法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด

ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล[๑]

โดยที่ได้มีการจัดตั้งแผนกคดีบริหารงานบุคคลขึ้นในศาลปกครอง

เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในศาลปกครองเป็นไปโดยรวดเร็ว

ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณี

อันจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบข้อ ๖

(๕) และ (๖) ของระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ประธานศาลปกครองสูงสุดและอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น

และการบริหารงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

ประธานศาลปกครองสูงสุดจึงออกคำแนะนำในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุดในการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

ลงวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในคำแนะนำนี้

“คดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล” หมายถึง คดีพิพาททางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

อันเกี่ยวกับการสรรหา การบรรจุ การแต่งตั้ง การย้าย การโอน การเลื่อนตำแหน่ง

การเลื่อนเงินเดือน การดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

และคดีอื่น ตามประกาศของประธานศาลปกครองสูงสุด

กรณีมีปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลหรือไม่

ในศาลปกครองชั้นต้นให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นนั้นเป็นผู้วินิจฉัย

ส่วนในศาลปกครองสูงสุดให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้วินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นได้รับคำฟ้องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลแล้วหากเห็นว่าคดีนั้นเป็นคดีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

ให้สั่งจ่ายสำนวนคดีไปยังแผนกคดีบริหารงานบุคคลเพื่อจ่ายสำนวนให้องค์คณะในแผนกพิจารณาพิพากษาโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ตุลาการหัวหน้าแผนกคดีบริหารงานบุคคลจ่ายสำนวนคดีให้แก่องค์คณะในแผนกและในกรณีที่คดีมีความจำเป็นเร่งด่วนซึ่งศาลจำต้องพิจารณาพิพากษาคดีด้วยความรวดเร็ว

เพื่อให้ศาลออกคำบังคับให้เป็นไปตามคำขอของผู้ฟ้องคดีหรือตามสิทธิประโยชน์ที่ผู้ฟ้องคดีพึงจะได้รับจากการที่ตนชนะคดี

เช่น

กรณีฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายและผู้ฟ้องคดีมีอายุใกล้จะพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

หรือกรณีฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งไม่รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ

เป็นต้น กรณีดังกล่าว

ตุลาการหัวหน้าแผนกคดีบริหารงานบุคคลพึงกำหนดความเร่งด่วนของคดีไว้หน้าสำนวนคดีด้วย

ให้ตุลาการหัวหน้าคณะแต่งตั้งตุลาการเจ้าของสำนวน

โดยคำนึงถึงปริมาณคดีและความรวดเร็วในการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในขั้นตอนการพิจารณาตรวจคำฟ้อง

การพิจารณาเกี่ยวกับอำนาจศาล และเงื่อนไขการฟ้องคดี ควรพิจารณาด้วยความรวดเร็ว

หากมีความจำเป็น ตุลาการเจ้าของสำนวนอาจมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดี หน่วยงานทางปกครอง

เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

ชี้แจงตามประเด็นที่กำหนดหรือเรียกมาให้ถ้อยคำประกอบการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การกำหนดข้อหาของคดี

ให้พิจารณาจากคำฟ้องและคำขอประกอบกันและกำหนดข้อหาให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามคำขอและวัตถุประสงค์ของผู้ฟ้องคดี

เพื่อให้ศาลสามารถออกคำบังคับในการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ครบถ้วน

เช่น กรณีฟ้องว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยมีคำขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและขอให้กระทำการเพื่อเป็นการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี

การกำหนดข้อหาแห่งคดีควรเป็นคดีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว

ตุลาการเจ้าของสำนวนพึงวางแผนและกำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาและพิพากษาคดี

เพื่อให้ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณี

ไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

และเพื่อประโยชน์ของความต่อเนื่องในการดำเนินกระบวนพิจารณา

อาจจัดทำบันทึกช่วยจำเพื่อใช้ในการบริหารจัดการคดีนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการแสวงหาข้อเท็จจริงควรกำหนดประเด็นข้อพิพาทให้ชัดเจนเพื่อให้คู่กรณีชี้แจงได้ตรงประเด็น

สมบูรณ์ และถูกต้องตามลักษณะของข้อหา

การฟ้องคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ตุลาการเจ้าของสำนวนควรให้ผู้ฟ้องคดีชี้แจงให้ชัดเจนว่า กฎ

คำสั่งหรือการกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร

การฟ้องคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๒)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ตุลาการเจ้าของสำนวนควรให้ผู้ฟ้องคดีชี้แจงให้ชัดเจนว่าผู้ถูกฟ้องคดีละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าอย่างไร

การฟ้องคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ตุลาการเจ้าของสำนวนควรให้ผู้ฟ้องคดีชี้แจงให้ชัดเจนว่าได้รับความเสียหายอย่างไร

พร้อมทั้งแนบพยานหลักฐานประกอบตามข้อกล่าวอ้างดังกล่าวด้วย

ตุลาการเจ้าของสำนวนพึงเรียกพยานเอกสารที่สำคัญ เช่น รายงานการประชุม

รายงานการสอบสวน บันทึกถ้อยคำพยาน ระเบียบ ข้อบังคับ เป็นต้น

หรือหากมีกรณีที่จะต้องดำเนินการไต่สวนก็ให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

ให้พิจารณาและมีคำสั่งด้วยความรวดเร็วเมื่อมีคำสั่งแล้วควรตรวจสอบการปฏิบัติตามคำสั่ง

หากมีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ศาลกำหนดควรดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ฝ่าฝืนทันที

ในกรณีที่ศาลเห็นว่าการพิจารณาพิพากษาคดีล่าช้าจะมีผลเสียต่อรูปคดีและอาจไม่ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี

ศาลพึงพิจารณากำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ต้องให้ผู้ฟ้องคดีร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การสั่งคำขอขยายระยะเวลาของคู่กรณี

ควรพิจารณาอนุญาตให้เท่าที่จำเป็น

เพื่อมิให้คู่กรณีดำเนินคดีไปในทางประวิงเวลาให้ล่าช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทำคำให้การยื่นต่อศาลแล้ว

ให้ตุลาการเจ้าของสำนวนตรวจพิจารณาสำนวนคดี

หากเห็นว่าคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีได้แล้ว

ตุลาการเจ้าของสำนวนพึงจัดทำบันทึกของตุลาการเจ้าของสำนวนเสนอองค์คณะเพื่อพิจารณาพิพากษาคดี

โดยไม่ต้องดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงจนครบทุกขั้นตอนตามที่กำหนดในข้อ ๔๗ ถึงข้อ

๔๙ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในคดีที่เป็นเรื่องเร่งด่วน

เพื่อให้ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณี

ตุลาการผู้แถลงคดีพึงเสนอคำแถลงการณ์ด้วยวาจา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่ง

ศาลควรกำหนดคำบังคับด้วยว่าจะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่ย้อนหลังหรือมีผลไปในอนาคตถึงขณะใดขณะหนึ่ง

โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมแห่งกรณี

กรณีที่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนกฎ

ศาลควรวินิจฉัยด้วยว่าวัตถุแห่งคดีที่ขอให้ศาลเพิกถอนนั้นมีสภาพเป็นกฎ

เนื่องจากในกรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนกฎ

จะต้องมีการประกาศผลแห่งคำพิพากษาดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาและให้การประกาศดังกล่าวมีผลเป็นการเพิกถอนกฎนั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา ๗๒ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ในกรณีมีข้อสังเกตในคำพิพากษาตามมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง (๘)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ศาลพึงกำหนดแนวทางหรือวิธีการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำบังคับที่กำหนดในคำพิพากษาซึ่งต้องอยู่ภายในกรอบของคำพิพากษา

และพึงระมัดระวังไม่ให้เป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาในคำบังคับที่กำหนดในคำพิพากษา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ศาลได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง

หรือคำสั่งเกี่ยวกับการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวไว้ก่อนมีคำพิพากษา

เมื่อทำคำพิพากษาศาลควรกำหนดด้วยว่าจะให้คำสั่งดังกล่าวมีผลต่อไปหรือไม่ เพียงใด

เช่น

ถ้าคดีนั้นศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ฟ้องคดีเป็นฝ่ายชนะคดีศาลควรกำหนดให้คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษานั้นมีผลใช้บังคับต่อไป

เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คดีที่มีการอุทธรณ์คำพิพากษา

ตุลาการเจ้าของสำนวนควรตรวจคำอุทธรณ์โดยพลันถ้าเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นไม่สมบูรณ์ครบถ้วนซึ่งผู้อุทธรณ์อาจแก้ไขได้

เช่น อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นแต่เพียงว่าไม่ถูกต้อง

โดยมิได้ปรากฏรายละเอียดของการคัดค้าน

เป็นต้นหรือผู้อุทธรณ์ชำระค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบถ้วน ตุลาการเจ้าของสำนวนจะต้องมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์แก้ไขหรือชำระค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

ถ้าไม่มีการแก้ไขหรือชำระค่าธรรมเนียมศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือข้อที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนนั้นเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้

หรือเป็นคำอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือยื่นโดยผิดระเบียบ

ตุลาการเจ้าของสำนวนต้องเสนอองค์คณะสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ตุลาการหัวหน้าคณะพึงติดตามและเร่งรัดการพิจารณาคดีของตุลาการเจ้าของสำนวนในกรณีที่มีความจำเป็นอาจให้คำแนะนำตุลาการเจ้าของสำนวนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นและตุลาการหัวหน้าแผนกคดีบริหารงานบุคคล

พึงติดตามและเร่งรัดการพิจารณาคดีในส่วนที่เกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดีขององค์คณะ

โดยอาจให้คำแนะนำแก่องค์คณะเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเร็ว

เพื่อให้ทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่คู่กรณีและเพื่อประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของแผนกคดีบริหารงานบุคคลนี้

ให้นำมาใช้ในแผนกคดีบริหารงานบุคคลในศาลปกครองสูงสุดโดยอนุโลม

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗

หัสวุฒิ

วิฑิตวิริยกุล

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๕ กุมภาพันธ์

๒๕๕๗

เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ

๓ มีนาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๒๔ ก/หน้า ๑๘/๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำแนะนำของประธานศาลปกครองสูงสุด ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6a17a2183deaeb66

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com