ข้อ ๔
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (ค) ของข้อ ๑๓ (๑) แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี
ที่ ๕/๒๕๒๓ ลงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๓
(ค) สำหรับน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย ที่นำเข้าโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดสำหรับ (ข)
หักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากน้ำมันดิบนั้นหรือมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น
แล้วแต่กรณี ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด โดยรวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนในช่วงเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย คือ
(๑) สำเนาเอกสารการอนุมัติซื้อหรือนำเข้าซึ่งน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้มีอำนาจอนุมัติซื้อ
(๒) สำเนาเอกสารซื้อขาย
(๓) สำเนาใบทวงหนี้หรือเอกสารการชำระหนี้
(๔) สำเนาใบสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
(๕) หนังสือรับรองว่าเอกสารตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)
เป็นสำเนาของต้นฉบับที่แท้จริง และเกี่ยวข้องกับการขอรับเงินชดเชยแต่ละรายการ
ในกรณีที่ปรากฏว่าได้มีการนำน้ำมันดิบไปใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดโดยตรง
มูลค่าน้ำมันดิบที่จะนำไปหักตามวรรคหนึ่งนั้น ให้ถือตามราคาที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนั้นโดยไม่รวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนในช่วงเวลาเดียวกัน