ข้อ ๑
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๓๖)
ของข้อ ๓ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา
๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.
๒๕๓๐ (ฉบับที่ ๑๔) ลงวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
(๓๖)
ของที่นำเข้ามาเพื่อผลิตหรือประกอบเป็นอุปกรณ์เพื่อใช้ในกิจการปิโตรเลียมแล้วนำไปใช้ในพื้นที่พัฒนาร่วม
การยกเว้นอากรสำหรับของตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
(ก)
ของที่จะได้รับยกเว้นอากรต้องนำเข้ามาผลิตหรือประกอบเป็นอุปกรณ์เพื่อใช้ในกิจการปิโตรเลียม
แล้วนำไปใช้ในพื้นที่พัฒนาร่วม ทั้งนี้
ของดังกล่าวไม่รวมถึงยานพาหนะเครื่องจักร เครื่องมือหรือเครื่องใช้ที่ใช้ในการผลิตหรือประกอบเป็นอุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้น
(ข)
หากของที่ได้รับยกเว้นอากรไม่สามารถหรือมิได้นำไปใช้ผลิตหรือประกอบเป็นอุปกรณ์เพื่อใช้ในกิจการปิโตรเลียม
แล้วนำไปใช้ในพื้นที่พัฒนาร่วมภายในกำหนดสองปีนับตั้งแต่วันนำของเข้า
ผู้นำของเข้าจะต้องชำระอากรตามปกติ ณ
วันที่นำของเข้าหรือส่งของนั้นออกนอกราชอาณาจักร
เว้นแต่จะได้แสดงหลักฐานความจำเป็นต่อกรมศุลกากร
และกรมศุลกากรได้อนุญาตให้ขยายเวลาได้ตามความเหมาะสมแต่ไม่เกินหนึ่งปี
(ค) ของที่เสียหาย
เศษที่ไม่ใช้หรือเศษที่ใช้ไม่ได้ของของดังกล่าว จะต้องขอทำลายภายใต้ความควบคุมของกรมศุลกากร
หรือดำเนินการอย่างอื่นตามที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนด
หากไม่ดำเนินการจะต้องชำระอากรตามปกติ ณ
วันที่นำของเข้าสำหรับของดังกล่าวหรือส่งของนั้นออกนอกราชอาณาจักร