตรชอบด้วยกฎหมายของพนักงานหรือลูกจ้าง

ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแล้ว

แต่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าและไม่มีรายได้เป็นของตน บุตรที่สมรสแล้ว

และบุตรบุญธรรม แต่ไม่รวมถึงบุตรที่พนักงานหรือลูกจ้างได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น

(๒) คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของพนักงานหรือลูกจ้าง

(๓) บิดามารดาของพนักงานหรือลูกจ้าง

(๔) บุตร คู่สมรส และบิดามารดา ตาม (๑) (๒) และ

(๓) ต้องมีหลักฐานปรากฏในทะเบียนประวัติของพนักงานหรือลูกจ้าง ซึ่งเก็บไว้ที่สถาบัน

นโยบายการบริหารงานบุคคล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

สถาบันให้ความสำคัญกับพนักงานในฐานะเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดขององค์กร และมีนโยบายให้โอกาสพนักงานในการพัฒนาตน

เพื่อสามารถสร้างคุณูปการสูงสุดต่อองค์กร

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันต้องมีคุณสมบัติทั่วไปต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี และไม่เกิน ๖๐ ปี

(๓) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการ

หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(๔) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือสติฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้

(๖) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักงาน พักราชการ

หรือสั่งให้หยุดงานเป็นการชั่วคราวในลักษณะเดียวกับพักงานหรือพักราชการ

(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุก

โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

หรือความผิดลหุโทษ

(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษ ไล่ออก ปลดออก

หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น เพราะกระทำผิดวินัย

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น และเพื่อประโยชน์ของสถาบัน

ผู้อำนวยการ อาจพิจารณาให้บรรจุแต่งตั้งพนักงานและลูกจ้างที่ขาดคุณสมบัติตาม (๑)

หรือ (๒) ได้โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ผู้สมัครเป็นพนักงานหรือลูกจ้างต้องยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดไว้พร้อมด้วยหนังสือรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง

สาขาเวชกรรม ซึ่งรับรองว่าผู้สมัครเป็นผู้มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้อำนวยการจัดให้มีระเบียบเกี่ยวกับวันทำงาน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก วันหยุดประจำสัปดาห์

วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี โดยให้คำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติของงานธุรกิจอุตสาหกรรมและ/หรือราชการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล สถาบันอาจจัดให้มีระบบสวัสดิการ เงินตอบแทนในลักษณะต่างๆ

นอกเหนือที่กำหนดไว้ในหมวด ๔ แก่พนักงานและลูกจ้างตามความจำเป็นและความเหมาะสม ทั้งนี้

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ เงินตอบแทน ดังกล่าว ให้สถาบันกำหนด

การกำหนดตำแหน่ง การบรรจุ การแต่งตั้ง

อัตราเงินเดือน และการประเมินผลงาน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ตำแหน่งของพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน มี ๓ ประเภท

(ก) ตำแหน่งบริหาร ประกอบด้วย

๑. บริหารระดับสูง

๑.๑ ผู้อำนวยการ

๑.๒ รองผู้อำนวยการ

๑.๓ ผู้ช่วยอำนวยการ

๒. บริหารระดับกลาง

๒.๑ หัวหน้าฝ่าย

๒.๒ ผู้จัดการฝ่าย

๒.๓ ผู้ตรวจสอบภายใน

๒.๔ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย

๒.๕ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย

๓. บริหารระดับต้น

๓.๑ หัวหน้าห้องปฏิบัติการ

๓.๒ หัวหน้าส่วน

๓.๓ ผู้ช่วยหัวหน้าห้องปฏิบัติการ

๓.๔ ผู้ช่วยหัวหน้าส่วน

(ข)[๒] ตำแหน่ง

วิชาการ ประกอบด้วย

๑. สายวิชาการ เช่น ผู้เชี่ยวชาญ

นักมาตรวิทยา

๒. สายวิเคราะห์ เช่น นักวิเคราะห์โครงการ

นักวิเคราะห์เชิงธุรกิจ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

๓. สายเทคนิค เช่น วิศวกร

พนักงานระบบงานคอมพิวเตอร์

ทั้งนี้ ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญมีสิทธิและผลประโยชน์เทียบเท่าผู้บริหารระดับสูง

(ค)[๓] ตำแหน่ง

ปฏิบัติการ ประกอบด้วย

๑. ปฏิบัติการช่วยงานวิชาการ เช่น

ผู้ช่วยนักมาตรวิทยา

๒. ปฏิบัติการช่วยเทคนิค เช่น

พนักงานห้องปฏิบัติการ/ช่างเทคนิค

๓. ปฏิบัติการทั่วไป เช่น เลขานุการ นิติกร

พนักงานวิเทศสัมพันธ์ พนักงานสารสนเทศ พนักงานประชาสัมพันธ์ พนักงานบริหารงานบุคคล

พนักงานการเงินและบัญชี พนักงานธุรการ พนักงานพัสดุ พนักงานรับส่งเอกสาร

พนักงานขับรถ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

อัตราเงินเดือนของผู้อำนวยการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

อัตราเงินเดือนของพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน

นอกเหนือจากวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนแนบท้ายข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วย การเลื่อนเงินเดือนของพนักงาน พ.ศ. ๒๕๔๒

ถ้าปรากฏว่า ค่าครองชีพสูงขึ้น

หรือบัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสม ให้มีการปรับบัญชีอัตราเงินเดือนให้เหมาะสม

โดยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

พนักงานและลูกจ้างอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพตามภาวะเศรษฐกิจ เงินเพิ่มพิเศษประจำตำแหน่งหรือเงินเพิ่มพิเศษอย่างอื่น

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สถาบันกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

พนักงานและลูกจ้างจะมีตำแหน่งใด ระดับตำแหน่งใด ประเภทใด จำนวนเท่าใด อยู่ในหน่วยงานใด

และจะต้องใช้คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด ให้ผู้อำนวยการกำหนดโดยให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ

ให้สถาบันจัดทำมาตรฐาน

กำหนดตำแหน่งพนักงานและลูกจ้างไว้เป็นบรรทัดฐานทุกตำแหน่ง ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้แสดงกรอบอัตราเงินเดือนของตำแหน่งไว้ด้วย

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น

ผู้อำนวยการอาจอนุมัติให้บรรจุและแต่งตั้งพนักงานและลูกจ้างที่มีคุณสมบัติเฉพาะต่างไปจากที่กำหนดให้

โดยให้แจ้งคณะกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้ที่ผ่านการสรรหาและคัดเลือก

ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจบรรจุแต่งตั้งและกำหนดเงินเดือนพนักงานตั้งแต่ระดับรองผู้อำนวยการลงมาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของสถาบัน

สำหรับตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ให้ผู้อำนวยการรายงานคณะกรรมการเพื่อให้ความเห็นชอบ

สำหรับการแต่งตั้ง ให้ออก ปลดออก

ตำแหน่ง ผู้ตรวจสอบภายใน ให้ผู้อำนวยการ โดยความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ

เสนอคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ เพื่อให้ความเห็นชอบ[๔]

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้ผู้อำนวยการทำสัญญาการปฏิบัติงานกับผู้ผ่านกระบวนการสรรหาและคัดเลือกตามข้อ

๑๓ ผู้ใดปฏิบัติงานครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาและผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สถาบันกำหนด

จึงจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานหรือลูกจ้างต่อไป

การทดลองปฏิบัติงานและเงื่อนไขต่างๆ

ในการปฏิบัติงาน ให้ผู้อำนวยการกำหนดในสัญญาตามความจำเป็นและเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

หน่วยงานใดในสถาบันมีเหตุและความจำเป็นที่จะบรรจุและแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ

ประสบการณ์หรือความชำนาญงาน เข้าเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบัน

ให้ผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติให้บรรจุและกำหนดตำแหน่งที่จะแต่งตั้งและเงินเดือนที่จะได้รับตามหลักเกณฑ์และวิธีการของสถาบัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

พนักงานหรือลูกจ้างผู้ใด พ้นจากตำแหน่งและอออกจากงานไปแล้ว และไม่ใช่กรณีออกจากงานเพราะกระทำผิดวินัย

ถ้าสมัครเข้าทำงานใหม่ และสถาบันต้องการจะรับผู้นั้นเข้าเป็นพนักงานหรือลูกจ้างให้ผู้อำนวยการสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการของสถาบัน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ถ้าตำแหน่งพนักงานหรือลูกจ้างว่างลง หรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

และเป็นกรณีที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐

ให้ผู้อำนวยการสั่งให้พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันที่เห็นสมควรรักษาการในตำแหน่งนั้นชั่วคราวได้

ผู้รักษาการในตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง

ให้มีอำนาจหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาการนั้น ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ

ข้อบังคับอื่น แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ เป็นกรรมการหรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใดให้ผู้รักษาการในตำแหน่งทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่อย่างนั้นในระหว่างรักษาการในตำแหน่ง

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การเลื่อนตำแหน่งและการขึ้นเงินเดือนพนักงานและลูกจ้างของสถาบันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

สัญญาการปฏิบัติงานมีระยะเวลาและต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้

เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการต่อสัญญา การเลื่อนตำแหน่ง หรือการเลื่อนขั้นเงินเดือน

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สถาบันกำหนด

การสงเคราะห์ และสวัสดิการ

การสวัสดิการพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้สถาบันจัดให้มีการสวัสดิการแก่พนักงานและลูกจ้าง ตามกำลังความสามารถของสถาบัน

การสวัสดิการ ได้แก่

(๑) การประกันสุขภาพ

(๒) การรักษาพยาบาล

(๓) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

(๔) การเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร

(๕) การเงินค่าทดแทนในกรณีประสบอันตรายในระหว่างการปฏิบัติงาน

(๖) การเงินช่วยเหลือในกรณีถึงแก่ความตายหรือทุพพลภาพอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงาน

(๗) การเงินสงเคราะห์เพื่อที่อยู่อาศัย

(๘) สหกรณ์ออมทรัพย์

(๙) การเงินช่วยเหลือการจัดการศพ

(๑๐) อื่นๆ ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

พนักงานและลูกจ้าง เป็นผู้มีสิทธิได้รับการสวัสดิการตามข้อบังคับนี้

ระเบียบ หลักเกณฑ์

หรือคำสั่งเกี่ยวกับการสวัสดิการและสิทธิได้รับการสวัสดิการตามวรรคแรก

ให้เป็นไปตามที่สถาบันกำหนด

ห้ามมิให้จ่ายเงินตอบแทนที่จัดอยู่ในระบบสวัสดิการแก่พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบัน

ซึ่งออกจากสถาบันเพราะกระทำผิดวินัยร้ายแรง

กองทุนเงินสวัสดิการพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้สถาบันจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนเงินสวัสดิการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ” โดยแยกบัญชีต่างหากจากบัญชีการเงินของสถาบันตามระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วย การเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

กองทุนเงินสวัสดิการสถาบันมาตรวิทยาลัยแห่งชาติ ประกอบด้วย

(๑) เงินประเดิมที่สถาบันจ่ายสมทบเข้ากองทุนเงินสวัสดิการ

(๒) เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสถาบันที่จัดไว้

เพื่อเป็นเงินสวัสดิการพนักงานและลูกจ้างตามข้อ ๒๑ แห่งข้อบังคับนี้

(๓) เงินของสถาบันที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

เพื่อจัดให้เป็นเงินสวัสดิการพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน

หรือเงินสมทบที่สถาบันจ่ายให้ เพื่อสมทบเข้ากองทุนเงินสวัสดิการ

(๔) ดอกผล หรือรายได้ หรือประโยชน์อื่นใด

อันเกิดจากกองทุนเงินสวัสดิการ

(๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้

หรือเงินสวัสดิการที่ผู้มีสิทธิจะได้รับแต่มิได้ใช้สิทธินั้น

การบริหารการเงินและการลงทุนหาผลประโยชน์

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

เพื่อประโยชน์ในการบริหารการเงิน ให้สถาบันฝากเงิน ณ ธนาคารที่มีความมั่นคงหรือมีหลักประกันในนาม

“กองทุนเงินสวัสดิการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ” ได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม

การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการแก่พนักงานและลูกจ้าง

ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายที่กำหนดไว้ในส่วนที่ ๔

แห่งข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้สถาบันนำเงินกองทุนสวัสดิการไปลงทุนหารายได้ หรือผลประโยชน์ตามจำนวนและระยะเวลาที่เห็นสมควร

ดังต่อไปนี้

(๑) ซื้อพันธบัตรรัฐบาล

หรือหุ้นกู้ของรัฐวิสาหกิจ

(๒) ซื้อตั๋วเงินคลัง

(๓) นำฝากธนาคารที่มีความมั่นคงหรือมีหลักประกัน

(๔) ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจากสถาบันการเงินของรัฐ

หรือของเอกชนที่มีฐานะมั่นคง โดยมีธนาคารอาวัล

รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำในวรรคแรก

ให้นำเข้าสมทบในกองทุนเงินสวัสดิการในทันทีที่ได้รับรายได้หรือประโยชน์นั้น ทั้งนี้ อย่างช้าต้องไม่เกินในวันทำการถัดไป

รายได้หรือประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากการนำเงินกองทุนสวัสดิการไปลงทุนแสวงหารายได้หรือประโยชน์นั้น

ไม่สามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อการใดการหนึ่งได้ก่อนนำเข้าสมทบในกองทุนเงินสวัสดิการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

กองทุนเงินสวัสดิการตามข้อ ๒๔ ไม่สามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อการใดการหนึ่งก่อนนำเข้าบัญชีเงินฝากตามข้อ

๒๕ แห่งข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ให้ส่วนการคลังของสถาบันเป็นผู้รับผิดขอบดำเนินการในการฝากและถอนเงินจากกองทุนเงินสวัสดิการตามที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ

หลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ ให้เบิกจ่ายจากกองทุนเงินสวัสดิการ ให้พนักงานหรือลูกจ้างผู้มีสิทธิได้รับการสวัสดิการ

ยื่นคำขอรับเงินตามแบบที่สถาบันกำหนด ต่อผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของพนักงานหรือลูกจ้างได้ตั้งแต่วันที่มีสิทธิ

ในกรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างผู้มีสิทธิรับเงินสวัสดิการตามวรรคแรกตายหรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดอันเป็นผลให้ไม่สามารถยื่นคำขอรับเงินสวัสดิการได้

ให้บุคคลในครอบครัวของพนักงานหรือลูกจ้าง หรือทายาทแล้วแต่กรณี

ยื่นคำขอรับเงินตามแบบที่สถาบันกำหนดต่อผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของพนักงานหรือลูกจ้างได้ตั้งแต่วันที่มีสิทธิ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ระเบียบ

หลักเกณฑ์ หรือคำสั่งเกี่ยวกับการเบิกจ่ายหรือการใช้เงินจากกองทุนเงินสวัสดิการให้สถาบันเป็นผู้กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

เมื่อผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสวัสดิการตามข้อ ๒๙

ได้ยื่นคำขอรับเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

พนักงานหรือลูกจ้าง ผู้มีสิทธิ ตามข้อ ๒๒

แห่งข้อบังคับนี้ผู้หนึ่งผู้ใดใช้สิทธิตามข้อบังคับนี้โดยทุจริต

นอกจากจะรับโทษทางวินัยแล้ว ให้เป็นอันหมดสิทธิที่จะได้รับการสวัสดิการตามข้อบังคับนี้

การพิจารณาลงโทษให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อำนวยการ และให้เป็นไปตามข้อบังคับแห่งหมวด

๗ ว่าด้วย วินัยและการรักษาวินัย

การลงโทษตามวรรคแรกไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความรับผิดในทางแพ่ง

หรือความผิดทางอาญา หากมีแล้วแต่กรณี

การเงิน การบัญชี และการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ให้สถาบันเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำบัญชีตามระบบที่สถาบันกำหนดโดยระบบการบันทึกบัญชีให้เป็นไปตามหลักการบัญชีอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

หลักฐานที่ใช้ในการบันทึกจะต้องเก็บไว้ให้เป็นระเบียบเพื่อสะดวกในการตรวจสอบและต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า

๑๐ ปี การทำลายหลักฐานดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการ

ให้สถาบันรับผิดชอบจัดทำงบดุล

งบรายได้ ค่าใช้จ่าย ของกองทุนเงินสวัสดิการตามแบบที่สถาบันกำหนดทุกรอบระยะเวลาบัญชี

และให้มีการตรวจสอบบัญชีและรายงานประจำปีตามระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วย การเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒

ประเภทการลา

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การลา มี ๗ ประเภท คือ

(๑) การลาป่วย

(๒) การลาคลอดบุตร

(๓) การลากิจส่วนตัว

(๔) การลาพักผ่อนประจำปี

(๕) การลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์

(๖) การลาเข้ารับการตรวจพลหรือรับการเตรียมพล

(๗) การเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพนักงานและลูกจ้างตามข้อ

๓๖

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

หลักเกณฑ์และวิธีการลาตามข้อ ๓๔ ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการกำหนด

การพัฒนาพนักงานและลูกจ้าง

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพนักงานและลูกจ้างให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานผู้อำนวยการอาจกำหนดให้มีการพัฒนาพนักงานและลูกจ้างดังนี้

(๑) การไปศึกษาฝึกอบรม ดูงาน

(๒) การไปปฏิบัติงานวิจัย

(๓) การไปปฏิบัติงานสอน

(๔) การไปปฏิบัติงานบริการวิชาการ

(๕) การไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ

(๖) การแลกเปลี่ยนนักมาตรวิทยา วิศวกร

(๗) การอื่นใดที่จำเป็นหรือเหมาะสมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพนักงานและลูกจ้าง

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

หลักเกณฑ์และวิธีการในการพัฒนาพนักงานและลูกจ้างตามข้อ ๓๖ รวมทั้งเงื่อนไขในการลาและสัญญาผูกพันพนักงานและลูกจ้างในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่สถาบันกำหนด

วินัย และการรักษาวินัย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

พนักงานและลูกจ้างต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

พนักงานและลูกจ้างต้องรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ที่ชอบธรรม และไม่เปิดเผยความลับของลูกค้าให้กับคู่แข่งหรือบุคคลที่สาม

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

พนักงานและลูกจ้างต้องช่วยกันสร้างชื่อเสียง

และเกียรติคุณอันดีงามมาสู่สถาบัน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

พนักงานและลูกจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกค้าและผู้มาติดต่อด้วยกริยามารยาทและอัธยาศัยอันดีงาม

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

พนักงานและลูกจ้างต้องสุภาพเรียบร้อย เชื่อฟัง

และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งการในหน้าที่โดยชอบ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

พนักงานและลูกจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เกิดผลดีหรือเกิดความก้าวหน้าแก่สถาบัน

ระมัดระวังรักษาทรัพย์สินและผลประโยชน์ของสถาบัน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

พนักงานและลูกจ้างต้องประพฤติและปฏิบัติตามจรรยาและมารยาทแห่งวิชาชีพของตน

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

พนักงานและลูกจ้างต้องรักษาความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อสถาบัน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลระมัดระวังให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามวินัย ถ้ารู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัยจะต้องดำเนินการทางวินัย

ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อนี้

ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

พนักงานและลูกจ้างต้องดูแล บำรุง รักษาเครื่องมือและอุปกรณ์การทำงานให้อยู่ในสภาพดีเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

พนักงานและลูกจ้างต้องช่วยกันระมัดระวังและป้องกันทรัพย์สินของสถาบัน ทั้งในบริเวณที่ทำการ

หรือบ้านพัก หรือหอพัก ที่สถาบันจัดให้ โดยมิให้เสียหายหรือสูญหาย ไม่ว่าจากบุคคลหรือจากภัยพิบัติใดๆ

เท่าที่สามารถกระทำได้อย่างเต็มที่

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

พนักงานและลูกจ้างต้องให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนร่วมงานในทุกเวลาและโอกาสที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้

80 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย การบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_69790b555ee204f1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com