法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 6/2523 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๖/๒๕๒๓

เรื่อง

การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่

๕/๒๕๒๓ ลงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๓ เรื่อง

การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓

แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖

นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๗ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๒๓

ลงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามคำสั่งนี้

ในกรณีที่มีการนำน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรให้คณะกรรมการกำหนดราคาสำหรับน้ำมันดังกล่าวด้วย”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ยกเลิกความในข้อ ๙ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๒๓ ลงวันที่ ๒

มิถุนายน ๒๕๒๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๙

ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดตามข้อ ๖ สูงกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด

หรือในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดราคาสำหรับน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ

๗ แล้ว ถ้าราคานำเข้าต่ำกว่าราคาขายส่ง ให้

(๑) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร

เพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒)

ผู้นำน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้

ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายหรือน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า

แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

เงินที่ส่งตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๒๓ ลงวันที่ ๒

มิถุนายน ๒๕๒๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๑

ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดตามข้อ ๖ ต่ำกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด

หรือในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดราคาสำหรับน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ

๗ แล้ว ถ้าราคานำเข้าสูงกว่าราคาขายส่ง

ให้ปลัดกระทรวงการคลังหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่

(๑) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร

เพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒)

ผู้นำน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามปริมาณน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้

ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่าย หรือน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า

แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

เงินที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (ค) ของข้อ ๑๓ (๑) แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๕/๒๕๒๓ ลงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๓

“(ค) สำหรับน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย ที่นำเข้าโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดสำหรับ (ข)

หักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากน้ำมันดิบนั้นหรือมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น

แล้วแต่กรณี ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด โดยรวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนในช่วงเวลาเดียวกัน

ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย คือ

(๑) สำเนาเอกสารการอนุมัติซื้อหรือนำเข้าซึ่งน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้มีอำนาจอนุมัติซื้อ

(๒) สำเนาเอกสารซื้อขาย

(๓) สำเนาใบทวงหนี้หรือเอกสารการชำระหนี้

(๔) สำเนาใบสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

(๕) หนังสือรับรองว่าเอกสารตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)

เป็นสำเนาของต้นฉบับที่แท้จริง และเกี่ยวข้องกับการขอรับเงินชดเชยแต่ละรายการ

ในกรณีที่ปรากฏว่าได้มีการนำน้ำมันดิบไปใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดโดยตรง

มูลค่าน้ำมันดิบที่จะนำไปหักตามวรรคหนึ่งนั้น ให้ถือตามราคาที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนั้นโดยไม่รวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนในช่วงเวลาเดียวกัน”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ยกเลิกความใน (๔) ของข้อ ๑๔ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๒๓ ลงวันที่

๒ มิถุนายน ๒๕๒๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๔) ถ้าเป็นน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๑๓ (๑) (ข)

หรือ (ค) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว

ตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘ แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๒๓ ลง

วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๘

ให้คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามข้อ ๑ แห่งคำสั่งนี้ใช้บังคับอยู่ต่อไปสำหรับกรณีที่มีการผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้าซึ่งน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักรก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๑๓ (๑)

ให้ใช้บังคับแก่ ปตท.

และผู้นำเข้าที่ได้นำน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ”

สั่ง ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๓

พลเอก ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี

เพ็ญพร/ผู้จัดทำ

๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๕

อภิญญา/ปรับปรุง

๑๕ กันยายน ๒๕๕๗

ปุณกา/ปรับปรุง

๑๔ มกราคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๑๓๓/หน้า ๑๙๓/๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๓

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 6/2523 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_69f3eb50d6be1835

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com