ข้อ ๑๕ ในการดำเนินกิจการผู้ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขนสิ่งปฏิกูล
(๑.๑) ต้องจัดให้มียานพาหนะขนสิ่งปฏิกูลและอุปกรณ์ที่จำเป็นตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒ และมีจำนวนเพียงพอกับการให้บริการ
(๑.๒) ให้ดำเนินการสูบสิ่งปฏิกูลในช่วงเวลาที่เหมาะสม มีการป้องกันกลิ่นไม่ให้รบกวนบ้านข้างเคียงจนเป็นเหตุรำคาญ และขณะที่ทำการสูบสิ่งปฏิกูล ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมเสื้อคลุม ถุงมือยาง รองเท้ายางหุ้มแข้ง และใช้น้ำยาดับกลิ่น เพื่อป้องกันการรบกวนผู้อยู่อาศัยข้างเคียงด้วย และทำความสะอาดเสื้อคลุม ถุงมือยาง และรองเท้ายางหุ้มแข้งหลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานประจำวัน
(๑.๓) เมื่อทำการสูบสิ่งปฏิกูลแล้ว ให้ทำความสะอาดท่อหรือสายสูบสิ่งปฏิกูล โดยการดูดน้ำสะอาดจากถัง และทำความสะอาดด้านนอกของท่อหรือสายที่สัมผัสสิ่งปฏิกูลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
(๑.๔) กรณีที่มีสิ่งปฏิกูลหกเรี่ยราดให้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง
(๑.๕) รถดูดสิ่งปฏิกูลที่ให้บริการแล้วต้องทำความสะอาดภายในตัวถังอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง และน้ำเสียที่เกิดจากการล้างต้องกำจัดโดยระบบบำบัดน้ำเสีย หรือปล่อยลงสู่ลานทรายซึมชนิดร่องซึม โดยต้องอยู่ห่างจากแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร
(๑.๖) ผู้ปฏิบัติงานต้องล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังดูดสิ่งปฏิกูลแต่ละครั้ง และทำความสะอาดร่างกายในส่วนที่เปรอะเปื้อน
(๑.๗) ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง โดยเฉพาะการตรวจโรคระบบทางเดินอาหาร
(๑.๘) ห้ามนำรถดูดสิ่งปฏิกูลไปใช้ในกิจการอื่นต้องดูแลมิให้ข้อความที่พิมพ์ บนตัวถังรถลบเลือน และห้ามนำสิ่งปฏิกูลไปทิ้งในที่สาธารณะ
(๑.๙) ต้องจัดให้มีบริเวณที่จอดเก็บยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูลที่เป็นสถานที่เฉพาะ มีขนาดกว้างขวางเพียงพอ (๑.๑๐) ผู้ได้รับอนุญาตและผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการอบรมเกี่ยวกับสุขลักษณะ ของการจัดการสิ่งปฏิกูลตามที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนด
(๒) ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูล
(๒.๑) ต้องปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลของระบบที่นำมาใช้ต้องตรวจสอบ ควบคุมระบบในการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงต้องปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญของประชาชนและการร้องเรียน (๒.๒) การบำบัดและกำจัดสิ่งปฏิกูลไม่ว่าจะใช้วิธีการใด น้ำทิ้งและกากตะกอน ที่ผ่านการบำบัดและกำจัดสิ่งปฏิกูลดังกล่าวต้องได้มาตรฐานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด (๓) ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขนมูลฝอย
(๓.๑) ขณะทำการเก็บ ขนมูลฝอยต้องควบคุมไม่ให้เกิดการปลิวกระจายของมูลฝอย ไม่ให้มีน้ำสกปรกหกเลอะเทอะ และจัดวางถังขยะหรือที่รองรับขยะให้เรียบร้อย พร้อมทั้งเก็บกวาดขยะ ณ จุดที่เก็บให้สะอาดเรียบร้อย
(๓.๒) ทำความสะอาดพาหนะเก็บขนมูลฝอยอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง หลังจากที่ออกปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอยแล้ว สำหรับน้ำเสียที่เกิดจากการล้างต้องได้รับการบำบัดและกำจัดด้วยวิธีการที่ถูกสุขลักษณะก่อนปล่อยทิ้งสู่สาธารณะ (๓.๓) กรณีที่มีการตรวจพบว่าถังขยะหรือภาชนะที่รองรับขยะ เกิดความเสียหาย หรือชำรุดจากการปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอย ผู้รับอนุญาตต้องชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนราคาปัจจุบัน
(๓.๔) มีการตรวจสุขภาพแก่ผู้ปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอยอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
(๔) ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอย
(๔.๑) ต้องปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลของระบบที่นำมาใช้ต้องตรวจสอบควบคุมระบบในการกำจัดมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงต้องปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญของประชาชนและการร้องเรียน (๔.๒) ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยเคร่งครัดเมื่อพบว่ามีปัญหาไม่ว่ากรณีใด ๆ
(๔.๓) สถานที่ตั้งเหมาะสมต้องห่างจากสนามบิน บ่อน้ำดื่ม โรงผลิตน้ำประปา สถานศึกษา ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในกรณีเป็นพื้นที่ลุ่มที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน หรือน้ำป่าไหลหลากต้องมีมาตรการป้องกันและแก้ไขเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ระยะห่างและมาตรการป้องกัน รวมทั้งเกณฑ์ในการคัดเลือกสถานที่ตั้งอื่น ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด (๔.๔) มีพื้นที่ฉนวนโดยรอบภายในอาณาเขตของสถานที่ฝังกลบ จัดเป็นพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ ถนน รางระบายน้ำผิวดิน เพื่อลดปัญหาด้านทัศนียภาพจากการฝังกลบและปัญหากลิ่นรบกวน
(๔.๕) มีระบบป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย โดยมีการบดอัดก้นบ่อด้านล่างและด้านข้างให้แน่นและปูด้วยวัสดุกันซึม ทั้งนี้ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
(๔.๖) มีระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอยจากก้นบ่อเพื่อส่งไปยังระบบบำบัดน้ำเสีย ที่สามารถป้องกันการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน และมีกระบวนการบำบัดน้ำชะมูลฝอย ให้ได้มาตรฐานน้ำทิ้ง ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
(๔.๗) มีการกลบทับหน้ามูลฝอยรายวันด้วยดินหรือวัสดุกลบทับอื่น และปิด การฝังกลบเมื่อบ่อฝังกลบเต็ม โดยปิดทับหน้าบ่อฝังกลบด้วยดินหนาอย่างน้อย ๖๐ เซนติเมตร หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม เพื่อป้องกันกลิ่น การปลิวของมูลฝอย ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลงพาหะนำโรค รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
(๔.๘) มีการป้องกันกลิ่น การปลิวของมูลฝอย ฝุ่นละอองจากการดำเนินงาน ความสั่นสะเทือน เสียงรบกวน เหตุรำคาญและผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชน ตลอดจนไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลงพาหะนำโรค
(๔.๙) ต้องมีระบบรวบรวมและระบายก๊าซออกจากหลุมฝังกลบ และมีระบบเผาทำลายก๊าซหรือมีระบบการนำก๊าซไปใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิงหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น (๔.๑๐) มีบ่อสำหรับตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน และในระหว่างการดำเนินการฝังกลบให้รายงานการตรวจสอบคุณภาพน้ำทุก ๖ เดือน กรณีที่มีการปิดบ่อฝังกลบแล้ว ให้มีการตรวจสอบปีละ ๑ ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา ๕ ปี ทั้งนี้ หลักเกณฑ์วิธีการรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด