法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๕๐

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๔) แห่งพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๘/๑

“ข้อ ๘/๑ การจัดหาพัสดุของสำนักงานสาขาในต่างประเทศ หรือในกรณีที่มีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในต่างประเทศ และไม่สามารถดำเนินการตามข้อบังคับนี้ได้ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศนั้น”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๑ การซื้อและการจ้าง กระทำได้ ๖ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลงราคา

(๒) วิธีสอบราคา

(๓) วิธีประกวดราคา

(๔) วิธีพิเศษ

(๕) วิธีกรณีพิเศษ

(๖) วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ และ ข้อ ๑๔ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๒ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๑๖ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๖ การซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๗ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๗ การจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทให้กระทำเฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(๑) เป็นงานจ้างที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะหรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ

(๒) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้

(๓) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน

(๔) เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วนหรือจำเป็นต้องจ้างเพิ่มเพื่อประโยชน์แก่ ททท.

(๕) เป็นงานจ้างเหมาเกี่ยวกับการให้บริการนำเที่ยว

(๖) เป็นงานจ้างโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์

(๗) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๘ สำหรับสำนักงานสาขาในต่างประเทศ หรือในกรณีที่มีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในต่างประเทศ จะซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษก็ได้”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๙/๑

“ข้อ ๑๙/๑ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การซื้อหรือการจ้าง ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของทางราชการที่ให้ดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๒๐ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในวงเงินไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษกรณีเร่งด่วน ตามข้อ ๑๖ (๒) หรือข้อ ๑๗ (๓) ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้น จะทำรายงานตามวรรคหนึ่งเฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของข้อ ๒๔ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“สำหรับการซื้อหรือการจ้างในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๒) หรือข้อ ๑๗ (๓) หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขา จะแต่งตั้งพนักงานเพียงคนเดียวเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๓๘ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๒) ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินและให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน หากไม่ถูกต้องให้หมายเหตุในใบรับและบันทึกในรายงานด้วยกรณีหลักประกันซองเป็นหนังสือค้ำประกัน ให้ส่งสำเนาหนังสือค้ำประกันให้ธนาคาร บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ผู้ออกหนังสือค้ำประกันทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับด้วย”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๑ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔๑ ในกรณีที่ไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนด ให้เสนอผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น เพื่อดำเนินการประกวดราคาใหม่หากผู้ว่าการเห็นว่าการประกวดราคาใหม่จะไม่ได้ผลดี จะสั่งให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๗) หรือข้อ ๑๗ (๗) แล้วแต่กรณีก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๔๕/๑

“ข้อ ๔๕/๑ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีที่กำหนดไว้ในระเบียบของทางราชการที่ให้ดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์”

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๕๓ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คนและกรรมการอย่างน้อย ๔ คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากพนักงานระดับ ๕ หรือเทียบเท่าขึ้นไป อย่างน้อย ๒ คน ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์แก่ ททท. ให้แต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิในงานที่จะจ้างที่ปรึกษาเป็นกรรมการด้วย เว้นแต่สำนักงานสาขาในต่างประเทศ ให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน โดยอาจแต่งตั้งจากลูกจ้างของสำนักงานนั้น เป็นกรรมการก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ยกเลิกความใน (๔) ของข้อ ๖๔ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ความต่อไปนี้แทน

“(๔) หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่ ททท. กำหนด”

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ยกเลิกความในวรรคสามของข้อ ๖๖ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การคืนหลักประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ในกรณีที่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาไม่มารับภายในกำหนดเวลาข้างต้น ให้รีบส่งต้นฉบับหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยเร็วพร้อมกับแจ้งให้ธนาคาร บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ผู้ค้ำประกันทราบด้วย”

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗๐ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗๐ การซื้อหรือการจ้าง ให้ทำสัญญาตามตัวอย่างท้ายข้อบังคับนี้ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้จะทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการ

(๑) การซื้อ การจ้าง หรือการแลกเปลี่ยน โดยวิธีตกลงราคา

(๒) การซื้อหรือการจ้าง ที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างสามารถส่งมอบพัสดุได้ครบถ้วน ภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันถัดจากวันตกลงซื้อขายหรือจ้าง

(๓) การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ และการจัดหาจากส่วนราชการ

(๔) การซื้อโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๑) (๒) (๔) (๕) และข้อ ๑๘

(๕) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และข้อ ๑๘

สำหรับการซื้อที่ผู้ขายสามารถส่งมอบพัสดุได้ทันที หรือในกรณีการซื้อหรือการจ้างที่ดำเนินการตามข้อ ๒๘ วรรคสอง หรือการซื้อหรือการจ้างที่มีราคาไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท จะไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๗๑ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗๑ การทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ให้กำหนดค่าปรับ ดังนี้

(๑) การซื้อหรือการจ้างที่ไม่ต้องการผลสำเร็จของงานพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ ๐.๐๒ - ๐.๒๐ ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ

(๒) การจ้างที่ต้องการผลสำเร็จของงานพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๒๐๐ บาท

(๓) การทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา หาก ททท. เห็นว่าถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายแก่ ททท. ให้ ททท. กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้นได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น”

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ยกเลิกความในวรรคสี่ของข้อ ๗๒ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การทำสัญญาหรือข้อตกลงของสำนักงานสาขาในต่างประเทศจะทำเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สำนักงานสาขานั้นตั้งอยู่ก็ได้ โดยผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของประเทศนั้น ๆ หรือของ ททท.”

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗๘ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗๘ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่ ททท. กำหนด หรือคู่สัญญาของ ททท. ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ หรือกระทำการโดยไม่สุจริต ให้ผู้ว่าการพิจารณาสั่งให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน

ในกรณีที่นิติบุคคลใดถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานตามวรรคหนึ่ง ถ้าการกระทำดังกล่าวเกิดจากหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้น ให้ผู้ว่าการสั่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน และให้มีผลไปถึงนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน ซึ่งมีหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคล ที่ถูกพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานด้วย

คำสั่งที่ให้บุคคลธรรมดาเป็นผู้ทิ้งงานตามวรรคหนึ่งให้มีผลไปถึงนิติบุคคลอื่นที่เข้าเสนอราคา ซึ่งมีบุคคลดังกล่าวเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงาน ในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย

เมื่อผู้ว่าการได้พิจารณาสั่งให้บุคคลใดเป็นผู้ทิ้งงานแล้ว ให้ผู้ว่าการระบุชื่อผู้ทิ้งงานไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ทิ้งงานให้กระทรวงการคลังทราบ รวมทั้งแจ้งให้ผู้ทิ้งงานรายนั้นทราบด้วย

ผู้ซึ่งถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของผู้ว่าการต่อคณะกรรมการ ททท. ได้ โดยยื่นเป็นหนังสือต่อผู้ว่าการภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว”

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๗๘/๑

“ข้อ ๗๘/๑ ให้ผู้ว่าการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานตามที่ได้กำหนดไว้ในหมวดนี้

ห้าม ททท. ก่อนิติสัมพันธ์กับผู้ทิ้งงานที่ผู้ว่าการ หรือผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุของส่วนราชการได้ระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว เว้นแต่ผู้ว่าการหรือผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุของส่วนราชการจะสั่งเพิกถอนการเป็นผู้ทิ้งงาน

การห้าม ททท. ก่อนิติสัมพันธ์กับผู้ทิ้งงานตามวรรคสอง ให้ใช้บังคับกับบุคคลตามข้อ ๗๘ วรรคสาม ด้วย

บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลใดที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามข้อกำหนดในส่วนนี้ ให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิเสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ ททท. ได้ แต่ถ้าผลการพิจารณาต่อมาผู้ว่าการได้สั่งให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน ให้ผู้ว่าการตัดรายชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือก หรือยกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคาหรือเสนองาน หรือยกเลิกการลงนามในสัญญาที่ได้กระทำก่อนการสั่งการของผู้ว่าการ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ว่าการพิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่ ททท. อย่างยิ่ง ผู้ว่าการจะไม่ตัดรายชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือกหรือจะไม่ยกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองานหรือจะไม่ยกเลิกการลงนามในสัญญาซื้อหรือจ้างที่ได้กระทำก่อนมีคำสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานก็ได้”

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘๔ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๘๔ การเช่า หมายถึง การเช่าสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์รวมทั้งบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่า เพื่อประโยชน์ในกิจการของ ททท. ให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการเช่าบริการพื้นที่ชั่วคราว ซึ่งหมายถึงการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่มีระยะเวลาการเช่าไม่เกิน ๑ เดือน ให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา”

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ๘๔/๑

“ข้อ ๘๔/๑ การอนุมัติและการจ่ายเงินค่าเช่าบริการพื้นที่ชั่วคราวล่วงหน้า ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ว่าการ ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ประธานกรรมการ ททท. เกิน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) คณะกรรมการ ททท. เกิน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท”

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘๘ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๘๘ อสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ซึ่งมีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่าตามที่จะกำหนดไว้ในสัญญาไม่เกินเดือนละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท หรืออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ซึ่งมีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่าตามที่จะกำหนดไว้ในสัญญาไม่เกินเดือนละ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้ผู้ว่าการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

กรณีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่าเกินกว่าที่กำหนดตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ททท. ก่อน”

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘๙ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๘๙ การเช่าและการเช่าบริการพื้นที่ชั่วคราว ให้ทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันและให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการที่จะดำเนินการในเรื่องเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลงได้เอง เว้นแต่กรณีการเช่าที่ ททท. ต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า หรือในกรณีที่ผู้ว่าการเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ให้ส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาก่อน และในกรณีที่จะต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการตามกฎหมายด้วย

สำหรับร่างสัญญาของสำนักงานสาขาในต่างประเทศ ให้ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของประเทศนั้น ๆ หรือของ ททท.”

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๙๑ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๙๑ การให้ยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปหรือการให้ยืมใช้สถานที่ ต้องให้ผู้ยืมทำหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร แสดงเหตุผลและกำหนดวันส่งคืน โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) การให้หน่วยงานภายนอกยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป ผู้ยืมต้องเป็นหัวหน้าของหน่วยงานนั้น ๆ

(๒) การให้บุคคลยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปไปใช้ภายในสถานที่ทำการของ ททท. จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบพัสดุนั้น

(๓) การให้ยืมใช้สถานที่ ผู้ยืมต้องเป็นหัวหน้าของหน่วยงานนั้น ๆ หรือเป็นพนักงานของ ททท.

ในกรณีให้หน่วยงานภายนอกยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป หรือให้บุคคลยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป ไปใช้ภายนอกสถานที่ทำการของ ททท. หรือการให้ยืมใช้สถานที่ จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการ”

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐๐ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๐๐ สำหรับสำนักงานสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาจัดให้มีการตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุของสำนักงานนั้น โดยให้นำข้อ ๙๙ มาใช้โดยอนุโลม

ในกรณีไม่มีพนักงานหรือมีไม่เพียงพอ ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาอาจแต่งตั้งลูกจ้าง ของสำนักงานคนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เพื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งก็ได้”

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๑๐๑ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๐๑ เมื่อผู้ว่าการได้รับรายงานตามข้อ ๙๙ และข้อ ๑๐๐ แล้ว และปรากฏว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อไป ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง โดยให้นำข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕ มาใช้โดยอนุโลม สำหรับสำนักงานสาขาในประเทศและต่างประเทศให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๒๖ โดยอนุโลม เว้นแต่กรณีที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการเสื่อมสภาพเนื่องจากการใช้งานตามปกติหรือสูญไปโดยธรรมชาติ ให้ผู้ว่าการพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการจำหน่ายต่อไปได้”

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐๕ แห่งข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๐๕ ในกรณีที่พัสดุสูญไปโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิดหรือมีตัวผู้รับผิด แต่ไม่สามารถชดใช้ตามข้อ ๑๐๓ หรือมีตัวพัสดุอยู่แต่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อ ๑๐๔ ได้ ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าการที่จะจำหน่ายพัสดุนั้นเป็นสูญ ทั้งนี้ ต้องมีการบันทึกไว้ในรายงานด้วยว่าได้ผ่านกระบวนการสอบสวนของ ททท. เสร็จสิ้นแล้ว”

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การพัสดุใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับที่ใช้อยู่เดิมจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ หรือจนกว่าจะดำเนินการตามข้อบังคับนี้ได้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ร้อยโท สุวิทย์ ยอดมณี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ประธานกรรมการ ททท.

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๑ มิถุนายน ๒๕๕๕

วิชพงษ์/ผู้ตรวจ

๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๕

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๙๗ ง/หน้า ๒๙/๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๐

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_69796d8f9619860e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com