มาตรา อารัมภบท คัดลอกการอ้างอิง
ระเบียบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ระเบียบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการคัดเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิก
สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่น
พ.ศ. ๒๕๕๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้
พ.ศ. ๒๕๕๓
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา
๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ศอ.บต. โดยความเห็นชอบของ กพต. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ข้อ ๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า
ระเบียบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่น พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ข้อ ๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒[๑]
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ข้อ ๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
การคัดเลือก หมายความว่า
การเลือกกันเองหรือเลือกบุคคลอื่นเป็นผู้แทนเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามมาตรา
๑๙ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓
สมาชิกสภาที่ปรึกษา หมายความว่า
สมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือเลขาธิการแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการคัดเลือก
ผู้มีสิทธิคัดเลือก หมายความว่า
ผู้มีสิทธิในการคัดเลือก
ผู้สมัคร หมายความว่า
ผู้มีสิทธิคัดเลือกซึ่งสมัครเข้ารับการคัดเลือก
มาตรา ข้อ ๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔ ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
หลักเกณฑ์และวิธีการในการคัดเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาที่ปรึกษา
การคัดเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มาตรา ข้อ ๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๕ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ในวันลงคะแนนเป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา
มาตรา ข้อ ๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๖ เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาประเภทผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่างลงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการคัดเลือกโดยวิธีลงคะแนนลับภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง
มาตรา ข้อ ๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๗ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกตามแบบ
สปต. ๒ ประกาศการสมัครตามแบบ สปต. ๓ และประกาศกำหนดวัน เวลา
และสถานที่ลงคะแนนตามแบบ สปต. ๔ และปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด
และสถานที่อื่นที่เห็นสมควรภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ
มาตรา ข้อ ๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๘ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการมีจำนวนไม่เกินเจ็ดคนเพื่อทำหน้าที่ดำเนินการคัดเลือกตามระเบียบนี้และตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย
มาตรา ข้อ ๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๙ การประชุมและการวินิจฉัยของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการที่มีอยู่
แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามคนจึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่มาปฏิบัติหน้าที่หรือมาแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการที่เหลืออยู่เลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของกรรมการที่อยู่ในที่ประชุม
ถ้าจำนวนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ข้อ ๑๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๐ ผู้มีสิทธิลงคะแนนต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือก
มาตรา ข้อ ๑๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๑ ผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้ใดเห็นว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกไม่ถูกต้อง
ให้มีสิทธิยื่นคำร้องพร้อมแสดงหลักฐานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนวันลงคะแนนไม่น้อยกว่าสามวัน
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ในกรณีสั่งยกคำร้องต้องแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องทราบพร้อมเหตุผลก่อนวันลงคะแนนด้วย
มาตรา ข้อ ๑๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๒ ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับสมาชิกสภาที่ปรึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้
และมีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือก
ผู้สมัครให้มีสิทธิสมัครสำหรับการคัดเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาเพียงประเภทเดียว
มาตรา ข้อ ๑๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๓ ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครตามแบบ
สปต. ๓/๑
ด้วยตนเองต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตามระยะเวลาและสถานที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนด
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งรับรองความถูกต้อง
มาตรา ข้อ ๑๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๔ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับใบสมัครของผู้สมัครรายใดแล้ว
หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือก
ให้ออกใบรับใบสมัครแก่ผู้สมัครรายนั้น
มาตรา ข้อ ๑๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๕ ให้กำหนดหมายเลขผู้สมัครเรียงตามลำดับก่อนหลังในการมายื่นใบสมัคร
ถ้ามีผู้สมัครมาพร้อมกันหลายคนและไม่อาจตกลงกันได้ให้ใช้วิธีจับสลากระหว่างผู้สมัครที่มาพร้อมกันตามวิธีการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนด
ในกรณีที่ผู้สมัครมาถึงสถานที่รับสมัครและได้ลงชื่อแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเวลา
๐๘.๓๐ นาฬิกา ให้ถือว่ามาพร้อมกัน
เมื่อกำหนดหมายเลขผู้สมัครแล้ว
หากมีเหตุให้ผู้สมัครรายใดเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัคร ให้คงลำดับหมายเลขผู้สมัครทุกรายไว้
โดยไม่ต้องเลื่อนลำดับหมายเลขผู้สมัคร
มาตรา ข้อ ๑๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๖ เมื่อเสร็จสิ้นการรับสมัคร
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครตามแบบ สปต. ๓/๒ และปิดไว้ ณ
ศาลากลางจังหวัด และสถานที่อื่นที่เห็นสมควร
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศรายชื่อผู้สมัครแล้ว
ผู้สมัครจะถอนการสมัครมิได้
ผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครซึ่งต่อมาได้พ้นจากตำแหน่งตามข้อ
๕
หรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามสำหรับสมาชิกสภาที่ปรึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้
ย่อมไม่มีสิทธิสมัครหรือได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มาตรา ข้อ ๑๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๗ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครตามแบบ
สปต. ๓/๒ แล้ว ในกรณีที่มีผู้สมัครคนเดียว
ผู้สมัครจะได้รับคัดเลือกต่อเมื่อได้คะแนนคัดเลือกไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของจำนวนผู้มีสิทธิคัดเลือก
ในกรณีที่ผู้สมัครได้คะแนนคัดเลือกน้อยกว่าร้อยละยี่สิบของจำนวนผู้มีสิทธิคัดเลือก
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการคัดเลือกใหม่
ในกรณีที่ไม่มีผู้สมัครหรือกรณีตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับสมาชิกสภาที่ปรึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้มีสิทธิสมัครในการคัดเลือกใหม่
มาตรา ข้อ ๑๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๘ ผู้สมัครผู้ใดไม่มีชื่อในประกาศตามข้อ ๑๖
ให้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในสามวันนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร
ในการนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นที่สุด
มาตรา ข้อ ๑๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๙ ผู้มีสิทธิคัดเลือกที่เห็นว่าผู้สมัครรายใดไม่มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกมีสิทธิยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนวันลงคะแนนไม่น้อยกว่าเจ็ดวันเพื่อให้ถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิสมัครรายนั้น
และให้นำความในข้อ ๑๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ข้อ ๒๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๐ ให้เปิดการลงคะแนนตามระยะเวลาและสถานที่ลงคะแนนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดในประกาศตามข้อ
๗
ซึ่งต้องคำนึงถึงจำนวนผู้มีสิทธิคัดเลือกและความสะดวกในการเดินทางมายังสถานที่ลงคะแนนด้วย
เมื่อถึงเวลาเริ่มต้นการลงคะแนน ให้คณะกรรมการนำหีบบัตรมาแสดงให้ผู้มีสิทธิคัดเลือกซึ่งอยู่
ณ สถานที่ลงคะแนนเห็นว่าเป็นหีบเปล่า เสร็จแล้วให้ปิดหีบบัตร
ในกรณีหีบบัตรเป็นหีบกระดาษให้ปิดเทปกาวผนึกรอยต่อภายนอกหีบบัตร
และใส่กุญแจหรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจ เสร็จแล้วเปิดช่องหย่อนบัตรลงคะแนน
แล้วจึงเริ่มดำเนินการลงคะแนนต่อไป
มาตรา ข้อ ๒๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๑ การใช้สิทธิลงคะแนน
ให้ผู้มีสิทธิคัดเลือกที่ประสงค์จะลงคะแนนแสดงตนต่อกรรมการ
โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าถูกต้อง ให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนนั้นลงชื่อและรับบัตรลงคะแนนไปลงคะแนน
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนไม่สามารถลงคะแนนด้วยตนเองได้
ให้กรรมการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา ข้อ ๒๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๒ บัตรลงคะแนนให้เป็นไปตามแบบพิมพ์ท้ายระเบียบนี้
ในกรณีที่มีหมายเลขผู้สมัครเกินสามสิบเลขหมาย
ให้เพิ่มหมายเลขผู้สมัครในตอนต่อ ๆ ไป ตอนละไม่เกินสามสิบเลขหมาย
มาตรา ข้อ ๒๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๓ ในกรณีมีผู้ทักท้วงหรือกรรมการสงสัยว่าผู้มาแสดงตนไม่ใช่ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกในแบบ
สปต. ๒ ให้คณะกรรมการสอบสวน วินิจฉัย และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
มาตรา ข้อ ๒๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๔ การลงคะแนน
ให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนทำเครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่องทำเครื่องหมายให้ตรงกับหมายเลขผู้สมัครที่ต้องการเลือกเพียงหมายเลขเดียว
มาตรา ข้อ ๒๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๕ การนับคะแนน
ให้กระทำ ณ สถานที่ลงคะแนน เมื่อปิดการลงคะแนนแล้วให้เปิดหีบบัตร
และให้นับคะแนนโดยเปิดเผยต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ ห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงเวลา
เว้นแต่มีเหตุตามข้อ ๒๗
มาตรา ข้อ ๒๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๖ บัตรลงคะแนนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย
(๑) บัตรปลอม
(๒) บัตรที่มิได้ทำเครื่องหมายลงคะแนน
(๓) บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายใด
(๔) บัตรที่ทำเครื่องหมายอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาท
(๕) บัตรที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนนอก ช่องทำเครื่องหมาย
(๖) บัตรที่มีเครื่องสังเกต
หรือข้อความอื่นใดนอกจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
มาตรา ข้อ ๒๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๗ ในวันลงคะแนน
ถ้าการลงคะแนนหรือการนับคะแนนไม่สามารถกระทำได้อันเนื่องมาจากเกิดสาธารณภัย
เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ให้คณะกรรมการประกาศงดการลงคะแนนหรือการนับคะแนนตามแบบ
สปต. ๖ แล้วรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อรายงานให้เลขาธิการทราบโดยด่วน
มาตรา ข้อ ๒๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๘ เมื่อเสร็จสิ้นการนับคะแนน
ให้คณะกรรมการตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนน และประกาศผลคะแนนตามแบบ สปต. ๕
ปิดไว้ ณ สถานที่ลงคะแนน แล้วรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
มาตรา ข้อ ๒๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๙ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดรวมคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว
หากมีผู้สมัครมากกว่าหนึ่งคนได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากัน
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนเท่ากันนั้นจับสลากตามวิธีการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควร
และประกาศผลการคัดเลือกให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดหรือผู้ที่จับสลากได้ข้อความว่า ได้รับคัดเลือก หรือผู้สมัครคนเดียวตามข้อ ๑๗
เป็นผู้ได้รับคัดเลือกตามแบบ สปต. ๗ ปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด
และสถานที่อื่นที่เห็นสมควร และรายงานต่อเลขาธิการ
มาตรา ข้อ ๓๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๐ ผู้ใดเห็นว่าการคัดเลือกเป็นไปโดยไม่ชอบ
ให้ทำคำร้องคัดค้านเป็นหนังสือยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างช้าภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการคัดเลือก
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยและดำเนินการตามที่เห็นสมควร
คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นที่สุด
มาตรา ข้อ ๓๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๑ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำลายบัตรลงคะแนนและเอกสารที่เก็บอยู่ในหีบบัตรได้
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาคัดค้านการคัดเลือกตามข้อ ๓๐ แล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ในกรณีที่มีการคัดค้านการคัดเลือกหรือฟ้องคดี
ให้เก็บรักษาหีบบัตรไว้จนกว่าจะถึงที่สุด
การคัดเลือกผู้แทนกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
มาตรา ข้อ ๓๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๒ ผู้ดำรงตำแหน่งกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในวันลงคะแนนเป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนกำนันและผู้ใหญ่บ้านเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา
มาตรา ข้อ ๓๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๓ เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาประเภทผู้แทนกำนันและผู้ใหญ่บ้านว่างลง
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการคัดเลือกโดยวิธีลงคะแนนลับภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง
และให้นำความในส่วนที่ ๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การคัดเลือกผู้แทนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามประจำมัสยิด
มาตรา ข้อ ๓๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๔ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรืออิหม่ามประจำมัสยิดที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กรศาสนาอิสลามในวันลงคะแนนเป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามประจำมัสยิดเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา
อิหม่ามประจำมัสยิดที่ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ให้มีชื่อในบัญชีรายชื่อเพียงชื่อเดียว
มาตรา ข้อ ๓๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๕ เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาประเภทผู้แทนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามประจำมัสยิดว่างลง
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการคัดเลือกโดยวิธีลงคะแนนลับภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง
และให้นำความในส่วนที่ ๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การคัดเลือกผู้แทนเจ้าอาวาส
มาตรา ข้อ ๓๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๖ ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ในเขตจังหวัดในวันลงคะแนนเป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนเจ้าอาวาสเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา
มาตรา ข้อ ๓๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๗ เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาประเภทผู้แทนเจ้าอาวาสว่างลง
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมผู้มีสิทธิคัดเลือกตามข้อ ๓๖
เพื่อให้มีการคัดเลือกเจ้าอาวาสรูปหนึ่งเป็นผู้แทนของเจ้าอาวาสของจังหวัดภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง
เมื่อถึงกำหนดเวลาประชุม ไม่ว่าจะมีผู้มีสิทธิคัดเลือกเข้าประชุมจำนวนเท่าใด
ให้ถือเป็นองค์ประชุม
การคัดเลือกและการลงมติให้เป็นตามที่ที่ประชุมกำหนด
ในกรณีไม่อาจเลือกเจ้าอาวาส
ที่ประชุมจะเลือกภิกษุหรือบุคคลอื่นเป็นผู้แทนของเจ้าอาวาสก็ได้
การคัดเลือกผู้แทนศาสนาอื่น
มาตรา ข้อ ๓๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๘ ผู้ที่เป็นผู้ปกครองดูแลศาสนสถานของศาสนาคริสต์
ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ศาสนาซิกข์ หรือศาสนาอื่น
ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนตามระเบียบกรมศาสนา ว่าด้วยองค์การศาสนาต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๑๒
ในวันลงคะแนนเป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนศาสนาอื่นเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา
มาตรา ข้อ ๓๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๙ เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาประเภทผู้แทนศาสนาอื่นว่างลง
ให้เลขาธิการจัดให้มีการคัดเลือกภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง
มาตรา ข้อ ๔๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๐ ให้เลขาธิการประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกตามข้อ
๓๙ ตามแบบ สปต. ๒ และปิดไว้ ณ สถานที่ที่เห็นสมควรก่อนวันเลือกกันเองตามข้อ ๔๑
ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
มาตรา ข้อ ๔๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๑ ให้เลขาธิการเรียกประชุมผู้มีสิทธิคัดเลือกเพื่อให้มีการเลือกกันเอง
เมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมไม่ว่าจะมีผู้มีสิทธิคัดเลือกเข้าประชุมจำนวนเท่าใด
ให้ถือเป็นองค์ประชุม
การคัดเลือกและการลงมติให้เป็นตามที่ที่ประชุมกำหนด
การคัดเลือกผู้แทนผู้ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
หรือวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่
มาตรา ข้อ ๔๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๒ เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาประเภทผู้แทนผู้ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ว่างลง
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศตามแบบ สปต. ๑
ให้ผู้ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
หรือวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่ประสงค์จะใช้สิทธิคัดเลือกผู้แทนเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษามาลงทะเบียน
ตามระยะเวลาและสถานที่ที่กำหนด
ผู้มีสิทธิลงทะเบียนตามวรรคหนึ่งจะต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการพัฒนาสังคม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่และได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านใดด้านหนึ่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
แบบลงทะเบียนและหนังสือรับรอง ให้เป็นไปตามแบบ สปต. ๑/๑ และแบบ สปต.
๑/๒ ตามลำดับ
มาตรา ข้อ ๔๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๓ ผู้ลงทะเบียนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบแล้วเห็นว่าเป็นบุคคลตามข้อ
๔๒ เป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนผู้ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
หรือวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่เพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกตามวรรคหนึ่งตามแบบ
สปต. ๒ และปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด และสถานที่อื่นที่เห็นสมควรก่อนวันรับสมัคร
มาตรา ข้อ ๔๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๔ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการคัดเลือกผู้แทนผู้ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
หรือวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยวิธีลงคะแนนลับภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง
โดยให้นำความในส่วนที่ ๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การคัดเลือกผู้แทนผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา
มาตรา ข้อ ๔๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๕ ผู้ที่เป็นผู้สอนหรือบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติในวันลงคะแนน
เป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา
มาตรา ข้อ ๔๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๖ เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาประเภทผู้แทนผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาว่างลง
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการคัดเลือกผู้แทนผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา
โดยวิธีลงคะแนนลับภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง
และให้นำความในส่วนที่ ๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การคัดเลือกผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะ
มาตรา ข้อ ๔๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๗ ผู้ที่เป็นโต๊ะครูตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าด้วยสถาบันศึกษาปอเนาะในวันลงคะแนนเป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา
มาตรา ข้อ ๔๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๘ เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาประเภทผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะว่างลงให้เลขาธิการจัดให้มีการคัดเลือกโดยวิธีลงคะแนนลับภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง
และให้นำความในส่วนที่ ๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การคัดเลือกผู้แทนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
มาตรา ข้อ ๔๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๙ ผู้ที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนในวันลงคะแนนเป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกผู้แทนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา