ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 2)
ตามที่ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 ฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 อนุญาตให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา และผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติ และได้รับอนุญาตให้ทํางาน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับ เพื่อดําเนินการตรวจสัญชาติ และเมื่อมีหนังสือเดินทางเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคลแล้ว จะได้รับอนุญาตทํางานอยู่ในราชอาณาจักรจนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 เมื่อคนต่างด้าวดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรครบกําหนดระยะเวลาที่อนุญาตแล้ว หากประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปอีกเพื่อการทํางานให้มีสิทธิขออยู่ในราชอาณาจักรได้อีกไม่เกินสองปี นั้น
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 87/2557 ลงวันที่ 10 กรกฎาคมพุทธศักราช 2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตํารวจ และมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 จึงแก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงกําหนดสถานที่ที่ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ํากว่าสิบแปดปีทํางาน พ.ศ. 2559 ที่ไม่ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ํากว่าสิบแปดปีทํางานในสถานประกอบกิจการ ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการแปรรูปสัตว์น้ํา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ให้คนต่างด้าวที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติและขอรับใบอนุญาตทํางานในกิจการแปรรูปสัตว์น้ําตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 ฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีนับแต่วันออกประกาศนี้ ขอเปลี่ยนประเภทกิจการหรือนายจ้างเพื่อทํางานในประเภทกิจการอื่นตามบทบัญญัติของกฎหมาย หรือใช้สิทธิการเป็นผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของบิดาหรือมารดา ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
โดยให้นายจ้างนําคนต่างด้าวที่ประสงค์จะขอเปลี่ยนประเภทกิจการ หรือเปลี่ยนนายจ้างตามวรรคหนึ่ง ไปแจ้งการเปลี่ยนประเภทกิจการหรือนายจ้างกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการทํางานของคนต่างด้าว และให้คนต่างด้าวนําหลักฐานที่กรมการจัดหางานออกให้ ไปแจ้งให้นายทะเบียนท้องที่หรือนายทะเบียนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ที่นายจ้างมีภูมิลําเนาเพื่อแก้ไขทะเบียนประวัติและการเปลี่ยนนายจ้าง
ในกรณีไม่สามารถดําเนินการได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าสิ้นผลการอยู่ในราชอาณาจักรตามข้อ 4 ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 ฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เว้นแต่จะใช้สิทธิการเป็นผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของบิดาหรือมารดาที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติและขอรับใบอนุญาตทํางานไว้ในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ ให้คนต่างด้าวที่ใช้สิทธิของผู้ติดตามนําหลักฐานที่แสดงการเป็นบิดาหรือมารดาไปแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการทํางานของคนต่างด้าว และให้คนต่างด้าวนําหลักฐานที่กรมการจัดหางานออกให้ ไปแจ้งให้นายทะเบียนท้องที่หรือนายทะเบียนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ที่นายจ้างของบิดาหรือมารดามีภูมิลําเนาอยู่เพื่อแก้ไขทะเบียนประวัติ
ประกาศ ณ วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย